ภาคประชาสังคม 38 องค์กรและนักวิชาการแถลงการท้วงติงรัฐ ยุติการคุกคามและปิดปากประชาชน

0
465

2 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา ร่วมวงในนามเครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ท้วงรัฐยุติการคุกคามและปิดปากประชาชนร้องขอ

เปิดพื้นที่ทางการเมือง เปิดโอกาสให้สันติภาพ

จ ำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในห้วงสองสามปีที่ผ่านมาอาจท ำให้รัฐบาลและหน่วยงำนความมั่นคง

มั่นใจว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานีแห่งนี้ดีขึ้นแล้ว แต่เราในนามของเครือข่ายเฉพาะกิจ

เพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในกำรแสดงความคิดเห็นและผู้ที่ร่วมลงชื่อข้างท้ายแถลงกำรณ์ฉบับนี้ขอย้ ำเตือนว่าข้อสรุปดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงแต่อย่างใด เพราะตราบใดที่รัฐบาลไทยและ

ขบวนการต่อสู้ปาตานีไม่พยายามจัดกำรกับปัญหารำกเหง้าซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วเป็นประเด็นปัญหาในทางการเมือง อีกทั้งยังไม่มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ที่ด ำรงอยู่ ตราบนั้นควำมขัดแย้งในพื้นที่จะยังไม่อาจคลี่คลายลงไปได้ ที่ส ำคัญ ประชาชนพลเรือนทุกชาติพันธุ์ศาสนาในพื้นที่แห่งนี้ก็ยังคงประสบกับชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง

ค ำยืนยันข้างต้น สะท้อนจากสภาพความเป็นจริงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ (นับตั้งแต่ในช่วงปลายปี2560 เป็นต้นมา) ไม่เฉพาะเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนยังคงมีความต่อเนื่องอยู่เท่านั้น แต่ยังปรากฎ

เหตุการณ์ปิดล้อมหมู่บ้าน ตรวจค้น และจับกุมประชาชนจ ำนวนมากในครำวเดียวกันหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย แม้ปฏิบัติการเหล่านี้จะอ้างการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แต่ผลลัพธ์ก็คือยิ่งท ำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีควำมเป็นไปได้ว่ายังส่งผลให้เกิดความรุนแรงระลอกใหม่ตามมาอีกด้วย

สถานการณ์อันอึมครึมเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นบรรยากาศที่เอื้ออ ำนวยต่อกระบวนการสันติภาพที่รัฐบาลไทย

ก ำลังผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งมีการซ้ ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ำยขึ้นไปอีก เมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นและกีดกันการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ประชาชนปรารถนา

ดังเช่นที่ทางกองอ ำนวยกำรรักษาความมั่นคงภาคในภาคที่ 4 ส่วนหน้า ด ำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับสื่อมวลชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในช่วงต้นเดือนกุมภำพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งในกรณีรายงานข่าวเกี่ยวกับการซ้อมทรมานของสื่อผู้จัดกำรออนไลน์และกำรเข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีความของตนเองของ นายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) ในรายการ

“นโยบาย by ประชำชน” ทำงสถานีThai PBS

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษและกฎหมายอาญามิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และยังท ำให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในเสรีภาพของบุคคล

และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตำมกฎหมายระหว่างประเทศทั้งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

(Universal Declaration of Human Rights) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการ

เมือง International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) ที่ระบุว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิและ

เสรีภาพทั้งทางร่างกายและการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งเป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อมิให้เกิดการตรวจสอบ

และถ่วงดุลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือที่เรียกว่า SLAPPs (Strategic Lawsuit against Public

Participations)

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี

จะไร้ความหมาย หากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังไม่ตระหนักถึงความส ำคัญของการปกป้องชีวิตของพลเรือนและเสรีภาพที่จะสามารถแสดงควำมคิดเห็นได้ อันเป็นหลักการพื้นฐำนส ำหรับการสร้างสันติภาพที่เคารพยอมรับ ให้เกียรติ และเปิดกว้างต่อการท ำงานร่วมกัน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน. ภาค 4 สน. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องยุติการคุกคามประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาด้วยการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ไม่เป็นธรรม

2. ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหรือขบวนการต่อสู้ปาตานียุติการคุกคามและโจมตีพลเรือนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาโดยเด็ดขาด

3. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยุติการคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการแจ้งความด ำเนินคดี (SLAPPs) ต่อประชาชน สื่อมวลชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยด ำเนินการทบทวนและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการด ำเนินการชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

5. ขอเรียกร้องให้ “หุ้นส่วนสันติภาพ” ทั้งรัฐบาลไทย กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหรือขบวนการต่อสู้ปาตานีทุกกลุ่ม กลุ่มประชาสังคมทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ได้ร่วมกันติดตามและตรวจสอบกรณีการคุกคามข้างต้นอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการคลี่คลายปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่อรัฐบาลไทยและขบวนการต่อสู้ปาตานี

6. ขอเรียกร้องให้เพื่อนมิตรกลุ่มประชาสังคมในพื้นที่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาผนึกก ำลังกันเพื่อป้องกัน สกัด ขัดขวางไม่ให้ทุกฝ่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนและปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ก็เพื่อตอกย้ าหลักคิดที่ว่าสันติภาพนั้นไม่อาจปรากฎขึ้นได้ หากไร้ซึ่งความเป็นธรรม

ลงชื่อ ในนามกลุ่มภาคประชาสังคม 38 กลุ่ม จากหลายสถาบัน 22 ท่าน