สงขลา – กุโบร์สุลต่านพังยับอีกรอบ!! คนร้ายเมายาบุกทุบทำลาย กุโบร์สุสานหลวงสุลต่านสุลัยมานชาห์

0
536

ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสิงหนคร
ได้จับกุมคนร้ายที่บุกเข้าทำลายสุสานหลวงโบราณ ของสุลต่านสุลัยมานชาห์ อ.สิงหนครได้แล้ว พบกุโบร์ เจ้าเมืองถูกทุบทำลายเละเทะ กระจกครอบหลุมศพ รูปภาพจำลอง หลักหินหลุมฝังศพถูกขุดดึงหินทิ้ง ป้ายชื่อสุสานหินอ่อนด้านหน้าแตกกระจาย เสียหายทั้งหมด

เมื่อวานนี้ 23 ก.พ. พ.ต.อ.เสวี วุ่นหนู ผกก.สภ.สิงหนคร สั่งการให้ พ.ต.ท.พงศ์เทพ ละอองเทพ รอง ผกก. สส.ฯ พ.ต.ต.ประเสริฐ บริรักษ์ สว.สส.ฯ และ ชุดสืบสวน สภ.สิงหนคร ร่วมติดตามกันจับกุม ผู้ต้องหาซึ่งอยู่สภาพเมายา  ตั้งข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะ ซึ่งถูกทำลายเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกกุโบร์รอบๆบริเวณ  ภายในสุสาน สุลต่านสุไลมานชาร์ โดนบุกรุกถูกทุบทำลายแล้วหลายจุดจนเจ้าหน้าที่กรมศิลปต้องเข้ามาเก็บวัตถุไปซ่อมแซม แล้วเมื่อวันที่ 8กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

-อ่านข่าว  พังยับ มือดีลึกลับ? แอบทุบทำลาย ในกุโบร์สุลต่าน สุไลมาน ต้นตระกูลเจ้าเมือง สงขลา  http://www.chaidantai.com/?p=56209

จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายรายนี้ชื่อ นายจิระ ใจดี อายุ 35 ปี สถานที่ บ้านเลขที่ 182 (ซอยนายกเทือง) ม.5 สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลาพร้อมวัตถุของกลางได้แก่.เลื่อยมือ 1 คัน ,.ขวาน 1 เล่ม

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ได้มีบุคคลเข้าไปทำลายทรัพย์สินที่เป็นของสุสานฯได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ภายหลังได้รับแจ้งแล้ว จึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุทันที  เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า สภาพทรัพย์สิน เป็นวัตถุโบราณ  เสียหายตามที่ได้รับแจ้งหลายจุด

ซึ่งสถานที่นี้เป็นสุส่านสถานที่สำคัญ ทางโบราณคดีอีกด้วย   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามสืบพยานหา ผู้ต้องสงสัยตามรูปพรรณสัณฐานที่มีผู้แจ้งไว้ และสืบจากกล้องงจรปิดด้านบริเวณด้านนอกโดยรอบพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด เพราะในบริเวณสุสานไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่เลย จนที่สุดได้จับนำตัวนายจิระ ใจดี มาที่ สภ.สิงหนคร เมื่อทำการสอบสวนสอบถาม พบว่านายจิระฯได้ให้การยอมรับว่า ตนเองมีอาการหลอน จากเสพยาเสพติดมา และได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนทำลายทรัพย์สินในสุสาน ทั้งหมด  จึงนำตัวไปทำแผนพร้อมหลักฐานเสร็จ จากนั้นจับกุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ทางกระแสโซเชียล มีการวิจารณ์กันอย่างหนัก ไปถึงผู้เกี่ยวข้อง กรณีจะหาทางรักษาป้องกันเรื่องนี้อย่างไรต่อจากนี้

ทีมข่าว@ชายแดนใต้

แสดงความคิดเห็น