ปัตตานี- ผลปืน 2 คนร้ายดับเหตุปะทะ ยันชัดก่อเหตุฆ่าเผา 3 ศพตระกูลกิตติประภานันท์ และเหตุสะเทือนขวัญอีกจำนวนมาก

0
1175

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ .ละหาร .สายบุรี .ปัตตานี เมื่อ 20 ..65 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย คือ นายมารวาน มีทอ และนายรอซาลี เจะเลาะ มีหมายจับรวมกัน 14 หมาย ตรวจยึด ปืนเล็กยาว AK 47 และ AK 102 อย่างละ 1 กระบอก และลูกระเบิดขว้างแบบ 88 จำนวน 1 ลูก 

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 21 มค.ผลจากการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าอาวุธปืนของคนร้ายทั้ง 2 กระบอก เคยใช้ในการก่อเหตุมาแล้ว 11 คดี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวม 16 ราย ประกอบด้วย อาวุธปืน AK 102 ของคนร้ายได้ถูกปล้นมาจากฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองหมู่บ้านกะรุบี .กะพ้อ .ปัตตานี เมื่อปี 2555 หลังจากนั้นได้ถูกนำไปใช้ก่อเหตุความรุนแรงเรื่อยมาถึง 7 คดี ทั้งเหตุกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเหตุการณ์ประกบยิงและจุดไฟเผา 3 พ่อลูกตระกูลกิตติประภานันท์ บนถนนสาย 42 จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ในเขตพื้นที่อำเภอสายบุรีจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24 เม..64 ส่วนอาวุธปืน AK 47 พบว่า ใช้ก่อเหตุมาแล้ว 4 คดี ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน 

จากประวัติและพฤติกรรมของคนร้ายรวมทั้งผลการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีหลักฐานบ่งชัดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เคยก่อเหตุความรุนแรงที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งของเจ้าหน้าที่รัฐและพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานไม่ได้เป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กดดันให้ต้องเป็นโจรดังที่เครือข่ายแนวร่วมพยายามบิดเบือนในสื่อโซเชียลแต่อย่างใด

กอ.รมน.ภาค 4 สนขอแสดงความเสียใจกับทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้ดุลยพินิจและความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักเพื่อนำคนร้ายเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดยไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สนยังคงยึดมั่นในเจตนารมย์ของการแก้ปัญหาในเชิงสันติวิธีที่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างจากรัฐเข้ารายงานตัวแสดงตนเพื่อเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม โดยสามารถแจ้งผ่านผู้นำในพื้นที่บุคคลที่ไว้วางใจหรือแจ้งผ่านสายด่วนแม่ทัพภาคที่ 4 : 061-1732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

///// กอ.รมน.ภาค 4 สน.

ด้าน ..ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ทพ.43 ระบุว่า การปิดล้อมตรวจค้นที่ผ่านมาเป็นการบังคับใช้กฏหมายเพื่อดำเนินการกดดันและปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์หรือก่อเหตุรุนแรงเพื่อหวังสร้างสถานการณ์ ซึ่งหากคนร้ายมีโอกาสก่อเหตุ แน่นอนว่าความเสียหายและความสูญเสียก็จะเกิดขึ้น จริง  แล้วฝ่ายเจ้าหน้าที่มีความพยายามที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทุกครั้งที่มีการปิดล้อมโดยการบังคับใช้กฏหมาย เจ้าหน้าที่ก็พยายามเจรจาเกลี้ยงกล่อมให้คนร้ายออกมามอบตัว ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ก็ให้ความร่วมมือในการเจรจาอย่างดีมาตลอด แต่คนร้ายไม่ให้ความร่วมมือและมีการยิงต่อสู้ทุกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องระวังตัวและหากต้องเผชิญหน้าก็ย่อมเข้าใจกันดีว่าจะต้องมีการตอบโต้ และก็มีหลายครั้งเมื่อมีการปิดล้อม ผู้หลงผิดก็ยินยอมออกมามอบตัว ซึ่งก็ไม่เกิดความสูญเสีย ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านย้ำเสมอว่า อย่าให้เกิดการสูญเสียหากกระทำได้ และประชาชนต้องปลอดภัย สิ่งนี้ตนในฐานะหัวหน้าหน่วยได้ย้ำลูกน้องเสมอ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทุกฝ่ายที่สูญเสีย และขอฝากให้ผู้ที่หลงผิดหรือพร้อมที่จะมอบตัวสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม เราพร้อมที่จะเปิดโอกาสตลอดเวลา

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ .ปัตตานี