ปัตตานี- บุกชาร์จลูกทรพี ใช้ปืนทำร้ายแม่อาบเลือดสาหัส !! แล้วเผาบ้าน จนท.บุกชาร์จตัวไว้ได้ (มีคลิป)

0
1619

ปัตตานี- ลูกทรพี ใช้ปืนทำร้ายแม่อาบเลือดสาหัส !! แล้วเผาบ้าน จนท.บุกชาร์จตัวไว้ได้

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 31 ตค. ...สมปอง สุขเหลือ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายและเผาบ้านมีผู้ได้รับบาดเจ็บ  เหตุเกิดภายในซอยนาเกลือ 23 .8 .บานา จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานีและหน่วยกู้ภัยท่งเต็กเซียงตึ้ง เมื่อไปถึงพบเพลิงกำลังรุกไหม้หลังคาผ้ายางและรถ จยย.ที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 96/143 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้นติดกันประมาณ 10 ห้อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากบ้านตรงข้ามเลขที่ 96/144 มีเหตุลูกใช้อาวุธปืนทำร้ายมารดาได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ภายในบ้าน เกรงว่าจะมีการใช้อาวุธเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวพร้อมตะโกนให้ออกมามอบตัว ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงได้ออกห่างเพื่อความปลอดภัย และเมื่อเข้าตรวจสอบพบหญิงสูงวัยพยายามคลานออกมาจากบ้านอย่างสะบัดสะบอมใบหน้าบวมและมีเลือดจำนวนมาก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้รีบนำตัวส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ นางมธุรดา จอมเกาะอายุ 60 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุได้ปิดประตูบ้านหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในห้องนอน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังรุกไหม้หวั่นลามไปติดบ้านข้างเคียง ใช้เวลา 15 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนบุคคลภายในบ้านปลอดภัย

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกชายของ นางมธุรดาทราบชื่อ นายอัครเดช จอมเกาะ อายุ 40 ปี มีร่างกายพิการขาขวาขาดตั้งแต่หัวเข่าและมีอาการทางประสาทเนื่องจากเสพยาเสพติด โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองแม่ลูกอยู่บ้านด้วยกัน ระหว่างนั้นได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง นายอัครเดชจึงได้หยิบปืน ขนาด9 มม.ออกมาข่มขู่ผู้เป็นแม่ ซึ่งแม่เองก็พยายามร้องขอให้เก็บปืน แต่ยิ่งทำให้นายอัครเดชเกิดคลุ้มคลั่งก่อนจะใช้อาวุธปืนทุบตีแม่ตนเองอย่างรุนแรงหลายครั้งจนแม่สลบคาบ้าน เพื่อนบ้านฝังตรงข้ามตะโกนให้หยุดทำร้ายแม่ กลับถูกนายอัครเดชยิงปืนขู่ก่อนที่จะเอาน้ำมันมาราดหน้าบ้านก่อนจะจุกไฟเผา ทำให้  นางเงาตา เพชรศิริ อายุ 52 ปีเจ้าของบ้านกับลูกและหลานรวม 5 ชีวิตต้องปีนกำแพงชั้นสองหลังบ้านหนีไปอยู่บ้านเพื่อนบ้าน

กระทั่ง เวลา 06.30 . เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเรียกให้นายอัครเดชออกมาเจรจาที่ประตู หว่านล้อมให้ออกมามอบตัว แต่นายอัครเดชพูดคุยไม่รู้เรื่อง วนไปวนมา หน้าตาเมอลอย คล้ายคนเมายาเสพติด กระทั่งนายอัครเดชได้เปิดประตูเหล็กหน้าบ้านและไม่มีอาวุธในมือ เจ้าหน้าที่จึงฉวยจังหวะเผลดเข้าไปบุกชาร์จตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะใส่กุญแจมือนำขึ้นรถไปสอบสวนที่ สภ.เมืองปัตตานี

นายอัครเดช จอมเกาะ อายุ 40 ปี ได้เปิดเผยเหตุที่ทำไปครั้งนี้ว่า สาเหตุที่ตนทำ เพราะแม่ไม่เคยเข้าใจตน ซึ่งทุกอย่างนั่นมันมีต้นสายปลายเหตุ  การกระทำครั้งนี้ตนไม่สงสารแม่ เพราะแม่ทำกับตนมามาก ตนรู้ทุกอย่าง และสิ่งที่แม่บาดเจ็บนั้น ตนเจ็บยิ่งกว่า

นางเงาตา เพชรศิริ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ เล่าว่า ตนไม่เคยมีปัญหากับผู้ก่อเหตุเลย เพราะรู้ว่าเข้าติดยาและมีปัญหาทางจิต ผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่งเป็นประจำ และเป็นมาตั้งนานแล้ว เคยบอกให้ครอบครัวเอาไปรักษาแต่ก็ไม่เอาไป สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนตกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งบ้านของตนก็ได้รับความเสียหาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก191 จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พบผู้เป็นลูกนั้นกำลังล็อกคอและใช้ปืนจี้ที่หัวผู้เป็นแม่ และพยายามเอาสันปืนทุบแม่ที่หัวอยู่ตลอดเจ้าหน้าที่จึงได้ห้ามไว้ แต่ยิ่งห้ามทำให้คนร้ายมีอารมณ์รุนแรง จึงได้ล่าถ่อยไปและรอเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้ามา

คนร้ายนั่นได้ใช้อาวุธปืน9 มม. และมีการยิงขึ้นฟ้าเป็นละลอกๆ ตนทำการเจรจาแล้วแต่ไม่ได้ผล ขณะเดี่ยวกันผู้ก่อเหตุก็ยังทำการเผาบ้านตรงข้ามเสียหายอย่างหนัก ส่วนคนก่อเหตุเพื่อนบ้านได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่งบ่อยเพราะด้วยมีปัญหาทางจิต และคาดว่าผู้ก่อเหตุติดยาเสพติด  จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.ปัตตานี

แสดงความคิดเห็น