สมาพันธ์ครูใต้ร่วมรำลึก ครู184รายเหยื่อเหตุไม่สงบ ในงานคุรุวีรชนชายแดนใต้

0
389

ส.ค.  ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี พลเอกสุรเชษฐ์  ชัยวงศ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด งานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 8เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล และน้อมรำลึกถึงคุณงามความดี ความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ของครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ทำหน้าที่จนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยตลอดระยะเวลา 13 ปี มีครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องสังเวยชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 184 ราย โดยในงานมีการทำพิธีทางศาสนา ทั้งพุทธ และ อิสลาม เพื่ออุทิศส่วนกุศลเพื่อให้ดวงวิญญาณของครูผู้เสียสละได้สู่สุคติ การยื่นสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีพิธีน้อมรำลึก ในพระมหาการุณาธิคุณ และลงนามถวายอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาล ที่ 9 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และทายาทของครูผู้เสียชีวิต  ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา กว่า 2000 คน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้  ด้านนายบุญสม  ทอง ศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า การจัดงานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ในครั้งนี้ ทางสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการจัดงานทุกครั้ง ก็เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตไปสู่บุคลากรที่มีคุณภาพ ที่พัฒนาประเทศในภายภาคหน้า ต้องขอขอบคุณในทุกภาคส่วนที่เข้ากำกับดูแลครูในพื้นทั่งหวัดชายแดภาคใต้ โดยเฉพาะด้านการรักษาความปลอดภัย ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและกำลังใจในกาที่จะทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพทางการศึกษา ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา มีครูต้องสังเวยเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ความไม่สงบถึง 184 ราย ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในแวดวงการศึกษาไทย ซึ่งการจัดงานในวันนี้ ก็เพื่อต้องการน้อมรำลึก ถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสียชีวิต ที่ได้เสียสละและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ให้มีการศึกษาที่ดี และมีอนาคต ถึงแม้ว่าครูจะต้องตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตราย แต่ก็ไม่ย่อท้อ ทำหน้าที่ของตนเองจนวาระสุดท้ายของชีวิต อีกทั้ง เพื่อสร้างความรักความสามัคคี กับครูทุกกลุ่ม และทุกสถาบัน ให้รักกันอยู่ในพื้นที่อย่างสันติสุข ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถสร้างความแตกแยกให้กับครูในพื้นที่ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจกัน