นราธิวาส-บึ้ม25โลหวังปลิดชีพทหารพราน แต่ขัดข้องรอดตายไปได้หวุดหวิด

0
653


วันที่ 16 ก.ย. 65 พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.วรวุฒิ กิติศักดิ์รณกรณ์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.อ.ภาคิน เกื้อกูล ผบ.ฉก.กรม ทพ.48 นายมาหะมะยากี หะยีมะ นายอำเภอเจาะไอร้อง ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และชุด อี.โอ.ดี.อโณทัย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น บนถนนชนบทรอยต่อระหว่างบ้านโต๊ะเล็ง ม.3 กับ บ้านบาตาปาเซ ม.6 ต.บูกิต เหตุเกิดในช่วงเวลา 17.00 น.ของวันที่ 15 ก.ย. 65 ที่ผ่านมา แต่ในช่วงดังกล่าวมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยเกรงคนร้ายจะวางแผนลวง ลอบดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจสอบในช่วงเช้าของวันนี้พบที่บริเวณใต้ท่อลอดกลางถนนถูกอนุภาพของระเบิดเป็นหลุมลึก 70 ซ.ม. กว้าง 300 ซ.ม. และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าไปจุดชนวนในป่า ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง อาทิ เหล็กเส้นตัดสั้น ลูกปราย ชิ้นส่วนของถังแก๊สปิกนิก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน


จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุ ร.ต.รอฮิง สาเมาะ รอง ผบ.ร้อย ทพ.4807 ได้นำกำลังรวม 3 นาย นั่งโดยสารรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กค 3277 นราธิวาส ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านบ้านบูเก๊ะกิอจิ ม.12 ต.บูกิต เพื่อเดินทางไปร่วมประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง และในระหว่างก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตร ขณะที่นั่งโดยสารรถยนต์กระบะ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว และมองเห็นผิวถนนได้ลอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าคลุกเคล้ากับกลุ่มควันของเศษดินจำนวนหนึ่ง จึงได้จอดรถยนต์และได้กันพื้นที่แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ แต่เกิดความผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของระบบจุดชนวนระเบิด ที่ทำงานก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
///////////////////////////////