แม่ทัพภาค 4 ร่วมแถลงผลจับกุมขบวนการใหญ่ยาเสพติดข้ามชาติ พร้อมของกลางยาไอซ์ ยาบ้า มูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

0
553

วันนี้ 11 พฤษภาคม 2565 . ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทร์ ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการกำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ พลเรือน และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาข้ามชาติ นายปวิช (หรือ ปอ) ธีรสุทธิ์ ที่หลบหนีอยู่ในขณะนี้ โดยมีเครือข่ายยาบ้าบ่าวสิชลเป็นตัวกลางประสานงาน โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวน 7 ราย ในพื้นที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) น้ำหนัก 382 กิโลกรัม และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน  474,000 เม็ด, อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด, รถยนต์ จำนวน 4 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภทที่ 1 (หรือไอซ์) ไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ใด้รับอนุญาต, เป็นการกระทำเพื่อการค้า, จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน และเป็นการกระทำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าสั่งการหรือมีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรม โดยมูลค่าที่จับได้ในครั้งนี้ประมาณ 114 ล้านบาท และหากส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่าถึง 1,140 ล้านบาท

สำหรับผลการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอรรถนพ (ต้ะ) สุขสงวน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 30 เม็ด ในพื้นที่อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมยาเสพติด ยาบ้าได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 100,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำขณะนำยาเสพติด(ยาบ้า)ไปส่งให้ลูกค้า ประกอบกับเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 ได้จับกุมตัวนายประเสริฐ เสนา พร้อมของกลางยาเสพติด(ไอซ์) จำนวน 300 กิโลกรัม ที่ บริเวณด่านตรวจความมั่นคงควนมีด อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขณะลำเลียงลงสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันขยายผลต่อเนื่องจนทราบว่าขบวนการค้ายาบ้าและยาไอซ์ดังกล่าวเป็นเครือข่ายของนายพรชัย ยอดอินทร์ (บ่าวสิชล) ซึ่งเป็นขบวนการค้ายาข้ามชาติ ซึ่งนายพรชัย (บ่าวสิชล) จะมีหน้าที่ลำเลียงยาลงสู่พื่นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีนายประวิช(ปอ) ธีรสุทธิ์ เป็นผู้สั่งการ และได้สืบสวนจนทราบว่ามีการนำยามาเก็บไว้ในพื้นที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระทั่งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่ได้ล่อซื้อยาบ้าจากนายเทพศักดิ์ นนทฤทธิ์ (ชาย) จำนวน 6,000 เม็ด จึงได้ทำการจับกุม และขยายผลตรวจค้นบ้านเช่าของนายเทพศักดิ์ฯ ณ บ้านเลขที่ 183/1 ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยาบ้า 48,000 เม็ด สรุปรวม 54,000 เม็ด และในวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 ได้ขยายผลจับกุม นายเกียรติพงษ์ ปานรินทร์ (ใหม่) และนายชุติพันธ์ โกรนิ (ฉุย) พร้อมของกลางยาบ้า 280,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ 1 คันที่จะลานจอดรถในปั๊มอำเภอท่าศาลา ขณะนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้า จากการขยายผลทั้งสองได้รับยาบ้ามาจากนายพรชัย(บ่าวสิชล) จึงได้ไปจับกุมนายพรชัย(บ่าวสิชล) และนายอวยชัย (เอ็ม)พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวน 14,000 เม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และรถยนต์ 2 คัน จับกุมได้ที่ พร้อมใจรีโซเทลรีสอร์ท อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสอบสวนนายพรชัยให้การว่า รับคำสั่งจากนายปวิช (ปอ) ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ให้ตนเองขนยาไอซ์จำนวน 380 กิโลกรัม โดยว่าจ้าง 1,000,000 บาท มีนางสาวจิตรวดี(ฝน) เป็นผู้ควบคุมการขนส่ง และต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่จับกุมนางสาวจิตรวดี(ฝน) มาสอบสวนปรากฏว่านายปวิช (ปอ) ได้ติดต่อมาว่ายาเสพติด(ไอซ์) จำนวน 10 กระสอบหนักประมาณ 380 กิโลกรัมได้ถึงที่หมายแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อนายพรชัย(บ่าวสิชล)ได้ จึงสั่งให้นางสาวจิตรวดี(ฝน) มารับยาไอที่บริเวณศาลาริมถนนสายเอเชีย ขาล่องใต้หมู่ที่ 5 ตำบลสามตำบล อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่เกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทดแทนที่นายประเสริฐ เสนา ซึ่งถูกจับกุมที่ด่านควนมีดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 และต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนางสาวจิตรวดี(ฝน) ไปยังที่นัดหมาย ต่อมาสามารถจับตัวนายซอบบือรี (ยี) ที่โรงแรมเอเชีย ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายบังไม่ทราบนามสกุล ให้มารับยาชุดดังกล่าว โดยได้ค่าจ้าง 1,000,000 บาท และนำไปส่งให้ลูกค้าที่ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งต่อยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการทลายเครือข่ายของการค้ายาเสพติดได้เกือบทั้งเครือข่าย โดยมูลค่าที่จับได้ในครั้งนี้ประมาณ 114,000,000 บาท และหากส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าอีกเป็น 10 เท่า หรือประมาณ 1,140,000,000 บาท ในส่วนของผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดทั้งหมดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย สำหรับทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพื่อทำการตรวจยึดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทีมข่าว@ชายแดนใต้