พ่อเมืองนราฯแจงโควิด19 ระบาดไม่หนัก สสจ.ยัน 28 วันคุมได้ ขณะที่สสจ.สมุทรสาครลงปรับโมเดล เรือนจำนราฯ รองรับผู้ติดเชื้อ

0
75

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 เม.ย. 64 ที่ห้อประชุมชั้น 5 ศาลากลาง จ.นราธิวาส นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส และนายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ สสจ.นราธิวาส ได้ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาพรวมในพื้นที่ จ.นราธิวาส หลังจากเกิดเหตุแพร่ระบาดภายในเรือนจำนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 เม.ย.64 ที่ผ่านมา

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส แถลงว่าเป็นคนแรกโดยสรุปมีใจความว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมรับทราบปัญหาและวางมาตรการรับมือ เพื่อให้เชื้อไวรัสโควิด 19 อยู่ในวงจำกัด ด้วยการวางแนวทางหลักๆไว้ 2 ประการ คือ 1.การใช้เรือนจำนราธิวาสเป็นโรงพยาบาลสนาม ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ จำนวน 200 คน และทางจังหวัดได้จัดเตรียม LQ ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ไว้รองรับผู้ป่วยจำนวน 150 คน หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถควบคุมพื้นที่การแพร่ระบาดได้ 2. ผู้ต้องขังที่พ้นโทษ จะใช้ LQ ศูนย์บำบัดยาเสพติดของ จ.นราธิวาส เป็นสถานที่กักตัว หากพ้นกำหนด 14 วัน จะส่งตัวกลับไปใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่นราธิวาส ไม่หนักอย่างที่คิด เราไม่มีมาตรการปิดจังหวัดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนกิจกรรมต่างๆนับจากนี้จะมีการพิจารณาเป็นงานๆ จะชะลอหรือเลื่อนการจัดตามความเหมาะสม

ด้านนายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ สสจ.นราธิวาส แถลงข่าวพอสรุปใจความว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนราธิวาส รู้รายแรกเมื่อวันที่ 2 เม.ย.64 พบเจ้าหน้าที่ชายที่ปฏิบัติงานในเรือนจำ อายุ 25 ปี มีอาการเหนื่อยหอบตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 64 เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูก ในวันที่ 24 มีนาคม 64 และในวันที่ 1 เมษายน 64 มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส จึงเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผลพบว่าติดเชื้อ COVID 19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ Time line ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในเรือนจำนราธิวาส วันที่ 26 ถึง 27 มีนาคม 64 ไปทำกิจธุระที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการสอบสวนโรคทั้งหมด และจากการตรวจหาชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบเชื้อไวรัสโควิด 19 ในผู้ต้องขัง จำนวน 93 ราย ไม่แสดงอาการ 91 ราย อาการปานกลาง 1 ราย อาการรุนแรง 1 ราย โดยกลุ่มไม่แสดงอาการทั้งหมด 91 รายนั้น ได้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม ส่วนอาการปานกลางและรุนแรงเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 24 คน ไม่มีอาการ 23ราย กลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำ กลุ่มนี้มีจำนวนทั้งหมด 96 คน พบติดมีอาการเล็กน้อย 1 ราย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ทั้ง 24 ราย ซึ่งได้ติดตามผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงของจำนวนทั้ง 24 รายแล้ว และได้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่เดินทางไปในจังหวัดนั้น ได้แก่ จังหวัดปัตตานี สุราษฎร์ธานี กรุงเทพมหานคร และนครราชสีมา กลุ่มนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจากจังหวัดกลุ่มที่เดินทางร่วมกิจกรรมที่นราธิวาสที่เป็นผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำไปร่วมงาน 8 คน ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นผู้ต้องขัง 4 รายและเจ้าหน้าที่เรือนจำ 1 ราย ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ในสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนชาวนราธิวาสอย่าได้วิตกกังวล ไม่ตื่นตระหนกแต่ขอให้ทุกคนตระหนัก และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID 19 อย่างเคร่งครัด เราเชื่อว่าในเวลา 28 วัน เราสามารถควบคุมไวรัสโควิดให้อยู่ในวงจำกัดได้


ขณะที่สสจ.สมุทรสาครลงปรับโมเดล เรือนจำนราฯ รองรับผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19  ณ เรือนจำกลางนราธิวาส นางนิภา งามไตรไร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 9 ได้เดินทางมาสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายและวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลสนาม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งประกอบด้วย หน้ากากอนามัย ถุงมือ เครื่องวัดอุณหภูมิสแกนฝ่ามือ เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด แอลกอฮอร์เจล ที่ยังมีไม่เพียงพอสำหรับให้ผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใช้ หลังจากที่นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา สสจ.สมุทรสาคร ได้เดินทางมาสนับสนุนในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำนราธิวาส โดยใช้โมเดลจาก จ.สมุทรสาคร ที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้อยู่ในวงจำกัดได้ ที่สถานการณ์สาหัสสากันกว่าพื้นที่ จ.นราธิวาสมาก โดยมีนายพัศ พงศ์ใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนราธิวาส เป็นผู้รับมอบ

ในส่วนของโมเดลจาก จ.สมุทรสาคร มีแผนผังจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำนราธิวาส ดังนี้ ใช้พื้นที่แดน 2 และแดน 6 สำหรับให้ผู้ติดเชื้อนอนรักษา ซึ่งสามารถรองรับได้ 800 คน โดยเบื้องต้นได้แยกผู้ต้องขังกลุ่มสี่ยงที่มีอายุมาก รวมทั้งผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว มาคัดกรองรายละเอียดเป็นรายบุคคล หากพบเชื้อจะส่งไปอยู่แดน 2 และแดน 6 ประการสำคัญมีการบล็อบพื้นที่แดน 5 และ 7 ที่เคยใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมและซ้อมกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เพาะเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ 4 ผู้ต้องขังที่ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ จ.สุราษฎร์ธานี แล้วเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเชื้อ นอกจากนี้ภายในเรือนจำผู้ต้องขังทั้งหมด จะมีของส่วนตัวใช้แยกเป็นของใครของมัน รวมทั้งน้ำดื่มจะมีการแจกให้รับประทานเป็นส่วนตัว

นายพัศ พงศ์ใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนราธิวาส เปิดเผยว่า จากการตรวจคัดกรองผู้ต้องขัง 631 คน จากยอดรวมทั้งสิ้น 2,334 คน พบติดเชื้อโควิด 127 คน ซึ่งเพิ่มเติมจากการติดเชื้อจากวานนี้ 1 คน ซึ่งทุกคนไม่มีอาการรุนแรง ยกเว้น 4 คน ที่นอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และทางนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัตธะสีมา สสจ.สมุทรสาคร ได้คัดกรองผู้ติดเชื้อ 92 คน จากยอดรวม 127 คน ถ้าไม่มีอาการภายใน 10 วัน ทางการแพทย์ถือว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว สามารถแยกไปอยู่แดนต้องขัง 4 และ 7 ที่ใช้เป็นแดนพื้นที่ปลอดเชื้อ ตนจะประสานไปยังหัวหน้าศาล จ.นราธิวาส กรณีผู้ต้องขังต่างด้าวจะไม่อนุญาตให้ออกจากเรือนจำ จะใช้วิธี วีดีโอคอนเฟอร์เรนในการฝากขังตัดสิ้นคดีความแทน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อไวรัสโควิด19 จากภายนอกเข้ามาสู่เรือนจำ

ด้านนางนิภา งามไตรไร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 9 กล่าวว่า ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนไม่ตกกังวลเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เพราะเรามีมาตรการความพร้อมในการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปสู่ภายนอก ประการสำคัญทางโรงพยาบาลสนาม ยังมีความต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก ท่านใดต้องการบริจาดสามารถนำมาบริจาดให้กับเจ้าหน้าที่ได้โดยไม่มีวันหยุด

ส่วนความคืบหน้ากรณีผู้ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งผู้ต้องขังและเยาวชนกลุ่มต่างๆ จำนวน 200 คน จาก 15 องค์กร ซึ่งแยกกักตัวหลังจากเดินทางมารายงานตัวและคัดกรองกับเจ้าหน้าที่แล้ว ตามโรงเรียนหรือบ้านพัก พบว่า 1 ใน จำนวน 200 คน ที่กักตัวในสถานที่ศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส มีอาการไข้ และได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก แล้ว

ข่าว.แวดาาโอ๊ะ​ หะไร​ บก.@ชายแดนใต้จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น