นราธิวาส – แม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามคดีสำคัญในพื้นที่ ย้ำนโยบายบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ตามขั้นตอนกฏหมายไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

0
440

แม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามคดีสำคัญในพื้นที่.นราธิวาส ย้ำนโยบายบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เป็นไปตามขั้นตอนกฏหมายไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เร่งสร้างความเข้าใจ ผู้ให้การสนับสนุนถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน

วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2564 พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุการณ์คดีสำคัญในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 ทั้งนี้เพื่อเน้นย้ำนโยบายสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจากเหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าว พร้อมการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบจากชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ ยืนยันว่ามีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาอาศัยในพื้นที่ Support site และมีความพยายามก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายการก่อเหตุคือกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ และเป้าหมายอ่อนแอ

พลโทเกรียงไกร แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “วันนี้เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงานของกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ จะเห็นได้ว่ายังมีผู้หลงผิดให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว และ ประกอบกับพื้นที่จังหวัดนราธิวาสบริเวณดังกล่าวติดป่าภูเขามีช่องโหว่ในการหลบหนี จำเป็นจะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำศาสานา เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความเข้าใจ ด้านกำลังเจ้าหน้าที่ก็ต้องเพิ่มการลาดตระเวนที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยแก่กำลังเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญด้วย ใช้บทเรียนที่ผ่านมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ปฏิบัติการด้านการข่าวแบบเชิงรุก และปฏิบัติการทหารแบบเชิงรุก ลาดตระเวน กดดันกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยง ล่อแหลม เพื่อลดความพยายามในการก่อเหตุ ติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน สร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนให้ได้ ทั้งนี้ให้หน่วยทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน อย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดทั้งการให้ที่พักพิง แหล่งหลบซ่อน จัดหาเสบียง เพราะจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  รวมทั้งให้แจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอเป็นกำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย ที่เสียสละมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ขอให้มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ ถึงแม้มีความยากลำบากแต่ขอให้คิดคำนึงว่ามันคือหน้าที่ ในการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดมั่นในยุทธศาสตร์การเป็นคนดี เข้าใจหน้าที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนั่นจะทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ ขอเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพวกเราในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน