วิชาการเมือง “Siyasah (سياسة) อิลมูซียาซะฮ” ในกีตาบยาวีอูลามะฮปาตานี เขียนโดย Syeikh Wan Ahmad bin Muhammad Zain Al-Fatani

0
31

ความหมายของ “อิลมูซียาซะ” (ความรู้รัฐศาสตร์ /วิชาการเมือง) หมายถึง วิชาที่ศึกษาเพื่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ด้วยการชี้แนะแนวทางจากการดำรงชีวิตที่ยากลำบากให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องทางโลกที่เราดำรงอยู่ในปัจจุบัน “ดุนยา”และ(เพื่อ) โลกหน้า “อาคีเราะฮ” โดยมีแบบอย่างจากบรรดาศาสดา/นบีทั้งหลาย ทั้งที่ปรากฎชื่อในคัมภีร์หรือไม่ปรากฏนามในคัมภีร์ ท่านเหล่านั้นเป็นแบบอย่าง เป็นผู้ชี้แนะ สั่งสอน อบรม นำบทบัญญัติในศาสนาทั้งหลายนำมาปรับใช้ให้ ผู้ศรัทธา สาวกหรือประชาชนปฏิบัติ ทั้งเรื่องที่เป็นภายนอก เรื่องทางกาย/ประจักษ์/มองเห็นได้ (ซอเฮร) เช่นเรื่องภายนอกที่ประชาชนกิน อยู่ บริโภคและใช้ในชีวิตประจำวัน และเรื่องภายในจิตใจ ความคิด จิตวิญญาณภายใน (บาติน) การชำระล้างให้จิตบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากโรคที่เกิดจากภายในจิตใจ, จิตวิญญาณ และซียาซะฮยังเกี่ยวข้องกับการบริหาร การจัดการ การปกครองของบรรดากษัตริย์และสุลต่านทั้งในด้านการดูแลประชาชนเฉพาะเรื่องภายนอก (ซอเฮร) เท่านั้นรวมทั้งบทบาทของบรรดานักปราชญ์ (อูละมาฮ) ทั้งหลายที่จะต้องช่วยอบรมสั่งสอนประชาชนด้านมิติภายในจิตใจ (บาติน) ด้วย

การเรียนรู้ศึกษาวิชา Siyasah (سياسة) นี้เป็น “วาญิบกีฟายะฮ์”(หน้าที่หลัก จำเป็นอย่างขาดไม่ได้ ต้องมีคนทำ ทุกสังคม เป็นภาระหน้าที่ที่ชุมชนต้องรับผิดชอบร่วมกัน) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รู้จัก ศึกษา เรียนรู้ และสามารถแยกแยะระหว่างสัจธรรมกับอธรรม สิ่งที่ถูกกับสิ่งที่ผิด โดยผู้ปกครองจะต้องดำรงตนบนพื้นฐานของความยุติธรรม และต้องสนองประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งในเรื่องดุนยาและอาคีเราะฮ รวมทั้งต้องให้รัฐ รู้จักดำรงตนและมีความมั่นคงในสถานภาพของตน ไม่อ่อนแอจนนำไปสู่การไร้ซึ่งความมีเสถียรภาพ

(ที่มา : กีตาบHadiqatul Azharwa’r Riyahin fi Manaqib al-Akhyar wa Ahkbar al-Salihin.น.229-230)

คำถาม และความเห็น :
-มีใครทราบบ้างครับว่ากีตาบเล่มนี้มีสอนในปอเนาะหรือสถาบันการศึกษาในปาตานีหรือเปล่า หรือถ้ามี วิชาการเมืองอิลมูซียาซะฮ สอนในปอเนาะ บาบอจะใช้กีตาบเล่มใด?
-บทแปลข้างต้นนี้พอจะเป็นตัวอย่างได้ไหมว่าอูลามะฮมีหน้าที่ในระดับเดียวกันผู้ปกครอง แต่ทำงานกันคนละมิติแต่ใช้อิลมูซียาซะฮเหมือนกันเพื่อให้เกิดสันติสุข และอูลามะฮย่อมไม่ลดตนไปเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ผู้ปกครอง ผู้มีอำนาจ หากแต่เป็นผู้ชี้แนะ ให้ความรู้และสติแก่สังคมหรือแม้กระทั่งให้ข้อเสนอแนะ ทางออกทางสังคมแก่ผู้ปกครอง และชี้นำสิ่งดีแก่มวลชน
-เมื่ออ่านความหมายของอิลมูซียาซะฮนี้แล้ว ท่านย่อมเห็นความเฉพาะและการเปิดกว้างในเรื่องการเมืองในอิสลามที่ต่างจากความหมายทางการเมืองตามแนวคิดตะวันตก ของอิสลามเราเน้นทั้งซอเฮรและบาเต็น เอาทั้งดุนยาและไม่ละเลยอาคีเราะฮ และที่สำคัญซียาซะฮในการค้นคว้าของเชคอะหมัดนี้ ไม่ได้ปิดกั้นให้เราเอาเฉพาะบทเรียนหรือตัวอย่างทางการเมืองของศาสดามูฮำหมัด ซอฮาบะฮ และซุลต่าลในยุคหลังเท่านั้น หลักการที่ท่านชี้แนะยังครอบคลุมถึงกลวิธีทางเมือง หลักการปกครองที่ยังประโยชน์จากศาสดาท่านก่อนๆ อาทิ สุไลมาน ดาวุด ยูซุฟและศาสดา นักปราชญ์ที่อาจไม่มีชื่อปรากฏในคัมภีร์ท่านอื่นๆด้วย

หากสรุป จากเนื้อหาที่คัดมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความรู้ในกีตาบยาวีที่ไม่ได้มุ่งไปที่วิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศาสนกิจเชิงพิธีกรรม การระลึกหรือการเป็นบ่าวที่ดีของพระผู้เป็นเจ้าในระดับส่วนบุคคลเท่านั้น แต่กีตาบของอูลามะฮ ผู้รู้ในอดีตยังกล่าวถึงวิชาความรู้ที่ทุกคนต้องมีส่วนรวมรับผิดชอบต้องมีตัวแทนที่ดี (และมีสำนึกตามหลักการข้างต้น) เสียสละ นำพา ร่วมสร้างความผาสุขให้แก่สังคม ชุมชน ท้องถิ่นและประเทศชาติที่ตนดำรงอยู่

การศึกษาเนื้อหาในกีตาบ Hadiqatul Azharwa’r Riyahin fi Manaqib al-Akhyar wa Ahkbar al-Salihin. ที่เขียนโดย เชควัน อะฮหมัด อัลฟาตอนี นี้พบว่าในกีตาบเล่มนี้มีความหลากหลายในเชิงความรู้ ทั้งวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ภาษาศาสตร์ การเมือง การปกครอง อีกทั้งยังมีเกร็ดความรู้ ทั้งเรื่องการเขียน การใช้ปากกา และการเขียนจดหมาย ซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่(สำหรับโลกมลายูและปาตานี เมื่อมากกว่า 100 ปีที่แล้ว ซึ่งในยุคนั้นยังมีน้อยคนนักที่มีโอกาสได้ร่ำเรียน ได้เดินทางเห็นโลกกว้าง อ่านออก เขียนได้และจดบันทึกความรู้ให้แก่เพื่อนมนุษย์ และชนรุ่นหลังได้ร่ำเรียน และสืบต่อความรู้ที่ยังประโยชน์แก่ปวงชนตั้งแต่ชาวบ้าน ปัญญาชน หมอท้องถิ่น จนถึงกษัตริย์ รายาและผู้ปกครอง

กีตาบ/ตำราเล่มนี้ นับเป็นแหล่งข้อมูลในทางประวัติศาสตร์การศึกษาและการบันทึกความรู้/อิลมูที่สำคัญของปาตานี ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางสังคมที่ก้าวเข้าสู่สภาวะแห่งความทันสมัย และเป็นหลักฐานหนึ่งของการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาที่เป็นการตั้งต้นการศึกษาที่ว่าด้วยความรู้ “ปาตานีศึกษา” ที่ถือเป็นการสำรวจความรู้จากพื้นที่ปริมณฑลเมืองท่าฝั่งตะวันออก ที่มีความหลากหลายของคนทั้งในแง่ของศาสนิก และชาติพันธุ์ รวมถึงการศึกษารายละเอียดจากการที่เหล่าอูลามะฮ/ปัญญาชนศาสนาได้ร่วมกันทำการนำเข้า ส่งออกและการจารึกความรู้ที่มีปลายทาง คือโลกมลายูปาตานีและอาณาบริเวณที่เชื่อมโยงเข้ากับนครสำคัญๆ ในภูมิภาค โดยสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายบุคคล ผู้รู้ อูลามะฮและความรู้เข้ากับระบบการศึกษาในโลกอาหรับที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ เมกกะฮ ไคโร และอิสตันบูลในยุคดังกล่าว

โลกอิสลามในต้นศตวรรษที่ 19 ก่อนมีวิกฤติการการเมืองในโลกอาหรับยังเปิดรับ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนความรู้จากแหลมมลายูสู่แหลมอารเบีย ด้วยการเขียนจดหมายไปมาหากัน ซึ่งความรู้นานาชนิดจากอาณาบริเวณดังกล่าวที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางภูมิศาสตร์การปะทะแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างอารยธรรมในระดับโลก ความรู้จากต้นกำเนิดจากนครบาบีโลน อาณาจักรเปอร์เซีย จีน อินเดีย กรีกและโรมัน โดยผู้เขียนกีตาบ/ตำราเล่มนี้ได้นำความรู้ท้องถิ่น และความรู้จากโลกภายนอกมาบรรจุไว้ในกีตาบยาวี ที่บันทึก ผลิตและส่งต่อความรู้โดยปราชญ์/อูลามะฮชาวมลายูปาตานีเมื่อกว่า 130 ปีที่แล้ว

วัลลอฮู อะลัม
อิบรอฮีม บินอะฮหมัด วงษ์ตานี
28 รอบีอุลเอาวาล 1442

แสดงความคิดเห็น