โจรจีนบุกโรงพักเบตง ตอนที่ 7( รายงานหน่วยเหนือ)

0
620

โดย อิสมาแอล สาเร้ะ นักประวัติศาสตร์มลายูเบตง

ขณะเดินกลับ พระทำนุ ฯ กำชับ ให้โทรเลข รายงานทาง จังหวัดด้วย ทราบด้วย แต่ไม่ถามกลับว่า จะให้เขียนว่า อย่างไร เดินกันมา 4 คน มุ่งไป ที่ทำการ “ไปรษณีย์ ก่อนถึงไปรษณีย์ ได้ เข้าไปตั้งมั่น ใต้ถุนบ้านพักโลหะกิจ เป็นขัยภูมิที่ดี ห่างจากรั้ว ไปรษณีย์ราว 6 วา (12 เมตร) เป็นที่สูง สูงกว่าถนนในตลาดประมาณ 10 ฟุต สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในตลาดได้

ไม่นานนักสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวผู้ร้าย ในตลาด มีผ้าแดงติดที่แขน เดินกวักไกว่ ในตลาด จนถึง สี่แยกหอนาฬิกา และโดยเฉพาะบนถนน หน้าโรงเก็บ รถยนต์ (ปัจจุบันเป็นโรงเก็บยาง )ข้างบ้าน คุณ ประพันธ์ อิสรางกูร ณ.อยุธยา และตอนหน้าบังกะโล บริษัท” อัยเยอรฺเวง” ปัจจุบันเป็น โรงแรม” ศรีเบตง” มุมถนนฉายาชวลิต ตำรวจได้ยิง ออกไปทุกครั้งที่เห็นผู้ร้าย แต่พวกมันไม่แสดงอาการอะไร น่าจะพ้นวิถีกระสุนปืน การยิงโต้กลับมาจึงไม่มี

ต่อมา มีโจรจีน 4 คน ออกมาจาก โรงเก็บรถยนต์ มันเดินตรงมาถึงที่ตรงท่อลอดใต้ถนน ตรงโรงรมยาง เยื้อง สำนักงาน “ไปรษณีย์ “ มุ่งหน้ามาที่ นายสงวน และตำรวจเฝ้าอยู่ โจรจีน 4 คนนี้ 3คน แต่งตัว ชุดดำ มีแถบผ้าแดงพันแขน ส่วนอีกคน สวมกางเกงดำ สวมเสื้อเชิตขาวแขนยาว มีแถบผ้าแดง พันแขนเช่นกัน น่าจะเป็นหัวหน้า เดินนำมาที่ 4 คน ซุ่มอยู่ พอพวก ผู้ร้าย เดินมถึง ตรงท่อลอดถนน นาย สงวน และตำรวจ ก็ยิง สกัด พวกมันหยุดทันที พร้อมกับหาที่กำบัง และพอจับ รู้ตำแหน่ง ก็ยิง ตอบโต้ทันที ในจุดนี้ ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับ โจรจีนแต่อย่างใด เพียงแต่สกัดการบุกเท่านั้น

ครู่ต่อมาพวกมันก็ถอย กลับ เข้าไปในซอย ข้างบ้าน นาย บาบู (มุ่งทิศใต้) คิดว่า พวกมัน จะออม เข้า มาด้านหลัง จึงส่ง ส.ต.ท สะและ ดูรูซน ไปเฝ้าต้นทางใว้ โดยตกลงกันว่า ถ้าได้ยินเสียงปืน ทั้งหมด จะไปช่วย

เมื่อ ส.ต.ท สะและไปแล้ว จึงได้เขียนโทรเลข และเก็บสำเนาใว้ด้วย มอบให้กับคุณพระ


ข้อความโทรเลข

ด่วน เทพา สงขลา
“วันนี้ 11.00น พวกปล้นประมาณ ร้อย เศษ มีอาวุธปืนและลูกระเบิดครบมือ คุมกันเข้าปล้นสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ได้ยิงต่อสู้ถูกผู้ร้ายตายไปประมาณ 6 คน เวลานี้ยังคงยิงต่อสู้กันอยู่ ได้โปรดส่งกำลังมาป้องกันเงินหลวงวันนี้ จงได้”
พระทำนุประชากิจ

ตามข้อความในโทรเลข ระบุเวลา 11.00 น.นายสงวนกล่าวเพิ่มเติมว่า “ที่ถูกต้องเป็น เวลา 12.00น.แต่ไม่ทราบว่าเพราะตื่นเต้นเกินไปหรืออย่างไร จึงไปเขียนเป็น 11.00 น.เข้าจนได้”

ขณะจะเขียน อีกฉบับหนึ่ง เป็นอันต้องหยุด เพราะ โจรจีน ที่เข้าตรอกเมื่อสักครู่ ได้ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เพิ่ม เป็น 6 คน ถือปืนยาว 3 กระบอก อีก 3 คน มองไม่ขัดว่า ถืออะไร เดินตรงมาที่ซุ่มอยู่ จึงเรียก ส.ต.ท สะและ กลับมา ช่วยระดมยิง เสียงปืนทำให้ พวกมันหยุด แล้วก็ถอยกลับไป ไปได้ไม่นานก็กลับออกมาอีก จึงยิงสกัดไป ครั้งนี้ พวกโจรจีนหายไปเลย

หลังจากนั้น จึงส่งโทรเลข ไปถึง พ่อเมืองยะลา ข้อความก็คล้ายกับฉบับแรก รวมเวลา ไม่น้อยกว่า ครึ่งชั่วโมง การที่ต้องใช้เวลามากนั้น ก็เพราะว่า การสื่อสารในสมัยนั้น กาวใช้วิทยุสื่อสารยังไม่แพร่หลาย ในตอนนั้นใช้ระบบโทรเลขมีสาย สายโทรเลขตรงจาก อ.เบตง มายัง จ.ยะลา นั้น ยังไม่มี ทั้งนี้ตอนนั้นถนนสายยะลา-เบตงยังสร้างไม่เสร็จ นายสงวน กล่าวต่อว่า”ถนนสาย เบตง-ยะลายังสร้างไม่เสร็จเสร็จภายในเวลา 10 ปีข้างหน้านั้นอย่างหนึ่ง”

และอีกอย่างเราสามารถใช้ สายโทรเลข ของสหพันธรัฐมลายูได้อยู่แล้ว ก็เลยอาศัยส่งโทรเลขผ่านของ มาลายาไปก่อน การที่เราใช้สายส่งของเขานี่แหละทำให้ เกิดปัญหา บางประการ

อ่านต่อตอน ที่ 8