ไปไกลแล้ว“ อีแกบิลิฮ “ปลากะตักตากแห้ง สู่ผลิตภัณฑ์อันลือลั่นแห่ง บ้านปาเสยาวอ สายบุรี(ชมคลิป)

0
2933

 

   @ชายแดนใต้ท่องเที่ยววันนี้ จะพาท่านมาสัมผัสกับ ชาวบ้านตำบล ปาเสยาวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี สายบุรีเป็นอำเภอหนึ่งที่มีความน่าสนใจและโดดเด่นหลายด้าน มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมประมงขนาดใหญ่ที่อยู่ควบคู่กันมายาวนาน ของจังหวัดปัตตานี เป็นแหล่งต่อเรือกอและ เรือประมงท้องถิ่นชายฝั่งอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้  ยังเป็นสนามแข่งขันตกปลาโด่งดัง ที่มีนักตกปลาทั่วประเทศและต่างประเทศต้องเข้าร่วมในทุกๆปี เป็นแหล่งผลิตและส่งออกปลากะตักตากแห้งที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมหาศาล จำนวนหลักล้านในแต่ละเดือน อีกทั้งโด่งดังลื่อลั่น และลือเลื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์น้ำบูดู ที่เรียกได้ว่าเป็นน้ำบูดูอันดับ 1 ของประเทศไทย อีกสัญลักษณ์ของอำเภอสายบุรี

เรามากันที่ เส้นทาง 4157 ตำบลปาเสยะวอ ใน 7 หมู่บ้านที่ตั้งห่างจากสายบุรีเพียง 5 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านของชุมชนริมชายฝั่งตามทางขนานไปกับทะเล จากสายบุรีไปทาง อำเภอปะนาเระ ตลอดเส้นทางจะเห็นวิถีชีวิตของชุมชนริมทะเลขนาดใหญ่ มีการตากปลากะตัก การทำน้ำบูดู การแปรรูปปลาทะเลเป็นกรือโป้ะ หรือข้าวเกรียบปลาที่นิยมบริโภคทั่วภาคใต้ สลับกันไปตลอดทาง

  ปลาจิงจั้งเป็นชื่อปลาที่เรียกกันในหมู่บ้านชาวประมงและหมู่บ้านใกล้เคียง คือปลากะตักเป็นปลาชนิดเดียวกับปลาไส้ตัน นำมาทำเป็นปลาตากแห้ง ตั้งแต่ 30 ปีมาแล้ว  หมู่บ้านชาวประมงหลายแห่งตลอดระยะทางชายฝั่งทะเลจาก อ่าวสายบุรี  จะมีการทำปลา “กะตักแห้ง”กันมากที่สุด

โดยการทำปลากะตักแห้งนี้ ขั้นแรกเมื่อได้ปลาที่รับจากชาวประมงที่กลับจากเรือแล้ว ต้องนำไปล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาต้มกับเกลือให้สุก โดยใช้เกลือหวานปัตตานีเท่านั้น จากนั้นใช้ตะแกรงตักขึ้น นำมาเสด็จน้ำและนำไปตากแดดให้แห้ง ถ้าแดดจัด 1 วัน ถ้าช่วงหน้าร้อนตากแดดเดียว ก็เพียงพอ ชาวบ้านจะคัดขนาดปลากะตัก เป็น 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กสุด ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ และคัดปลาอื่นที่ติดมาด้วยเช่น ปลาอาเนาะกาแล และลูกปลาทูเป็นต้น เมื่อปลาแห้งได้ที่แล้วจึงนำส่งไปบรรจุภัณฑ์ เพื่อจำหน่ายต่อไป

ปลากะตักมักทำกันในหน้าแล้งแดดจัด ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนไปถึงเดือนพฤษภาคมจะมีมากที่สุด ปลาที่ได้จะมีรสและกลิ่นน่ารับประทานมากปัจจุบันได้มีการนำปลากะตักมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปและยังเป็นสินค้าส่งออกส่งไปยังทั่วประเทศ และต่างประเทศเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศจีนที่ทำรายได้ให้จังหวัดปัตตานีเป็นจำนวนมากมหาศาลหลายร้อยล้านในแต่ละเดือน ปลากะตัก มีชื่อเรียกชาวมุสลิมจะเรียกว่า “อีแกบิลิส” และจะแตกต่างกันตามท้องถิ่น เช่น ปลาไส้ตัน , ปลาหัวอ่อน , ปลามะลิ ส่วนจิ้งจั้ง ยิ่วเกี๊ยะ มาจากภาษาจีน คุณประโยชน์ของปลากะตักนั้นเป็นปลาที่มีธาตุแคลเซียมสูงมาก เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อนบ้านมาเลเซียมานานมาก ปัจจุบันเริ่มถูกนำมาผลิตแปรรูปอาหารหลากหลายขึ้นเพื่อให้ตรงกับการบริโภคและตรงกับความต้องของคนในภูมิภาคอื่นๆ อันจะเป็นการขยายตลาดและต่อยอดธุรกิจที่น่าสนใจอีก ในอนาคต

สกู้ปข่าว สุกรี  / บดินทร์  ทีมข่าว @ชายแดนใต้