ปัตตานี-รมช.กลาโหม ลงใต้ ย้ำนโยบายรัฐฯยึดหลักสันติวิธีและกฎหมาย บนความเท่าเทียมโดยต้องไม่ละเลยหลักสิทธิมนุษยชน

0
171

รมช.กลาโหมลงใต้  ย้ำนโยบายรัฐฯยึดหลักสันติวิธีและกฎหมายบนความเท่าเทียมโดยต้องไม่ละเลยหลักสิทธิมนุษยชน

วันนี้  15 กันยายน พลเอกชัยชาญ  ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและคณะเดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่และมอบแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยได้นำความห่วงใยและคำชื่นชมของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มีต่อข้าราชการพลเรือนตำรวจและทหารที่ร่วมกันปฎิบัติงานในพื้นที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละและอดทนมามอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้าโดยมีพลโทพรศักดิ์  พูลสวัสดิ์แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4  ให้การต้อนรับ    ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่อำเภอคลองหอยโข่งจังหวัดสงขลา

จากนั้นเวลา 09.00 . รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางมายัง ห้องประชุมวิวรรธน์ปฐมภาคย์กองบัญชาการกองพลทหารราบที่15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมประชุมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความสงบสุขปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยเน้นย้ำว่า

ให้ทุกส่วนราชการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานเข้าใจเข้าถึงพัฒนา หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจในการแก้ปัญหาด้วยหลักสันติวิธีอำนวยความยุติธรรมด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านการพัฒนาควบคู่ไปกับงานด้านความมั่นคงในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างพร้อมเพียงกัน

พร้อมทั้งขอให้ร่วมกันคงความพยายามหลักในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้นโดยเฉพาะการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดการค้ามนุษย์และการลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ซึ่งมีส่วนสำคัญของเงื่อนไขความเหลื่อมล้ำและปัญหาทางสังคมโดยขอให้ประสานการมีส่วนร่วมของทุกชุมชนให้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้นำทางศาสนาและผู้นำท้องถิ่นทั้งนี้ขอให้เพิ่มการเฝ้าระวังด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและเครือข่ายกล้องวงจรปิดให้มากขึ้น

สำหรับการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขเพื่อให้สามารถเดินหน้าบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับประชาชนระดับพื้นที่อย่างกว้างขวางควบคู่กับการขับเคลื่อนเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งด้านการศึกษาเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนเพื่อนำไปสู่โอกาสทางสังคมและการอยู่ดีมีสุขของประชาชนในพื้นที่ที่ยั่งยืน.

แสดงความคิดเห็น