คืบดราม่า งานประกวดปัตตานี สาวสองรุดให้ปากคำเพิ่ม ลั่นพร้อมเอาความถึงที่สุด!!

0
662

(16 ก.พ. 67) สำหรับความคืบหน้าเหตุการณ์เรื่องทะเลาะวิวาทของพิธีกรชื่อดังจังหวัดปัตตานีและเหล่าพี่เลี้ยงนางงามที่มาเชียร์ในงานประกวดมิสไซน่าจังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังในโลกโซเซียลอยู่ตอนนี้ โดยมีผู้คนเข้าไปคอมเมนต์และแชร์กันอย่างเป็นวงกว้าง
ล่าสุดเวลา 11.30 น. ณ สถานีภูธรเมืองปัตตานี นายปัญญา เทพเฉลิม นักสันทนาการชำนาญการ เทศบาลเมืองปัตตานี ได้มาพบเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเรื่องที่มีการทะเลาะวิวาทกันในงาน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่งโมงครึ่งในการพูดคุยกับพนักงานสอบสวน หลังจากเสร็จการให้ปากคำ ทางนายปัญญา เทพเฉลิม ได้เดินทางออก ขณะเดียวกันเป็นการสวนทางกันระหว่างผู้เสียงหายที่เดินทางมาเข้าให้การเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยทาง นายปัญญา พิธีกรชื่อดัง อ้างว่าไม่ได้ทำร้ายนายอธิวัฒน์ พันธภาค (สาวประเภทสองเจ็บหนัก) แต่ยอมรับว่าได้ต่อย 2 ครั้งใส่นายพิษณุ ไชยสอน ซึ่งเป็นเพื่อนอีกคน ตามคลิปวีดีโอ โดนอ้างว่านายพิษณุ ได้ดึงผมและต่อยด้วย จึงเกิดบันดาลโทสะ
ขณะเดียวกัน เวลาประมาณ 13.00 น.ทางเหล่าพี่เลี้ยงนางงาม เพื่อนนายอธิวัฒน์ที่โดนทำร้ายที่ปรากฏในคลิปก่อนหน้านี้ ได้เดินทางมาที่สถานีภูธรเมืองปัตตานีเพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน พร้อมยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ทางพี่เลี้ยงนางสาวยังได้โชว์อุปกรณ์ส่องไฟที่ใช้ส่องในคืนที่เกิดเรื่องให้กับทางผู้สื่อข่าวได้ดู โดยเป็นลักษณะคล้ายไฟฉายขนาดใหญ่ สีดำ ซึ่งได้เปิดฉายไฟให้ดูและได้เน้นย้ำว่า พวกตนไม่ได้เป็นคนฉายไฟแน่นอน แต่ให้ดูเพราะพี่เลี้ยงนางงามทุกคนจะมีไฟแบบนี้พกไว้ตลอด เพื่อส่องทีมนางงามของตนเอง


นายปัญญา เทพเฉลิม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เดินทางมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเนื่องจากตนก็ได้รับบาดเจ็บที่หัวจนลุกลามไปยังข้างหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บอกให้ไปนำใบรับรองแพทย์เพื่อมายืนยัน ส่วนจะแจ้งความเรื่องที่ตนถูกทำร้ายร่างกายนั้นก็คงไม่ เพราะเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ตนไปอยู่จุดนั้นและเกิดการชุลมุน และโดนลูกหลง จึงมาร้องทุกข์ไว้ก่อน
“ขอโทษพี่น้องประชาชนทั้งประเทศและจังหวัด เพราะเหตุนี้เป็นเรื่องความเข้าใจผิดกัน และที่สำคัญต้องขอโทษน้องที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ผมยืนยันว่า ไม่ได้ทำ มากขนาดนั้นจนไปทำให้น้องหน้าบวม ตนอายุ 61 ปี ส่วนที่ผมมีปัญหากับอีกคนหนึ่ง ถ้าเขาเข้ามาไกล่เกลี่ยก็ยินดีมาก ก็บอบช้ำมามาก เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำผลประโยชน์ให้กับสังคม น้องอยู่ในวงการนางงาม ส่วนตนก็เป็นพิธีกร ก็เจอกันบ่อย ส่วนปัญหาที่ตามมาภายหลัง ตนก็กังวล เป็น เรื่องธรรมดา แต่ก็บอกไปตามความจริงที่เกิดขึ้น ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเข้าไปห้ามก็เกิดบันดาลโทสะ เพราะตอนก็โดนกระชากคอ และดึงผมด้วย”


นายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นคู่กรณีว่า
“ผมต้องขอโทษจังหวัดรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอโทษสังคมว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น วันนั้นผมไปดูความเรียบร้อยหน้างานจนประกวดเสร็จก็ออกจากงานไป มาทราบข่าวตอนเช้าก็ตกใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานเป็นวันแห่งความสุขของครอบครัวช่วงตรุษจีน เมื่อเกิดปัญหาเร่งด่วน ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมเป็นผู้บังคับบัญชาต้องดูข้อเท็จจริง ต้องเดินตามระบบกฎหมาย
“หากไม่สามารถสร้างความยุติธรรมจะสร้างความแตกแยก ได้เรียกนิติการมาประชุมเพราะเป็นเรื่องกระทบวงกว้าง ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผิดวินัยก็ต้องไปตามผิด ผลคดีว่าไปตามกฏหมาย ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่าเป็นปัญหาไฟลามทุ่งของสังคมไปแล้ว”
“ในฐานะเทศบาลต้องให้ความยุติธรรม กรณีนี้เป็นเคสตัวอย่าง เราไม่นิ่งนอนใจ ให้ทุกคนติดตามข้อเท็จจริง ยึดหลักระเบียบและกฏหมายเพื่อความเป็นธรรม ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชาผิดก็ว่าไปตามผิด ต้องรักษาตัวเองให้ดีแล้วไปตอบสังคมให้ชัด สิ่งนี้เป็นความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา เมื่อโซเชียลไปเร็วอาจเกิดผลกระทบไปมาก เท่าที่สอบถามทราบว่าเหตุเกิดหลังจากงานเลิก ยิ่งต้องหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมขอโทษคนไทยทั้งหมด ขอโทษจากใจจริง”

นายอธิวัฒน์ พันธภาค อายุ 32 ปี สาวประเภทสองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนตามเพื่อนมาเชียร์นางงาม มีพี่เลี้ยงของนางงามอีกคนได้ส่องไฟไปเฉพาะนางงามเพื่อให้สว่าง พิธีกรก็ได้ตักเตือน เขาก็หยุดทันที จนประกวดเสร็จก็ได้ถ่ายรูปกับนางงาม พอส่องเสร็จพี่เลี้ยงก็ฝากไฟฉายไว้ที่ตน
“จากนั้นพิธีกรก็ให้ทีมงานมาเรียกให้ไปคุย แต่ไม่ไป บอกถ้าจะคุยก็มาคุยหน้าเวที พอพูดเสร็จ พิธีกรก็บอกว่าเริ่มเลย แล้วก็โดนตบที่แก้ม พิธีกรก็เอาเก้าอี้มาฟาดหัวและแขนทันที ยืนยันว่าเขากับลูกน้องเป็นคนทำ พอโดนตีก็มีเพื่อนเข้ามาช่วยห้าม จากนั้นเพื่อนก็โดนรุมอีกทีตามคลิปเลย เราไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย เพราะตามมาหลังแล้วเพื่อมาดูงาน ก็ขอความเป็นธรรมกับเรื่องนี้ เพราะไม่รู้อะไร อยากรู้ว่าโดนแบบนี้เพราะอะไร เหตุการณ์แบบนี้มันไม่สมควรเกิด ใช้ความรุนแรงเกินเหตุ”
นายเอกรัตน์ หลัดจันทร์ อายุ 26 ปี เพื่อนของนายอธิวัฒน์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า พอเขาประกาศงดส่องไฟ พวกเราก็หยุดทำทันที เพราะเป็นงานของเขา แต่สิ่งที่รับไม่ได้ คือน้องที่โดนไม่ได้เป็นคนทำแต่เป็นผู้ถูกกระทำ อยากจะทราบว่าเพราะอะไร สาเหตุอะไรถึงทำ
“ถ้าคุณไม่พอใจในคอมเม้นในไลฟ์สด เป็นพิธีกรต้องรับให้ได้ ช่วงเกิดเหตุก็มีคนในเทศบาลเยอะมาก อยากให้ออกมาเป็นพยาน ต้องขอโทษเทศบาลด้วยที่เขาไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องมักง่ายของคนบางคนเท่านั้นที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ ทำให้ชื่อเสียงจังหวัดเสื่อมเสีย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ใช่คนก่อเหตุก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่หากเป็นคนที่ก่อเหตุต้องรับผิดชอบ เราไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการกระเช้า แต่ต้องการความยุติธรรมมากที่สุด”

เลขา เกลี้ยงเกลา ทีมข่าว@ชายแดนใต้ปัตตานี