สุดแสบหลอกขายบิ๊กไบค์หรู ผ่านเฟสบุ๊ค โอนเงินไปไม่ถึง 1 ช.ม.เชิดเงินหนีหาย ตร.รู้ตัวแล้วเตรียมออกหมายจับ

0
494

สุดแสบหลอกขายบิ๊กไบค์หรู ผ่านเฟสบุ๊ค โอนเงินไปไม่ถึง 1 ช.ม.เชิดเงินหนีหาย ตร.รู้ตัวแล้วเตรียมออกหมายจับ

นายซุลกิปลี ยูโซ๊ะ อาชีพช่างภาพศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการภาค 4 ส่วนหน้า ได้ร้องทุกข์ต่อผู้สื่อข่าว หลังจากเข้าไปแจ้งความยัง สภ.เมืองยะลา ผ่านมาหลายวัน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า โดยถูกหนุ่มรายหนึ่งหลอกขายจักยายนต์บิ๊กไบค์ยี่ห้อหรู ที่มีสภาพใหม่ ในราคา 70,000 บาท แต่หลังจากที่ได้โอนเงินไปให้แล้วผ่านไป 1 ช.ม. กลับหนีหายไป และไม่ได้รับรถจัยยานยนต์ที่ได้สั่งซื้อเอาไว้ และไม่สามารถติดหนุ่มคนนั้นอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ หรือเฟสบุ๊ค

นายซุลกิปลี ยูโซ๊ะ ผู้เสียหายได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 15 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองสนใจและได้สั่งซื้อรถจักยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อDucati 796  s2R ABS ปี2015 ผ่านทางเฟสบุ๊ตที่ใช้ชื่อว่า Suthisa MongKolsri  โดยมีนายสรเดช วิเศษสุวรรณ เป็นเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว โดยการส่งบัตรใบขับขี่ผ่านอินบล็อค เป็นการยืนยันว่าชื่อดังกล่าวมีตัวตน ด้วยการหลงเชื่อและไม่ได้เอะใจอะไร จึงได้โดยโอนเงินสดเป็นค่ามัดจำ ของบัญชีชื่อนางสาวสุริษา มงคลศรี ผ่านทางธนาคาร กสิกรไทยสาขาโลตัสเชียงใหม่ เป็นค่ามัดจำจำนวน 60,000 บาท และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับ นายสรเดช ได้อีกเลย ไม่ว่าจะติดต่อไปทางเฟสบุ๊ค ซึ่งถูกบล็อค หรือทางโทรศัพท์ก็ไม่ยอมรับสาย จึงมั่นในถูกหนุ่มแสบคนดังกล่าวหลอกเชิดเงินไปแล้ว จึงหอบเอกสารหลักฐานการพูดคุยผ่านทางเฟสบุ๊ค รวมทั่งสลิปการโอนเงิน แจ้งความเอาไว้กับตำรวจ ผ่านไปเกือบ 20 วัน คดียังไม่มีความคืบหน้า

ร.ต.อ.กฤชพิชญ์ พิชญนิตินัย รอง.ผบก.สภ.เมืองยะลา ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก พบว่า นางสาวสุธิษา มงคลศรี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่41/ 1 ซอย7 ถนนป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เป็นบัญชีที่รับโอน ส่วน นายสรเดช วิเศษสุวรรณ อายุ 35  ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/131  หมู่ที่ 1 ต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เป็นเจ้าของเฟสบุ๊คที่ใช้ในการหลอกเหยื่อ และพบว่าในเฟสบุกดังกล่าวมีการใช้รูปภาพผู้อื่นเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกแล้ว หากยังไม่มารายงานตัวจะออกหมายจับทันทีเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นางสาวไซนะ อูมา เพื่อนสนิทผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าอยากให้คดีนี้เป็นดคีตัวอย่างให้แก่ประชาชน ที่กำลังสั่ง-ซื้อสิ้นค้า ที่เราอยากได้ โดยทีไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบ ทุกครั้งก่อนโอนเงินไป ให้ขอบัตรประชาชนผู้ที่ต้องการขายทุกครั้ง หากเราตกเป็นเหยื่อก็สามารถนำหลังฐานดังกล่าวไปแจ้งความ เพื่อตามจับผู้ที่ก่อเหตุมาได้ ซึ่งจังหวัดยะลาคดี ฉ้อโกง หลอกลวงซื้อ-ขายสิ้นค้าทางออน์ไลน์มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ภาพ/ข่าว สมภพ สุภนรานนท์ @ชายแดนใต้ จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น