กยท.เตรียมทุ่มงบขยายโรงงานผลิตถุงมือจากน้ำยางพาราสู่ตลาดการค้า พร้อมดึงสหกรณ์เป็นสมาชิกเครือข่ายตลาดกลางน้ำยางสด

0
319

กยท.เตรียมทุ่มงบขยายโรงงานผลิตถุงมือจากน้ำยางพารา สู่ตลาดการค้าเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างรายได้ให้สมาชิก สู่ผู้บริโภคโดยตรง พร้อมดึงสหกรณ์เป็นสมาชิกเครือข่ายตลาดกลางน้ำยางสด

ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ จำกัด ตั้งอยู่ที่ ม.5 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายพูนสุข  อุเทนพันธ์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง และนายสุรชัย บุญวรรโณ หัวหน้ากองควบคุมและติดตาม การยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง พร้อมคณะเครือข่ายสถาบันเกษตรกรระดับเขต ภาคใต้ตอนล่าง เดินทางมาพบปะและตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่เพื่อรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาให้กับสมาชิกของสหกรณ์หลังประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราที่ตกต่ำ เพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดให้สหกรณ์สามารถดำเนินการกระบวนการผลิตภัณฑ์ให้สามารถสร้างความเข้มแข็งและมีรายได้ที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคตอย่างเต็มศักยภาพ

นายพูนสุข อุเทนพันธ์ ผอ.กยท.เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบปะกับประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่และคณะกรรมการสหกรณ์พร้อมมาดูการทำงานของสหกรณ์แห่งนี้พบว่ายังขาดเงินทุนหมุนเวียนและยังขาดสมาชิกของสหกรณ์ในการทำอาชีพเสริม ซึ่งทาง กยท.ภาคใต้ตอนล่าง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูลและสงขลา ที่ตนรับผิดชอบอยู่ก็พร้อมที่จะลงมาร่วมพัฒนาให้สหกรณ์แห่งนี้ให้มีความก้าวหน้าและปรับปรุงสหกรณ์ให้ดีขึ้น โดยมีเงินอุดหนุนในการต่อยอดสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็งไปสู่ความยั่งยืนและพร้อมสนับสนุนในทุกๆเรื่องตามที่คณะกรรมการสหกรณ์มีความต้องการเพื่อดำเนินการในสหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ถุงมือยางรวมถึงการพัฒนาคุณภาพของแผ่นยางรมควันซึ่งยังมีสมาชิกของสหกรณ์มาส่งป้อนวัตถุดิบที่โรงงานแห่งนี้ยังน้อยมากและต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกในการเพิ่มปริมาณของวัตถุดิบ

ในส่วนของการพัฒนาสหกรณ์เพื่อให้สามารถสร้างความเข้มแข็งอยู่ได้และมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคตนั้น ผอ.กยท.ภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า ในส่วนนี้ต้องให้การยางแห่งประเทศไทย จ.นราธิวาส ส่งพนักงานและเจ้าหน้าที่เข้ามาพบปะและให้คำแนะนำกับคณะกรรมสหกรณ์ให้บ่อยยิ่งขึ้นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนรวมทั้งหาสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงการให้ข้อชี้แนะในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการรวบรวมน้ำยาง รวบรวมสมาชิก เพื่อป้อนน้ำยางให้โรงงาน และวันใดที่ราคาน้ำยางสดสูงขึ้นโดยทำควบคู่ไปกับการการรับซื้อน้ำยางสดและไม่จำเป็นต้องทำยางแผ่นรมควันเพียงอย่างเดียว ซึ่งทางเขตภาคใต้ตอนล่างมีตลาดกลางเพื่อรวบรวมน้ำยางสดพร้อมให้สหกรณ์แห่งนี้ได้ร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายของตลาดกลางน้ำยางสดที่ อ.นาทวี จ.สงขลา และ จ.ยะลา หรือ จ.สตูล ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องของราคา หรือถ้าหากว่าสหกรณ์แห่งนี้มีความพร้อมที่จะสมัครเข้าโครงการ คสร.หรือ โครงการใช้ยางของหน่วยงานภารรัฐ ซึ่งรัฐบาลมีโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อให้ภาครัฐใช้ยาง 200,000 ตัน โดยรับซื้อหน้าโรงงานกิโลกรัมละ 49 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าท้องตลาด กิโลกรัมละ 41 บาท และพร้อมจัดสรรโคว์ต้าให้กับ จ.นราธิวาส จำนวน 100 ตัน

ในส่วนของตลาดของผลิตภัณฑ์ถุงมือยางของสหกรณ์แห่งนี้นั้น ทางตลาดกลางยางพาราที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เตรียมเปิดตลาดเกษตรเพื่อให้เกษตรกรหรือสหกรณ์ของชาวสวนยางจะได้นำผลิตภัณฑ์จากยางพาราเข้ามาจำหน่ายภายใต้ชื่อตลาดยางผาสุข เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือจากงบอุดหนุนจากภาครัฐมีโอกาสสร้างรายได้ต่อไป

ด้าน นางญาณิศา สามัคคี รองประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า โดยส่วนใหญ่แล้วทางสมาชิกสหกรณ์บ้านป่าไผ่จะร่วมกันผลิตถุงมือผ้าเคลือบจากน้ำยางพาราวันเว้นวัน โดยสมาชิกจะมาร่วมทำวันละ 3 – 4 คน ซึ่งสามารถผลิตได้วันละ 80 คู่ โดยรับซื้อน้ำยางข้นในราคากิโลกรัมละ 38 บาท โดยมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มหลังจากจากหักค่าใช้จ่ายและต้นทุนทั้งหมดแล้ว เช่น สารเคมี 5 – 6 อย่าง จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา จำนวน 300 บาท ต่อน้ำยางข้น 1 กิโลกรัม  โดยปัจจุบันจะนำผลิตภัณฑ์วางขายในตลาด ธกส.สกย.ตลาดกลาง อ.หาดใหญ่ และตามร้านตัวแทนจำหน่าย และนอกจากนั้นแล้วยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มการแปรรูปใช้ยางที่เพิ่มมากขึ้น และต้องการความช่วยเหลือด้านเงินทุน โดยจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพิ่มอีก เช่น ผลิตภัณฑ์กระเป๋าแม่บ้านสำหรับจ่ายตลาดหรือกระเป๋าใช้งานทั่วๆไปสำหรับแม่บ้านที่สามารถกันน้ำได้ รวมถึงทำยางที่ปัดน้ำฝนและอื่นๆที่ใช้วัสดุจากน้ำยางข้นตัวนี้ ซึ่งทางสหกรณ์มีแหล่งน้ำยางสดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถแปรรูปเองได้แต่ต้องซื้อมาจากโรงงาน และสามารถทำน้ำยางข้นจากน้ำยางสดที่เรามีอยู่เองได้ก็จะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าได้อีก.

ภาพ/ข่าว แวดาโอ๊ะ หะไร บก.@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส