กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลง 2 ปี สถิติคดีความมั่นคงลดลงต่อเนื่อง กวาดล้างยาเสพติดจริงจัง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

0
87

วันนี้ 18 ก.ย. 63 ที่ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมแถลงผลการปฏิบัติงานรอบ 2 ปี ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนส่วนราชการในพื้นที่ร่วมประชุม

โดยผลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลา 2 ปี พบสถิติคดีความมั่นคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไขครบวงจร ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รับหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นแก้ปัญหาหลักๆใน 2 เรื่อง คือ ปัญหายาเสพติดและการควบคุมพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้กว่า 3 หมื่นคน ยึดของกลางยาบ้า ยาไอซ์ ได้จำนวนมากนับพันกิโล สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดสามารถดำเนินการได้ครบทุกรูปแบบ หลังจากได้มีการสอบถามผ่านสภาสันติสุขตำบลซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่กว่า 2 ล้านคน ประชาชนต่างมีความพึงพอใจในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงจะเห็นได้จากสถิติการก่อเหตุรุนแรงคดีความมั่นคงในพื้นที่ในช่วงปีที่ผ่านมาลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 60 ประชาชนมีความสุข สามารถประกอบอาชีพดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ เกิดความมั่นใจ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่ทำให้เราได้เห็นว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นไปในทิศทางที่ดี ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในทุกๆ เรื่อง ทั้งการช่วยแจ้งเบาะแสผู้ก่อเหตุรุนแรง การร่วมกันพัฒนาพื้นที่ ทั้งนี้การทำงานตลอด 2 ปี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับแผน เน้นทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการตั้งชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ เพื่อเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชนและหมู่บ้าน ในลักษณะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้าน ทำให้จำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ผลเป็นอย่างดี
นอกจากการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยแล้ว ในห้วงปีที่ผ่านมา เรายังต้องเผชิญกับวิกฤติ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซียและพม่าซึ่งมีการระบาดของโรครุนแรง แต่ด้วยความร่วมมือ ช่วยกันทำงานของทุกภาคส่วน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีหลักสำคัญว่า ต้องไม่มีผู้ที่มีเชื้อหลุดลอดเข้ามาตามแนวชายแดนโดยไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองของสาธารณสุขโดยเด็ดขาด ทำให้เราสามารถสกัดกั้น ป้องกันตามแนวชายแดนได้เห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพ จากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งมิติของความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ที่เอื้อต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือ “การแก้ปัญหาด้วยความจริง และความโปร่งใส” ประชาชนทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย สิ่งนี้จะนำพาสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อจากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่น มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่ายไม่ว่า ทหาร ตำรวจ ปกครอง มีมุ่งมั่นและพร้อมรับใช้ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มีความปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข


ด้าน พลพลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวถึงการดำเนินคดีทางกฎหมายในห้วงที่ผ่านมาว่า จากการนำนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 ไปสู่การปฏิบัติ ทำให้คดีความมั่นคงลดลงกว่าร้อยละ 60.83 และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมากองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เสมอภาค และมีประสิทธิภาพสามารถตรวจสอบได้ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาสามารถนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดยปราศจากข้อสงสัย โดยอาศัยหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันตรวจสอบได้ นอกจากนี้สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวนมากกว่า 94 กระบอก อันนำไปสู่การขยายผลคดีได้กว่า 174 คดี ส่วนด้านยาเสพติด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการป้องกันพื้นที่ ที่เป็นจุดจำหน่าย ที่พัก และส่งต่อลำเลียงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ตรวจยึดของกลาง ยาบ้า ได้กว่า 9,000,000 เม็ด และยาไอซ์ รวมถึงยาเสพติดชนิดอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ยืนยันการทำงานยังคงสอดประสานต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่ถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ให้คลี่คลายเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


ขณะที่พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงงานด้านการพัฒนาพื้นที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการบูรณาการ ประสานงาน เชื่อมโยงการปฏิบัติและนำร่องดำเนินการในโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเสริมความมั่นคงร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ทั้ง ระดับตำบล ภายใต้โครงการ “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และ ระดับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากนี้พื้นที่ชายแดนภาคใต้ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่ โดยเฉพาะที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งปลายปีนี้ทั้งสนามบินและจุดชมวิวสกายวอล์คทะเลหมอกจะเปิดให้บริการ ซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จะผลักดันพัฒนาการท่องเที่ยวให้ลงสู่ชุมชนให้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้หลายชุมชนมีความพร้อมและกำลังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของตนอย่างจริงจัง ตั้งเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวบินมาเที่ยวเบตงและขึ้นเครื่องบินกลับที่สนามบินนราธิวาส ถ้าสามารถทำได้จะทำให้เกิดการกระจายรายได้การท่องเที่ยวครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด และเชื่อว่าจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีและนำไปสู่ความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในพื้นที่อย่างแน่นอน

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.ปัตตานี

แสดงความคิดเห็น