ประวัติศาสร์ ย้อนอดีต โต้ะนิก รายา รามัน หรือผู้วิเศษ?

0
1595

โตะนิกหรือโตะนิ
Tok nik                                  (ข้อมูลโดย อิสมาแอล สาเระ)    สำหรับ เรื่องราวที่มีนั้น จะกล่าวถึงตัวตนของโตะนิก ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ลูกหลานมีใครบ้าง จากการศึกษาของหลายๆหน่วยงาน และข้อมูลที่ผู้เขียนได้รวบรวม ขึ้นมา จากหลาย ๆคน และหลาย ๆที่ เพื่อสนับสนุน ความเชื่อและการมีตัวตนของ โตะนิก ได้มองเห็นภาพ บรรยาย ผ่านตัวหนังสือ ที่ผ่านมายังไม่มีหนังสือที่เขียน เรื่องโตะนิก เลย มีเพียงบทความ และคำอธิบายสั้น แทรกอยู่ใน เริ่องเบตง หรือบทความตามหนังสือ ที่ยังขาดความชัดเจน อยู่มาก ผู้เขียนใช้เวลาอยู่หลายปี ในการเก็บเรื่องราวมาเล่าไว้ในที่นี้

ตอนที่ 1

โตะนิก เป็นนามที่คนเบตง และคนอีกหลายพื้นที่ รู้จักชื่อนี้กันเป็นอย่างดี มาเป็นเวลานาน ร่วม ร้อยปี   เมื่อเอ่ย ชื่อ โตะนิกแล้ว บางคนจะกล่าวด้วยความนอบน้อม จะเป็นด้วยความรัก ความกลัว ความเคารพ ก็ขึ้นอยุ่กับแต่ละบุคคล บวกกับการสอนต่อๆกันมา ที่มีมาเนิ่นนานให้เชื่อ จึงเพิ่มความขลัง ความศักดิ์สิทธ์ ให้กับเจ้าของนาม แต่เชื่อว่า ทุกการแสดงอาการออกมา นั้น ทุกคนบอกไม่ได้ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร อยู่ๆก็มีความเชื่อเกิดขึ้นมา มันคงไม่ไช่ มันต้องมีที่มา เราลองมาไล่เรียงเรื่องราวดูว่า เรื่องมันมาอย่างไร มาแล้ว คน ไทยพุทธ มุสลิม และจีน โดยเฉพาะคนที่มีอายุ ช่วงที่เป็นวัยกลางคนขึ้นไป จนถึงวัยชรา ในอำเภอเบตง แต่ละกลุ่ม รู้จัก โตะนิก ในฐานะและสถานะที่ต่างกัน บนความหลากหลายความเชื่อในตัวตนของ โตะนิก มันคงไม่ยากนักที่เราจะมาศึกษาเรื่องราวที่มาของ โตะนิก
โดยสรุปแล้ว ชาวมลายูมุสลิม จะรู้จัก โตะนิก ดีกว่ากลุ่มอื่นทั่งหมด ในฐานะ ที่โตะ นิก เป็น ชาวมลายู และเป็น รายา รามัน ในอดีต เรื่องราว ของ โตะนิก ที่ถ่ายทอด ต่อ ๆ กันมา นั้น มีหลักฐานชัดเจน ทั้งตัวบุคคลและสถานที่ ในขณะอีกหลายกลุ่มรู้จัก โตะ นิก ในฐานะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีวิชาความรู้ ผู้ขมังเวชย์ อยู่ในรูปแบบของการ กราบใหว้ บูชา ผู้วิเศษ ที่สามารถ บันดาลสิ่งที่ตนต้องการได้ โดยการเอาของ เซ่นไหว้ มาตั้ง ในศาลเป็นการขอ และเมื่อได้ตามที่ขอก็มาแก้บนกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันอยู่จนตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะรู้จัก โตะนิก ในฐานะอะไรก็ตาม ก็เป็น โตะนิก คนเดียวกัน คือ โตะนิก คนที่เคยเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้ง โรงเรียน “ เบตง วีระราษฎร์ ประสาน” แห่งนี้
คำว่า โตะ ( Tok.,) อาโตะ (Atok)เป็นคำภาษา มลายู ที่ใช้เรียก คุณปู่ คุณ ตา หรือ บุคคลที่มีอาวุโสมากกว่า หรือ บุคคลที่ได้รับความนับถือ จากสังคม หรือ ในบางถิ่นเรียก ดาโต ( Datok) ก็มี สำหรับ โตะวัน ( Tok Wan) จะใช้ ทางใต้คือในมาเลเซีย มีความหมาย เหมือนกัน
ในปัจจุบันนี้ในมาเลเซีย ยังใช้คำ ดาโตะ(Datok) .ดาตุก ( Datuk) กับผู้ได้รับ เครื่อง ราชจาก สมเด็จราชิบดี หรือสุลต่าน ในประเทศ ไทย มีใช้กับ ดาโตะ ยุธิธรรม ในอดีต ดาโตะ( Datok) เป็น ผู้รับราชการตำแหน่งใหญ่โต ก็จะมี นาม ดาโตะ นำหน้าชื่อ และตามด้วยตำแหน่ง เช่น ดาโ๊ต ปังลีมา (Datok Panglima ) หรือผู้มีฐานะที่ช่วยเหลืองานบ้านเมือง ก็ได้รับ ตำแหน่ง ดาโตะก็มี ไม่น้อย

ดูจากชื่อที่ชาวบ้านเรียก รายา(Raja) ของตัวเอง ว่า โตะนิก แทนที่จะเรียกว่า ต่วน โตะนิกโตะ และ ตามธรรมเนียมที่จะต้องเรียกชื่อ ราญา ด้วยชื่อจริง คงจะจริงตามที่มีเรื่องเล่า ต่อ ๆกันมา ว่า โตะนิ เป็น ราญา ที่ใจดี มี เมตตา ประชาชน เข้าหาได้ง่ายยามมีเรื่องเดือดร้อน ทำให้ เป็นที่รักใคร่ของ ราษฎรเป็นอย่างมาก
โตะนิ , โตะนิก (Tok nik) เป็นชื่อเรียก รายาเมืองรามัน ในอดีต ที่มีชื่อเต็มว่า โตะนิก จาแว หรือ จาวัน หรือ ต่วน โตะ นิ โตะ แลอ์ (Tuan Tok Nik Tok Leh ) สำหรับ มารดา ไม่ปรากฏชื่อ เป็นเจ้าเมืองรามันคนแรก ที่แต่งตั้ง โดยพระเจ้าแผ่นดิน สยาม(สมัยนั้น)เจ้าเมืองที่สืบเชื้อ สายนี้ ได้ปกครองเมือง รามัน ในฐานะ หัวเมือง มาลายู ซึ่งเป็นหนึ่ง ในเจ็ดหัวเมือง เริ่ม ตั้งแต่ พ.ศ. 2353( อยู่ภายใต้สยาม) และสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2444 แต่เดิมเมืองรามัน เป็น ชุมชนที่อยู่ภายใต้เมือง ยาลอ (ยะลา) เริ่มตั้งเมืองรามัน เมื่อ ต่วน มันโซร์ ได้ประกาศเป็นผู้ปกครองในปี พ.ศ. 2328และ ได้แยก ออกมาเป็นเมือง รามัน อีกเมืองหนึ่ง เป็นเมืองใหม่สุดในบรรดาหัวเมือง ทางใต้ในตอนนั้น เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีรายได้จากแร่ดีบุก วัว ควาย เป็นสินค้าส่งออก ไป มาลายา
เมืองรามัน ที่ได้ตั้ง รายา โดยสยาม นั้น เริ่มต้น เมือ พ.ศ. 2358 หลังจากเมืองรามัน ได้แยก ออกจากการปกครอง ของปัตตานี ในปี พ.ศ. 2328 และเป็นอิสระ อยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้น ก็ตกอยู่ใต้การปกครอง ของ สยาม และสยามได้ตั้ง ต่วน มันโซร์ เป็นเจ้าเมือง อีกครั้งหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น