พรรคประชาชาติ ประชุมใหญ่ “วันนอร์ฯ”ตอกย้ำ ไล่รัฐบาลประยุทธ์ แก้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนใฝ่หา”

0
141

พรรคประชาชาติ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ครั้งที่ 1 และจัดการสัมมนาตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 ณ โรงแรมดิอิมพีเรียล นราธิวาส นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานการประชุม จากนั้นเป็นการสัมมนาเรื่อง “รัฐธรรมนูญที่ประชาชนใฝ่หา” โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ , คุณกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู อดีตสมาชิกวุฒิสภา , คุณอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.นราธิวาส ผู้ดำเนินการอภิปราย โดย คุณนัจมุดดีน อูมา อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ขณะที่ช่วงบ่าย จะมีการแบ่งกลุ่มอภิปราย โดยมีกำหนดการปิดการประชุมใหญ่ฯ และปิดการสัมมนาในเวลา 14.00 น.
‘วันนอร์’ ยืนยัน ‘พรรคประชาชาติ’ จะทำหน้าที่เป็น ‘ผู้แทนพันธุ์ดี’ และจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยสันติวิธี’

นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชาติครั้งที่ 1/2564 และกิจกรรมการสัมมนาตาม มาตรา 23 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ. ศ. 2560 ในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564 ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้ง ตอกย้ำว่าก่อนการลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 11 กันยายน 2563 ได้ทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย คือ อภิปรายเพื่อขับไล่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ วันที่ 12 กันยายน 2563 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้รับลูกและทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทดแทนอย่างมีเกียรติและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในบรรดาพรรคฝ่ายค้านและพี่น้องประชาชนโดยรวม
“ผมไม่ผิดหวังที่ได้เสียสละตำแหน่งให้กับบุคคลที่เหมาะสมของพวกเรา เพื่อทำหน้าที่ต่อและหลังจากนี้ ยังคงจะทำหน้าที่ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องประกอบด้วย (1) การขับไล่เผด็จการเพื่อมิให้สืบทอดอำนาจ และ (2) การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่เป็นประชาธิปไตยและมีที่มาที่ไม่ปกติและยอมรับว่า หน้าที่ทั้ง 2 ประการ ยังไม่แล้วเสร็จ หรือ
ยังไม่จบสิ้น ”


“การต่อสู้ยังคงต้องดำเนินการต่อไปและชัยชนะคงอยู่อีกไม่นานและมั่นใจมากว่าต่อแต่นี้ไปการต่อสู้ของประชาชนจะเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ”
“ถ้ารัฐบาลมีที่ดีและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและอยู่ครบ 4 ปี ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนได้ แต่ภายใต้รัฐบาลที่ตระบัดสัตย์ ไม่รักษาสัญญา หรือ ไม่รักษาคำพูดอย่างรัฐบาลปัจจุบัน จึงไม่สามารถที่จะแก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งๆที่กำลังจะเข้าวาระที่ 3″
” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชาติซึ่งเปรียบเสมือนนกเขาพันธุ์ดี เสียงดีและขยันขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่องทวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ รวมถึง นาย กมลศักดิ์ ลีวาเมาะได้ร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจต้องถูกทำลายลง ด้วยเสียงข้างมากในรัฐสภา ความพยายามของฝ่ายประชาธิปไตยหรือ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงไม่เป็นผลซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

” พรรคประชาชาติ เป็นพรรคเล็ก ก่อตั้งไม่ถึง 3 ปี ถ้าเป็นเด็กก็เพิ่งจะหัดเดิน แต่พรรคประชาชาติโชคดีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพันธุ์ดี ฉลาดและทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมทั้งในและนอกสภา อีกทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 6 คน ที่เหลืออยู่ทำหน้าที่อย่างเปิดเผย หรือ ไม่หลบหลบๆซ่อนๆ”

นอกจากนี้ นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ยังคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป น่าจะมีทิศทางที่ดีและมั่นใจว่าบัตร 2 ใบต้องเกิดขึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจะเพิ่มขึ้น ประชาชนจะชนะและเผด็จการจะหมดไป จึงขอให้ประชาชนมีกำลังใจในการต่อสู้ และมีตัวอย่างการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้เห็นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่พี่น้องประชาชนคนไทยคงไม่ใช้วิธีการเดียวกัน”
” ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อตนเองและเพื่อลูกหลาน แต่การต่อสู้ต้องเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะและชัยชนะนั้นต้องเป็นชัยชนะที่ได้มาด้วยสันติวิธี ไม่ต่อสู้ด้วยความรุนแรง”
” ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตยและตราบใดที่ประชาธิปไตยยังไม่เป็นของประชาชน เราต้องต่อสู้ร่วมกัน เพื่อส่งมอบอนาคตของประเทศที่อยู่ในมือเราสู่ลูกหลานและต้องเป็นการส่งมอบ ( อนาคต) ที่ดี เพื่อจะได้ไม่ถูกตราหน้าว่าเอาประเทศที่เสื่อมโทรมส่งต่อและทำให้ลูกหลานต้องลำบาก”
ผม มั่นใจว่า นับแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไปการเรียกร้องของประชาชนจะหนาหูและความสำเร็จกำลังจะมาถึงในเร็ววัน”
ขอบคุณข้อมูล ฝ่ายปชส.พรรคประชาชาติ

แสดงความคิดเห็น