ศอ.บต. เดินหน้าปีที่ 3 เร่งแก้ปัญหาคนไทยไร้สัญชาติ พิสูจน์ (DNA) คืนสิทธ์ความเป็นคนไทย ให้ประชาชนในพื้นที่ 5 จชต.

0
46
ศอ.บต. เดินหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เร่งแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติ ดำเนินการพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อคืนสิทธ์ความเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ให้ประชาชนในพื้นที่ 5 จชต.

ศอ.บต. เดินหน้าปีที่ 3 เร่งแก้ปัญหาคนไทยไร้สัญชาติ พิสูจน์ (DNA) คืนสิทธ์ความเป็นคนไทย ให้ประชาชนในพื้นที่ 5 จชต.

นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปฏิบัติราชการรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA)ครั้งที่ 2 ซึ่ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำหนดจัดขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม -1 กันยายน 2562 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เขต 7 กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธีรุมต์ ศุภวิบูรณ์ผล ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นายแพทย์วิระชัย สมัย หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยาคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นางสาวศุภกร สุวรรณ์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) ผู้แทนสำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตลอดจนผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย ผู้ขอมีบัตรจำนวน 298 คน คู่เทียบหรือบุคคลอ้างอิงจำนวน 219 คน

ทั้งนี้กิจกรรมโครงการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติ ด้วยการตรวจสารพันธุ์กรรม(DNA) มีการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเนื่องจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยคนไทยที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรทั้งที่อยู่ในพื้นที่และอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการมอบสิทธิ์ความเป็นคนไทยเพื่อให้ได้รับสิทธิต่างๆเหมือนคนไทยทั่วไป จึงมีกระแสรับสั่งให้เลขาธิการศอ.บต. ดำเนินการแก้ไขปัญหาบุคคลไร้สัญชาติฯ ดังกล่าว

นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปฎิบัติราชการรองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบปะทุกคนเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่หลายๆคนที่มาในวันนี้อาจจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบากประสบปัญหาเรื่องสถานะของในการแสดงตัวตน สิทธิ และสวัสดีการต่างๆ ที่พึ่งจะได้รับหรือแม้แต่การประกอบอาชีพ และเชื่อว่าทุกคนที่มาในนี้ล้วนแต่เป็นคนไทย ซึ่งทางหน่วยงานราชการได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อลดปัญหาดังกล่าว ส่วนสำคัญผู้นำในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จะต้องดูแลประชาชนในหมู่บ้าน คอยให้คำแนะนำ ชี้แนะ สร้างความรู้สร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้มีความเข้าใจที่ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายธีรุมต์ ศุภวิบูรณ์ผล ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือบุคคลที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือบุคคลไร้สัญชาติที่อยู่ในพื้นที่ 5 จชต. เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข มีสถานภาพของบุคคลที่มีกฎหมายรับรองตลอดจนไและด้รับสิทธิและหน้าที่แห่งความเป็นพลเมืองไทยอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ ตลอดจนเพื่อสานสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับบุคคลไร้สัญชาติ เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

สำหรับบรรยากาศการเข้ารับบริการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม DNA ตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งในช่วงเช้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่อำเภอสุคีริน อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอตากใบ และในช่วงบ่ายจะเป็นการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมของประชาชนในพื้นที่อำเภอแว้งและอำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส ซึ่งทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานคริทร์ ได้ร่วมกันเก็บสารพันธุกรรมบริเวณกระพุงแก้มมาตรวจสอบเพื่อเทียบกับพ่อแม่และญาติพี่น้อง โดยมีการแบ่งหน้าที่และลำดับขั้นตอนในการตรวจอย่างชัดเจนเพื่อความรวดเร็ว ตลอดจน มีการชี้แจงสร้างความเข้าใจงานทะเบียนราษฎรและครอบครัว โดย นางศุภกร สุวรรณ์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) ให้แก่ประชาชนผู้ขอมีบัตร บุคคลอ้างอิง และญาติพี่น้องผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้เข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของการมีบัตรประจำประชาชน และสิทธิต่างๆ ที่เป็นประโยนช์ในการดำเนินชีวิตประจำวันในฐานะของความเป็นคนไทยด้วย และที่สำคัญในการตรวจครั้งนี้ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆโดยมีการเปรียบเทียบในการดำเนินการเองและการดำเนินการผ่าน ศอ.บต. ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น