นราธิวาส – ท่วมแล้ว 5 อำเภอ 12 ตำบล 41 หมู่บ้าน ผอ.สำนักงานชลฯที่ 17 ติดตามสถานการณ์ เร่งระบายน้ำ หน่วยพัฒนาการเคลือนที่​ 41 ​ สุไหงปาดี​ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชน

0
102

วันนี้ (28 พ.ย. 63) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ฉบับที่ 1 กรณีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำ 3 สายหลัก คือ ลุ่มน้ำโก-ลก มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.37 ม. ลุ่มน้ำสายบุรี มีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 4.41 ม. และลุ่มน้ำบางนรา มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.61 ม. ทำให้มีพื้นที่ประสบภัยใน 4 อำเภอ คือ อำเภอจะแนะ จำนวน 2 ตำบล , อำเภอระแงะ จำนวน 3 ตำบล , อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 3 ตำบล , อำเภอบาเจาะ จำนวน 4 ตำบล รวมมีพื้นที่ประสบภัย 12 ตำบล 41 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 2,251 คน 3,621 ครัวเรือน โดยยังไม่มีการอพยพประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ความเสียหายในด้านทรัพย์สินมีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 1 หลัง ในด้านความเสียหายทางการเกษตรอยู่ระหว่างการสำรวจ ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินการช่วยเหลือและสนับสนุนเรือท้องแบน และถุงกระสอบบรรจุทรายให้แก่พื้นที่ประสบภัยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการให้ความช่วยเหลือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกภาคส่วน โดยอำเภอได้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ความช่วยเหลือเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มีหนังสือสั่งการนายอำเภอทุกอำเภอให้ปฏิบัติงานเชิงรุก เข้าถึงพื้นที่ โดยเน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด


ด้านนายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในจุดต่างๆ พร้อมกล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกในจังหวัดนราธิวาสปริมาณเพิ่มขึ้น และมีฝนกระจายทั่วทุกอำเภอในจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำหลักของจังหวัดนราธิวาส คือ ลุ่มน้ำโก-ลก , ลุ่มน้ำบางนรา และลุ่มน้ำสายบุรีมีปริมาณน้ำสูงขึ้น จึงได้แจ้งเตือนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสไปยังประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังและระดับน้ำที่สูงขึ้นและอาจล้นตลิ่ง โดยเฉพาะที่ลุ่มน้ำโก-ลก และลุ่มน้ำบางนรา สำหรับที่คลองตันหยงมัสซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำบางนราถ้าไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มประมาณ 2 วัน ปริมาณน้ำจะลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้มีการเตรียมการตามข้อสั่งการ กำหนดพื้นที่ที่มีความเสี่ยง น้ำท่วมซ้ำซาก เป็นพื้นที่ที่ต้องมีการตั้งเครื่องมือในการรองรับสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุ โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 จะเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดสรรทรัพยากรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเครื่องมือในการสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาติดตั้งก่อนที่จะมีเหตุมีการสูบพร่องน้ำในพื้นที่ออกก่อน ในด้านการเผชิญเหตุได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดต่างๆ เพื่อระบายน้ำ และพร่องน้ำในพื้นที่ โดยจะพยายามพร่องน้ำเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งมีการสูบน้ำวันละ 20 ชั่วโมง ทุกวันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ถือว่ายังไม่น่าห่วงมากนัก อาจมีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำบ้างแต่พื้นที่โดยรอบยังอยู่ในสภาวะปกติ

ด้านหน่วยพัฒนาการเคลือนที่​ 41 บ้านเจาะซา​ อำเภอสุไหงปาดี​ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หนีน้ำท่วม

พันเอกภูมิ​ โพพี ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลือนที่​ 41​ สำนักงานพัฒนาภาค​ 4​ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา​ จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยกำลังพล จำนวน 15 นาย และ รถยนต์บรรทุก จำนวน 1 คันเข้าสำรวจพื้นที่และประเมิณสถานการณ์น้ำในพื้นที​ ม.7​ บ้านโคกสะตอ บ้านปิเหล็ง​ ตำบลสุไหงปาดี​ อำเภอสุไหงปาดี​ จังหวัดนราธิวาส​ โดยสืบเนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือให้ได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการรหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้สั่งการเอาไว้

โดยผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที.41 สำนักงานพัฒนาภาค.4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยกำลังพล จำนวน 15 นาย และ รถยนต์บรรทุกจำนวน 1 คัน เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที​ ซึ่งสวนมากทุกปีจะถูกน้ำท้วมเร็วกว่าพื้นทีอืนเนื่องจากพื้นทีนี้เป็นทีต่ำประกอบกับมีแนวคลองติดกับหมู่บ้านอีกด้วย​ กระแสน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก​ ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย​ สัตว์และการเกษตร

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น