นราธิวาส- รวบแรงงานเมียนมาร์ 45 คนถูกนายหน้าชาวมาเลย์ทิ้งให้อดอยาก หวังได้ทำงาน แต่ด้วยโควิดทางการมาเลย์เข้มงวด (มีคลิป)

0
308

นราธิวาสรวบแรงงานเมียนมาร์ 45 คนถูกนายหน้าชาวมาเลย์ทิ้งให้อดอยาก หวังได้ทำงาน แต่ด้วยโควิดทางการมาเลย์เข้มงวด

เมื่อเวลา 08.30 . วันที่ 3 มี.. 64 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโกลก.นราธิวาส ...สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม..นราธิวาส ..ณัฐพล คณะทองผบ.ร้อย ปชด.ที่ 3 และนายมะยุรี เจ๊ะโซ๊ะ สาธารณสุข .สุไหงโกลก .นราธิวาส ได้ร่วมเดินทางไปยังอาคารโรงยิมเนเซี่ยม อบต.มูโนะ เพื่อทำการคัดกรองและตรวจสอบประวัติของชาวเมียนมาร์ จำนวน 45 คน โดยแยกเป็นเพศชาย 41 คน เพศหญิง 4 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 20 ถึง 40 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณช่องทางข้ามธรรมชาติ บ้านตือระ .2 .ปาเสมัส .สุไหงโกลก ควบคุมตัวเอาไว้ได้ขณะที่อาศัยจังหวะแม่น้ำสุไหงโกลก แห้งขอด เดินข้ามแดนจากพื้นที่รัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย เพื่อรอนายหน้าชาวไทยส่งกลับประเทศเมียนมาร์ โดยแต่ละคนได้หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระมาด้วย

จากการตรวจคัดกรองชาวเมียนมาร์ทั้ง 45 คน พบว่ามีอุณหภูมิร่างกายปกติ และจากการซักถามประวัติส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่รัฐยะไข่ และได้อาศัยลักลอบข้ามแดนจากพื้นที่.สุไหงโกลก เมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา โดยมีนายหน้าไปคนนำพาเพื่อเดินทางไปทำงานร้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สถานประกอบการได้หยุดกิจการแถมเจ้าหน้าที่ทางการประเทศมาเลเซียตรวจสอบเข้มตามสถานประกอบการ นายหน้าชาวมาเลเซียจึงได้ลักลอบนำพาชาวเมียนมาร์ทั้ง 45 คน มาปล่อยทิ้งให้ชาวเมียนมาร์อดอยาก 2 วัน ที่บริเวณพรมแดนฝั่งตรงข้ามช่องทางธรรมชาติ บ้านตือระ .2 .ปาเสมัส พร้อมได้ยึดหนังสือเดินทางโดยอ้างว่า จะมีนายหน้าชาวไทยมารับเพื่อส่งกลับประเทศ กลุ่มชาวเมียนมาร์ทั้ง 45 คน เห็นผิดปกติเลยอาศัยจังหวะแม่น้ำสุไหงโกลกแห้งขอด จึงพากันเดินข้ามจากฝั่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อหวังที่จะมารวมตัวกันฝั่งไทย เพื่อง่ายต่อนายหน้าชาวไทยพากลับประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายจับกุมในที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ภายในประเทศเมียนมาร์เกิดเหตุการณ์จลาจล มีการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร ทำให้ทางการประเทศเมียนมาร์ประกาศปิดประเทศไม่มีกำหนด ทางการมาเลเซียจึงใช้มาตรการพลัดดันชาวเมียนมาร์ออกจากประเทศ โดยผ่านช่องทางธรรมชาติของประเทศไทย เพื่อลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและส่งกลับประเทศ จึงเป็นที่มาของชาวเมียนมาร์เป็นจำนวนมาก จะอาศัยลักลอบข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติข้ามมายังฝั่งของไทย ซึ่งไทยต้องรับภาระค่าเลี้ยงดูกลุ่มชาวเมียนมาร์ไปโดยปริยาย ตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากช่องทางธรรมชาติทุกจุด ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับฝั่งไทย จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของทางการประเทศมาเลเซีย ถูกส่งตัวมาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของทางการประเทศมาเลเซียสามารถจับกุมตัวดำเนินคดีได้ แต่กลับได้พลัดดันชาวเมียนมาร์ให้พ้นภาระมายังฝั่งไทย ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติโดยเฉพาะในเรื่องของความสุ่มเสี่ยงที่ชาวเมียนมาร์จะนำพาเชื้อไวรัสโควิด 19 มาระบาดในไทย.

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ .นราธิวาส

                                                                                

แสดงความคิดเห็น