ชาวสวนยางยิ้ม !! รัฐจัดงบอุ้มชาวสวนยาง สามารถรับน้ำยางได้ไม่อั้น

0
1689

สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ เดินหน้าเต็มสูตรหลังรัฐบาลจัดงบอุ้มชาวสวนยาง สามารถรับน้ำยางได้ไม่อั้น เตรียมขยายสถานที่เปิดกระบวนการผลิตเพิ่มในอนาคต

ที่ สำนักงาน สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม. 5 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้มีสมาชิกของสหกรณ์ฯในพื้นที่ที่สามารถรวมตัวขึ้นมาได้ไม่น้อยกว่า 540 ราย ทยอยนำน้ำยางพาราสดมาส่งยังสหกรณ์ฯเพื่อรวบรวมน้ำยางสดทั้งหมดที่ทางสหกรณ์รับมาจากสมาชิกวันละไม่น้อยกว่า 15 – 18 ตัน ต่อวัน เพื่อรวบรวมส่งไปยังสหกรณ์เครือข่ายในพื้นที่ จ.ยะลา

โดยเฉพาะในช่วงนี้สมาชิกสามารถออกกรีดยางได้ทุกวัน และสร้างน้ำยางสดได้มาก ซึ่งทางสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ได้โควต้าร์ 100,000 ตัน และยังสามารถรองรับได้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างโอกาสให้กับสมาชิกสหกรณ์สามารถสร้างรายได้ดีหลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำมานาน ซึ่งชาวบ้านหันมาผลิตน้ำยางสดขายแทนการทำยางแผ่น เนื่องจากใช้เวลาน้อย รวดเร็ว และได้เงินเร็วกว่าการทำยางแผ่นตากแห้งขาย

นายทนงศักดิ์ นพคุณขจร ผู้อำนวยการยางแห่งประเทศไทย จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการที่ได้มาติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ถือว่าเป็นสหกรณ์ที่มีความมั่นคง ซึ่งมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การผลิตถุงมือยางส่งจำหน่ายยังตลาดกลางรวมทั้งการรวบรวมยางจากสมาชิกก็ดี ซึ่งจากนโยบายของภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาของราคายางที่ตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาในเรื่องราคายางจึงเกิดโครงการการใช้ยางจากหน่วยงานภาครัฐขึ้น

สำหรับพื้นที่ จ.นราธิวาส ทางสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่เป็นจุดรวบรวมที่ใหญ่ที่สุดใน จ.นราธิวาส โดยมีจุดรวบรวมย่อยอีก 7 จุดๆละ 40 ตัน ที่เข้ามาร่วมเพียง 3 วันก็เต็มโครงการจากโคว์ต้า 100 ตัน โดยสหกรณ์กองทันสวนยางบ้านป่าไผ่มีโครงการที่จะขยายพื้นที่ในการทำเป็นโรงงานเพิ่มขึ้นอีก 10 ไร่ และทาง กยท.จะซื้อรถยนต์เพื่อนขนถ่ายน้ำยางสดขนาด 10 ล้อ ให้กับทางสหกรณ์ฯเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งบรรทุกน้ำยางสดไปยังเครือข่ายของสหกรณ์ต่างจังหวัดคันใหม่เพิ่มอีก

“สำหรับภาครัฐที่เพิ่มโคว์ต้าให้กับทางสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ จำนวน 100 ตัน นั้น ตนมองว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราเป็นเบอร์หนึ่งของโลกจริง แต่การส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น เพียง 78 เปอร์เซ็นต์ และผลิตใช้ในประเทศเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ เหมือนปริมาณจะมากทำให้ราคาตกต่ำ แต่โดยนโยบายทางภาครัฐที่ให้มีการใช้ยางในประเทศเองเพิ่มขึ้นและถ้าปริมาณการส่งออกน้อยลงและใช้เองในประเทศให้มากขึ้นมันจะช่วยกระตุ้นในเรื่องราคาที่สูงขึ้นได้”

ภาพ/ข่าว แวดาโอ๊ะ หะไร บก.@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส