นราธิวาส -อ่วมน้ำท่วมระลอก 4 ชาวบ้านกว่า 10 หมู่บ้าน หลายพันคนเดือดร้อนหนัก!!

0
127

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อ.สุคิริน จากฝนที่ตกหนักตลอด 3 วันได้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ 5 ตำบล 37 หมู่บ้านของอำเภอสุคิริน ประกอบด้วย ตำบลสุคิริน จำนวน 13 หมู่บ้าน ตำบลเกียร์ จำนวน 5 หมู่บ้าน ตำบลร่มไทร จำนวน 5 หมู่บ้าน ตำบลภูเขาทองจำนวน 4 หมู่บ้าน ตำบลมาโมง จำนวน 10 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,401 ครัวเรือน รวม 3,200 คน ถนน จำนวน 5 สาย


ประกอบด้วย ถนนสายสุคิริน-ดุซงญอ บริเวณบ้านไอดีแย หมู่ 3 ตำบลร่มไทร ถนนสุคิริน-จะแนะ บริเวณบ้านน้อมเกล้า หมู่ 12 ตำบลสุคิรินถนนสายสุคิริน-โต๊ะโมะ บริเวณบ้านกะลูบี หมู่ 1 ตำบลโมง ถนนสายสุคิริน-ปารีย์ บริเวณสำนักงานเกษตร หมู่ 6 ตำบลมาโมง ถนนสายสุคิริน-เกียร์ บริเวณบ้านไอยามู หมู่ 2 ตำบลเกียร์ ถนนสายไผ่งาม-จือบอ บริเวณบ้านไผ่งาม หมู่ 5 ตำบลร่มไทร ถนนสายสุคิริน-ภูเขาทอง บริเวณบ้านยาเด๊ะ หมู่ 2 ตำบลมาโมง นอกจากนี้ยังมีคอสะพานชำรุด 3 แห่ง ประกอบด้วย คอสะพานบ้านยาเด๊ะ หมู่ 2 ตำบลมาโมง คอสะพานบ้านไอยามู หมู่ 2 ตำบลเกียร์และคอสะพานบ้านสายบริษัทหมู่ 2 ตำบลเกียร์ทำให้รถไม่สามารถผ่านไปได้

และที่อ.สุไหงปาดี ประชาชนบริเวณวัดประชุมชลธารา ก็ได้รับผลกระทบโดยน้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม.ในพื้นที่บริเวณวัดทั้งหมดทำให้เครื่องใช้ภายในอาคารต่างๆในบริเวณวัด รวมทั้งที่พักของชุดรักษาความปลอดภัยประจำวัดได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เพราะน้ำมาเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัว

พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา กล่าวว่า กระแสน้ำได้ไหลบ่าเข้ามาเวลา 02.00 น.อย่างรวดเร็วระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนายเศวต​ เพชรนุ้ย​ นายอำเภอสุไหงปาดี​และนายเพียร มะโนภักด์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดีได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือในการขนย้ายสิ่งของไปไว้บนที่สูง รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณด้านหน้าประตูของวัดให้ได้รับ​ความปลอดภัยเนื่องจากกระแสน้ำทีไหลผ่านทางประตูวัดอย่างแรง

ทั้งนี้นายอรุณ ศรีใส นายอำเภอสุคิรินได้แจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านดำเนินการสำรวจความเสียหายและอพยพพี่น้องประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมสำรวจสิ่งสาธารณะประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายกรณีพื้นที่ดินสไลด์ทับเส้นทางให้ดำเนินการนำรถไปเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ และติดตั้งสิ่งบอกเหตุว่ามีถนนชำรุด ให้ผู้สัญจรไปมาเพิ่มความระมัดระวัง รวมทั้งแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วนด้วย

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น