ปัตตานี – พนักงานเฟอร์นิเจอร์​​ วอนรัฐทั้งน้ำตา ช่วยแก้ปัญหา​ ไม่อยากตกงานเจอพิษเศรษฐกิจ​และโควิดซ้ำ(คลิป)

0
166

ภายหลังมีข่าวว่าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ปัตตานีที่ชื่อ บริษัท ซูเพิร์บ ครีเอชั่น เฟอร์นิเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจาก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ไปยัง จ.ชลบุรี หลังขาดทุนถึง 400 ล้าน​ จนถึงวันนี้ยังไม่มีสัญญาณทิศทางบวกใดๆ​ จากทางศอ.บต.​ซึ่งเป็นแม่งานหลักชักชวนมาร่วมลงทุน  จากแผนโครงการของรัฐบาล “เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” หวังให้อ.หนองจิกเป็นแหล่งลงทุนทางการเกษตรและอุตสาหกรรม​ แต่ความจริงแล้วทำตามแผนไม่ได้​ ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม​ มันส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ทันที เป็นอีกโครงการที่ผลงานรัฐเดินหน้าไม่สำเร็จ  ซ้ำรอย โครงการใหญ่อีกหลายโครงการที่ผ่านมาเช่น​นิคมอุตสาหกรรม​ฮาลาล​ อ.ปะนาเระ, โรงงานแปรรูป​ฮาลาล​ที่​อ.หนองจิก​ และโครงการรัฐอื่นๆอีกหลายแห่งที่กลายเป็นอนุสรณ์ ร้างอยู่ริมถนนสาย เพชรเกษม

ก่อนช่วงปีใหม่ ผู้สื่อข่าวได้รับจดหมายเปิดผนึกจาก บริษัทเฟอร์นิเจอร์ นี้ ลงวันที่ 23 ธค.ที่ผ่านมา​ หนังสือเปิดผนึกไปถึง เลขาธิการ ศอ.บต. จนถึง พลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอยุติการผลิต การลงทุนธุรกิจสำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้​ ​ยืนยันว่าณ​ตอนนี้คงต้องวางแผนยุติไปก่อน​


ล่าสุด​  6​ มค.หลังจากช่วงปิดยาวเทศกาลปีใหม่​  ผู้สือข่าวจึงลงไปสอบถามพนักงานในโรงงาน​ ซึ่งยังคงทำงานตามหน้าที่​บางแผนกปิดลงไปแล้ว​.3,, แผนก​ พนักงานที่เหลือบางคนหยุดงาน​ไปก่อน​ รอคำตอบจากบริษัท​ว่าจะเดินต่ออย่างไร​ พนักงานส่วนหนึ่งต้องย้ายมาทำงานแผนกเย็บหนัง​ และทุกคนยังมีความหวังว่า​ โรงงานแห่งนี้ยังจะไม่ถูกปิดตัวไปจริงๆ


นส.อัฟซีละห์​ ยโซะ​ หน.แผนกตัดหนัง​ เปิดใจว่า​ก่อนมาทำงานที่นี่ก็ถูกเลิกจ้างมาแล้วจากบริษัท​เอกชนแห่งหนึ่ง​ เมื่อได้ทำงานที่นี่จึงรู้สึก​ดีใจมากๆ​ และสวัสดิการ​ทุกอย่างดีมากๆ​ และชักชวนน้องชายอีกคนหนึ่งกลับมาจาก มาเลเซียมาทำงานที่นี้ด้วย​ เมื่อทราบข่าวว่า​บริษัทไม่ได้ไปต่อ​  หลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ได้​ ก็รู้สึ​กตกใจ​และใจหาย​ เพราะในส่วนของตนเอง ต้องเลี้ยงดูแม่ที่มีอายุมากแล้ว​ ถ้าจะตกงานแล้วก็ต้องตกงานทั้ง​ 2 ​คน​ ครอบครัวต้องลำบากแน่นอน​ อยากให้ศอ.บต.มาช่วยให้เราทั้งหมดได้มีงานทำที่นี่เหมือนเดิม​ ถ้าเป็นไปได้ก็ทำตามแผนนโยบายให้ได้​ ให้ทุกคนมีงานทำ​เปิดโอกาสให้น้องๆในพื้นที่​ ขยายงานให้ได้หมื่นๆคน ตามที่ได้คุยไว้ค่ะ​


นายมูฮำหมัดซอบรี​  เจ้ะหลง​อายุ​22​ปี​ แผนกเแพ้คของ กล่าวน้ำตาคลอเบ้า​ ว่า​ ตนมาทำงาน​ได้​ 3-4 เดือน​  ผิดหวังมากถ้าโรงงานต้องปิดตัวจริงๆ​ เพราะผมเองเป็นตัวหลักของครอบครัว​  ช่วยพ่อแม่รับภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน​ มีน้องเล็กๆอีก 3​ คน​ ที่ยังต้องเรียนอยู่​ ถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว​คงต้องเสียเวลาหางานใหม่​ วางแผนชีวิตใหม่ เดิมที่ตั้งไว้ต้องล่าช้าไปอีก​  แม่อยู่เลี้นงลูก​ พ่อก้รับจ้างทั่วไปเล็กๆน้อยๆ ​ ตอนนี้เพื่อนแผนกอื่นก็โดนปิด​หยุดผลิต​ หนุดทำงานแล้วเกือบครึ่ง​ กระทบต่อการยังชีพและภาระอย่างมากกับหลายๆคนทันที​และพวกเราที่เหลือ​ก็ยังรออยู่ว่าจะโดนเมื่อไหร่
อยากวอนขอผู้ทีส่วนเกี่ยงข้อง​ทั้งรัฐ​และผู้ใหญ่​ทั้งหมด​เมตตา​ ช่วยเหลือพวกเราด้วย​ เพราะต่างมีภาระต้องเลี้นงดูครอบครัว ทำอย่างไรก้ได้ให้โรงงานนี้ได้อยู่ต่อ​ ได้ไปต่อ​ เพราะ​ยังต้องเลี้ยงดูคนได้ไม่ต่ำกว่า 600 คน

ฮานีซัน​  ติลี กล่าวว่า​  ก็ภายหลังจากที่บริษัท   ​เกิดผลกระทบ​ ขาดทุนไปไม่ต่ำกว่า ​6 ​ล้าน​ ยังไม่รวมหนี้ที่ติดกับทางฮ่องกงอีก​ จะมากกว่านี้ค่ะ ขณะนี่้ก็ทำให้พนักงานหลายๆคนเกิดผลกระทบ​ปิดไปแล้ว.2-3แผนก​ เช่นทำโครง​ ประกอบไม้​ ต้องพักงานบางคน​ และให้ย้ายมาทำงานแผนกตัดเย็บหนัง​ ซึ่งเขาส่วนใหญ่ไม่มีทักษะด้านนี้​เลย​ หลายๆคนหนักใจมากเพราะถ้าโดนออกไปต้องแล้วจะหางานยากมากๆ​ รวมทั้งสถานการณ์​โควิด​ ที่เข้ามาซ้ำเติมอีก​  ทุกคนอยากให้บริษัท​และโรงงานอยู่ต่อไป​เรื่องนี้กระทบกับครอบครัวคนงาน​ ข้างหลังเขาอีกหลายร้อยคน​ ส่งผลลบด้านเศรษฐกิจ​ในพื้นที่​ และไม่มีการพัฒนาเพิ่มในพื้นที่ด้วยค่ะ

ทีมข่าว@ชายแดนใต้

แสดงความคิดเห็น