ยะลา – MOU ความร่วมมือวิจัยการพัฒนาสายพันธุ์กัญชา หวังจุดประกายโอกาสรักษาผู้ป่วยในพื้นที่

0
35

วันที่ 8 กพ.64 ที่ห้องประชุมสภา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ได้จัดให้มีพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือการวิจัยการพัฒนาสายพันธุ์ของกัญชา ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กับ บริษัท ซิแบนแนค จำกัดโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผู้รับมอบอำนาจ ฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท ซิแบนแนค จำกัด โดย นายดรงค์กร ชูหวาน กรรมการผู้มีอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งมีนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หอการค้ายะลา ส่วนราชการ ตลอดจนคณาจารย์ร่วมกันเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือ ผู้ร่วมดำเนินงานได้เห็นชอบร่วมกันในความร่วมมือดำเนินการนำเข้า ผลิต ครอบครอง ขนส่ง จำหน่าย ส่งออก ศึกษา วิจัย และพัฒนากัญชา/กัญชงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชาอันเป็นพืชสมุนไพรไทย ตามแนวทางของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่เปิดโอกาสให้มีการขออนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในการรักษา และประโยชน์ทางการแพทย์ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและชอบด้วยกฎหมาย โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพขั้นสูง วิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลโดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและท้องถิ่นชายแดนใต้

 

นายนิเวศ ธรรมชัยชูศักดิ์ ที่ปรึกษาบริษัท Green Cultivation กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาในการร่วมมือการวิจัยในการผลิตในส่วนของการปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนโอกาสที่จะนำไปใช้ส่วนตัวนั้น เนื่องจากว่าเราได้ผลิตมาจากความต้องการของผู้ป่วย ดังนั้นอาจจะยังไม่ได้เหมาะกับทุกโรค ดังนั้นก็จะไปเน้นในเรื่องของโรคพาร์กินสัน คือจะดูเฉพาะโรคที่ตรงกับสายพันธุ์ที่นำเข้ามา และในอนาคตก็จะพัฒนาในส่วนของตัวยาอื่นที่ตรงวัตถุประสงค์ต่อไป

สำหรับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ผู้ร่วมดำเนินงานลงนามบันทึกข้อตกลง โดยมีกำหนดระยะเวลา ๕ ปี (ห้าปี) ซึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว โดยมีหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งรับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ เดือน (สามเดือน) หากครบกำหนดตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงขยายและทบทวนบันทึกข้อตกลงออกไปอีกครั้งละไม่เกิน ๕ ปี (ห้าปี) ทั้งนี้ การตกลงขยายระยะเวลาให้กระทำก่อนบันทึกความตกลงจะสิ้นผลผูกพัน เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลง ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้ โดยจะต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอีกฝ่ายหนึ่ง

มูกะตา หะไร ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น