นราธิวาส – “กรมเจรจาการค้าฯ” จัดสัมมนา สร้างเครือข่ายเชื่อมออนไลน์ 3 จังหวัดชายแดนใต้เตรียมรุกตลาดอาเซียน

0
42

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิด โครงการสัมมนา “การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สู่อาเซียน ครั้งที่ 3” ณ โรงแรมอิมพีเรียล จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรี และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการให้ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า รวมถึงกฎระเบียบทางการค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ตลาดอาเซียน โดยมีการเสวนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เรื่องง่ายๆ ที่ต้องรู้ กับการใช้ประโยชน์จาก FTA” และ “สินค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ ติดปีกสู่ตลาดการค้าเสรี” ซึ่งมีผู้ประกอบการจากจังหวัดนราธิวาส และยะลา สนใจเข้าร่วมงานกว่า 160 คน การสัมมนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน เกี่ยวกับข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ความตกลงเอฟทีเอ การเตรียมความพร้อมต่อการเปิดเสรีทางการค้า การขยายตลาดส่งออก และการสร้างเครือข่ายและพันธมิตรให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมทั้งเปิดเวทีวิเคราะห์สินค้าเป้าหมายที่เป็นที่ต้องการของตลาด การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความสำคัญของการจดสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงบทบาทและการให้บริการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เพื่อพัฒนาต่อยอดสินค้าในรูปแบบการบรรจุภัณฑ์ การสกัดสารอาหาร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายตลาดออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ ยังได้มีการประชาสัมพันธ์บทบาทของกรมฯ ที่มุ่งมั่นสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าเสรี และกระตุ้นผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า รวมถึงได้สร้างเป็นเวทีเครือข่ายความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้เกิดการซื้อขายสินค้าและวัตถุดิบ เช่น สินค้าประมงแปรรูป ทุเรียน กล้วยหิน ผลิตภัณฑ์ยางพารา ผ้าบาติก เป็นต้น สู่อาเซียน รวมทั้งให้ข้อมูลเรื่องโอกาสการส่งออกผ่านด่านสุไหงโกลก ด่านตากใบในจังหวัดนราธิวาส และด่านเบตงในจังหวัดยะลา และการยกระดับคุณภาพสินค้า เป็นต้น รวมทั้งผู้ประกอบการได้มีโอกาสถ่ายทอดประสบการณ์และช่องทางการติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาสินค้า เพื่อให้เกิดการเติบโตทางการค้าไปด้วยกัน

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กรมเจรจาการค้า ได้เจรจากับประเทศต่างๆ เพื่อทำการค้าเสรี เพื่อลดภาษีลง ทำลายอุปสรรคต่างๆลง ในขณะเดียวกันก็นำสิ่งต่างๆมาบอกในพื้นที่ เพื่อจะให้ใช้ประโยชน์ สิ่งที่สำคัญของโครงการนี้คือจะเป็นการเปิดนำความรู้ในเรื่องการค้าเสรีมาลงพื้นที่ เพื่อรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญให้สามารถพัฒนา และขยับขึ้นจากท้องถิ่นไปสู่การค้าระดับประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดประตูสำคัญที่จะให้ผู้ค้าในชายแดนไปสู่องค์การเวทีการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้นและง่ายขึ้น นอกจากนี้ลองกองที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ได้ยกระดับในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะลองกองซีโป ยังสามารถอัพราคาได้ในระดับหนึ่ง และตัวลองกองสามารถนำมาพัฒนาเพื่อจะยกระดับสร้างมูลค่าของสินค้าได้ ซึ่งในวันนี้เกษตรกรและผู้ประกอบการที่มารับฟัง เชื่อว่าจะสามารถนำไปต่อยอดไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าเป็นอาหารสำเร็จรูป เป็นวัตถุดิบยกระดับให้เป็นของหวาน ของทางเล่น ซึ่งจะสร้างมูลค่า เมื่อบวกกับสินค้าความเป็นท้องถิ่นบวกกับการเป็น GI จะทำให้เติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ยังได้แจ้งให้ผู้ประกอบการนำสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่ผลิต มาร่วมแสดงในงานสัมมนาด้วย เพราะกรมฯ ได้พาผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและการตลาดมาเปิดเวที วิเคราะห์สินค้า แนะนำตลาดส่งออกให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมสัมมนา ใช้โอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และสร้างเครือข่ายธุรกิจ และหลังจากงานครั้งนี้แล้ว กรมฯ จะคัดเฟ้นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมงานพบปะผู้ซื้อ เพื่อเจรจาจับคู่ธุรกิจที่กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและส่งออกสินค้า โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ที่ได้ทลายกำแพงภาษีในตลาดอาเซียนแล้วด้วย

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น