ปัตตานี-ผู้ว่าฯเข้มโควิด.เรียกผู้เดินทางจาก 28 จว.รายงานตัวด่วน.สั่งปิด 5 สถานที่เสี่ยง

0
1670
ปัตตานี-ผู้ว่าฯเข้มโควิด.เรียกผู้เดินทางจาก 28 จว.รายงานตัวด่วน.สั่งปิด 5 สถานที่เสี่ยง

ปัตตานี-ผู้ว่าฯเข้มโควิด.เรียกผู้เดินทางจาก 28 จว.รายงานตัวด่วน.สั่งปิด 5 สถานที่เสี่ยง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ (5 มกราคม 2564) ที่ห้องประชุมพญาตานี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา COVID-19 เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาของจังหวัดปัตตานีและแจ้งคำสั่งจังหวัดปัตตานีเรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ตามที่ได้มีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานถารณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๕) ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่รัฐบาลได้ดำเนิน มาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด -19) มาอย่างต่อเนื่อง และติดตามกลุ่มผู้มีความเสี่ยงต่าง ๆที่เดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง 28 จังหวัด และให้เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด่วน เพื่อให้มีความครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งภายในและภายนอกจังหวัดให้ช่วยกันเฝ้าระวังตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

 

นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปฏิบัติงานเชิงรุกในทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยง พิจารณาปิดหรือจำกัดเวลาเปิด-ปิด สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงออกคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด – 19) ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 สนามมวย

ข้อ 2 สนามชนไก่/สนามซ้อมชนไก่

ข้อ 3 สนามชนโค/สนามซ้อมชนโค

ข้อ 4 สนามแข่งขันนกทุกประเภท หรือสถานที่อื่นใดที่มีการต่อสู้ของสัตว์

ข้อ 5 บ่อนการพนัน หรือสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับบ่อนการพนัน

ข้อ 6 คำสั่งใดขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ใช้คำสั่งนี้แทน

หากมีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและหรือเป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด คือ การสวมหน้ากากอนามัย/ผ้า 100% ทำความสะอาดสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก มีการติดตั้งและสแกนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” (สถานที่ราชการ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ)

ภาพ/ข่าว/บดินทร์ ส.ปชส.ปน.และทีมข่าว@ชายแดนใต้

แสดงความคิดเห็น