พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ด้านรองผู้ว่านราฯถกเข้มวางมาตราการควบคุม

0
23

วันที่ 5 เม.ย.64 เวลา 09.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ให้ส่งรถพระราชทานวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 1 คัน มาให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยจัดพิธีมอบรถพระราชทานฯ ที่เรือนจำนราธิวาส (หลังใหม่ ) อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งมีนายแพทย์อภิชาติ วชิระพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นายแพทย์วิชัย วิเชียรวัฒนชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสตลอดจนเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ


หลังจากนั้นได้เคลื่อนรถพระราชทานวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และให้การฉีดวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ภายในโรงพยาบาลฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ทางด้าน พญ ขนิษฐา ยอมเต็ม แพทย์จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า สำหรับครั้งนี้เป็นการฉีดวัคซีนเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า จำนวนทั้งสิ้น 460 ราย ฉีดวันที่ 5 จำนวน 120 ราย วันที่ 7 จำนวน 180 ราย และวันที่ 8 จำนวน 160 ราย สำหรับวันแรกมีการฉีดบุคลากรที่ดูแลคนไข้โควิดรวมถึงคนที่คัดกรองโควิด-19 อย่างเช่นแพทย์และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19


โดยจะมีการคัดกรอง ซักประวัติ ลงทะเบียนไลน์หมอพร้อมเพื่อติดตามผลข้างเคียง สำหรับผลข้างเคียง 90 เปอร์เซ็นต์ จะเกิดครึ่งชั่วโมงแรกหลังจากฉีดวัคซีน ทั้งจังหวัด 5,000 โดส จำนวน 1,500 คน โดยจะเริ่มฉีดวัคซีนกระจายในทุก ๆ อำเภอของจังหวัดนราธิวาส
สำหรับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ดูแลรับผิดชอบเพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บ ตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น โรงเรียน วัด ชุมชนแออัด และกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เชิงรุก ป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 201
ด้านรองผู้ว่าฯนราธิวาส ประชุมคณะทำงานศูนย์ EOC COVID – 19 จังหวัดนราธิวาส หารือแนวทางการป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของ COVID – 19 ย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด


ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายก้องสกุล จันทราช ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส จึงต้องมีการประสานการปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โดยมีคณะทำงานศูนย์บริหารการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 จังหวัดนราธิวาส 8 คณะ ร่วมกันปฏิบัติงานในด้านต่างๆ
ด้านนายวิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สถานการณ์ด้านสาธารณสุข โรค COVID – 19 ในภาพรวมแบ่งเป็น 2 ส่วน ในภาพรวมของ ศบค. มียอดผู้ป่วยสะสม 70 ราย กำลังรักษาตัว 4 ราย รักษาหายแล้ว 64 ราย เสียชีวิต 2 ราย ในส่วนที่ 2 คือการพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ศบค. ซึ่งเรือนจำจังหวัดนราธิวาสมีผู้ต้องขัง 2,334 คน เก็บสิ่งส่งตรวจแล้ว 124 คน ติดเชื้อ 92 คน ในส่วนของเจ้าหน้าที่เรือนจำมีจำนวน 97 คน เก็บสิ่งส่งตรวจแล้ว 83 คน ติดเชื้อ 24 คน และอีก 14 คนจะต้องมีการเก็บสิ่งส่งตรวจเพิ่ม ด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในกลุ่มผู้สัมผัส จำนวน 185 คน เก็บสิ่งส่งตรวจแล้ว 128 คนยังไม่พบการติดเชื้อ โดยจำนวนผู้ติดเชื้อ รวมทั้งสิ้น 116 คน
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้จะจัดทีมเข้าไปทำโรงพยาบาลสนาม โดยจะจัดเวร แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 12 ชั่วโมงดูแลต่อเนื่องให้ได้ 28 วัน แล้วจะให้เจ้าหน้าที่เรือนจำที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด นอกจากนี้จะส่งทีมสาธารณสุขเข้าไปดำเนินการแยกกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสังเกตอาการ ทั้งนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานโดยใช้มาตรการ BUBBLE AND SEAL คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า แยกกลุ่มเปราะบาง โดยมีการดูแลต่อเนื่องเมื่อครบ 28 วัน เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะมีความปลอดภัยมากขึ้น


ในด้านคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ ป้องกันจังหวัดนราธิวาส ได้รายงานว่า ขณะนี้จังหวัดนราธิวาสมีสถานที่ Local Quarantine จำนวน 26 แห่ง ใช้ไป 13 แห่ง จำนวน 275 เตียง เหลือประมาณ 200 กว่าเตียง โดยขอให้อำเภอต่างๆเร่งของบดำเนินการสถานที่ Local Quarantine ซึ่งในช่วงเดือนรอมฎอนจะต้องจัดอาหารในมื้อเช้าและมื้อค่ำ และในช่วงปิดภาคเรียนจะใช้โรงเรียนเป็นสถานที่ Local Quarantine เพิ่มเติม ด้านชายแดนจะเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่มากขึ้น
ในส่วนของคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการประชาสัมพันธ์การสื่อสารและเทคโนโลยีจะมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนยกระดับการดูแลตนเองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข


สำหรับแผนการกระจายวัคซีนของจังหวัดนราธิวาส จำนวน 5,000 โด๊ส ซึ่งสามารถฉีดได้จำนวน 2,500 คน กลุ่มเป้าหมาย คือ ทีมสาธารณสุขด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ที่สมัครใจ และจะเพิ่มเติมกลุ่มเจ้าหน้าที่ในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสที่ยังไม่ติดเชื้อ ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้จะมีวัคซีนจากบริษัท AstraZeneca มาเพิ่มเติม สำหรับจังหวัดนราธิวาสมีเป้าหมายในการฉีดวัคซีน COVID – 19 ประมาณ 450,000 คน
ทั้งนี้ เทศบาลเมืองนราธิวาสได้แจ้งงดการจัดงานสงกรานต์แล้ว ด้านท่าอากาศยานนราธิวาสยังคงใช้มาตรการ ด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดนราธิวาสจะต้องรายงานตัว ณ อำเภอปลายทาง และผ่านการพิจารณาว่าจะมีการกักตัวหรือไม่

ข่าว.แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ บก.@ชายแดนใต้จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น