อาซูรอสัมพันธ์ เพื่อเด็กกำพร้า งานสำคัญ​ร้อยความผูกพันธ์มุสลิม​มลายู

0
19

วันที่ 7 กันยายน  นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ พัฒนาการอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดนราธิวาส เปิดงาน อาซูรอสัมพันธ์ เพื่อเด็กกำพร้า ณ ชุมชนกำปงบารู 3 เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เพื่อมอบความสุข รอยยิ้ม ให้ความอบอุ่นกับเด็กกำพร้า เด็กกำพร้าตามหลักศาสนาอิสลาม คือ เด็กที่มีอายุก่อนบรรลุศาสนภาวะ อายุไม่เกิน 13 ปี บิดาเสียชีวิต ถ้ามารดาเสียชืวิต บิดายังอยู่ ยังไม่ถือว่าเป็นเด็กกำพร้า เด็กกำพร้าจึงถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของสังคมที่ต้องดูแลรับผิดชอบ เพราะเด็กกำพร้าจะเจออุปสรรคต่างๆในชีวิต จะทำให้เขานึกถึงพ่อที่ตายไปและเกิดความวิตกกังวลต่อการดำเนินชีวิต ด้วยเหตุนี้เอง อิสลามจึงส่งเสริมให้มุสลิมเข้ามาโอบอุ้มเด็กกำพร้าแทนบิดาของเขา อิสลามยกระดับของผู้ที่เลี้ยงดูเด็กกำพร้าให้เป็นชาวสวรรค์ และอยู่ในระดับสูงสุด คือ ได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านศาสดามูฮำหมัด(ซล.)ในสวรรค์

ชุมชนกำปงบารู 3 จึงจัดกิจกรรม อาซูรอสัมพันธ์ เพื่อเด็กกำพร้า ที่อยู่ในชุมชน ซึ่งยังไม่มีมูลนิธิใดๆมาดูแล เพื่อมอบความสุขใจ กินอาหารอร่อย มีรอยยิ้ม ให้ความอบอุ่นกับเด็กกำพร้า ณ ชุมชนกำปงบารู 3 ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายมะซอลา สามะแม เป็นประธานชุมชนกำปงบารู 3 สามารถแจกจ่ายอาซูรอทั้งหมด 260 กล่องให้กับเด็กกำพร้าและคนยากจน ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่อิสลาม ปีฮิจเราะห์ศักราช 1443 ขอให้พี่น้องประชาชนได้ปฎิบัติการงานที่ดี สิ่งที่ทำดีอยู่แล้วก็ให้ทำความดีต่อไป ส่วนสิ่งไหนที่ไม่ดีก็ขอให้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ
นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงวันที่ 10 ของเดือนมูฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือน ที่ 1 ตาม ฮิจเราะห์ศักราช (ศักราชอิสลาม ซึ่งนับวันตามจันทรคติ)
คำว่า อาซูรอ มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับ แปลว่า การผสมหรือรวมกัน หมายถึง การนำสิ่งต่างๆหลายอย่างมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว การกวนอาซูรอมิได้เป็นพิธีกรรมหรือศาสนกิจที่บังคับให้ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามต้องปฏิบัติ แต่เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
ในสมัยนบีนุฮ ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ยังความเสียหายแก่ทรัพย์สินไร่นาของประชาชนไปทั่วทุกแห่งหน ทำให้เกิดการขาดอาหาร นบีนุฮ จึงประกาศให้ผู้ที่มีสิ่งของที่เหลือพอจะกินได้ ให้เอามากองรวมกัน และให้เอาของเหล่านั้นมากวนเข้าด้วยกัน ทำเป็นอาหาร สาวกของท่านได้กินอาหารโดยทั่วกันและเหมือนกัน​ในสมัยนบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) เหตุการณ์ทำนองนี้ได้เกิดขึ้น ขณะที่กองทหารของท่านกลับจากการรบที่บาดาร ปรากฏว่าทหารมีอาหารไม่พอกิน ท่านจึงใช้วิธีการของนบีนุฮ โดยให้ทุกคนเอาข้าวของที่กินได้มากวนเข้าด้วยกัน แล้วแบ่งกันกินในหมู่ทหาร


ประเพณีการกวนอาซูรอเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวมุสลิมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนานนับพันปี ตามความเชื่อของชาวมุสลิม ประเพณีการกวนอาซูรอ เป็นการรำลึกถึงความยากลำบากของศาสดานุฮ หรือ นบีนุฮ (โนอา)โดยเชื่อว่าในสมัยของท่านมีเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมโลกเป็นระยะเวลานาน ท่านนบีนูฮ ซึ่งล่องลอยเรืออยู่เป็นเวลานาน ทำให้อาหารที่ตระเตรียมไว้ร่อยหรอลง จึงได้นำส่วนที่พอจะมีเหลืออยู่เอามารวมแล้วกวนกินกัน จึงกลายเป็นตำนานที่มาของอาซูรอ และกำหนดไว้ในหลักศาสนาให้เป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน
ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ก็ยังมีการจัดเป็นงานประเพณีกวนอาซูรอขึ้นในชุมชนเป็นประจำทุกปี ใช้ชื่อว่า “งานอาซูรอสัมพันธ์” คำว่า อาซูรอ คือคำในภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม ในที่นี้หมายถึงการนำของที่รับประทานได้ทั้งของคาวของหวานจำนวน 10 อย่าง มากวนรวมกัน อีกทั้งยังหมายถึง วันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของฮิจเราะห์ศักราชตามปฏิทินศาสนาอิสลาม เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาปีใหม่ของชาวมุสลิม โดยประเพณีอาซูรอสัมพันธ์จะจัดขึ้นในห้วงเวลานี้ ในทุกๆ หมู่บ้าน ชาวบ้านจะรวมตัวกันกวนอาซูรอ และมีกิจกรรม ร่วมไม้ ร่วมมือ ร่วมใจต่อเนื่องทั้งเดือน
ประเพณีการกวนอาซูรอ จึงเป็นประเพณีที่มีความสำคัญ เป็นการนำวัฒนธรรมที่ดีงามมาจัดเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ขึ้นในชุมชน เกิดความร่วมมือทั้งในหมู่พี่น้องประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น เมื่อถึงเดือนมูฮัรรอม ชาวมุสลิมในพื้นที่ต่างๆ จะมีการหารือกันเพื่อจัดกิจกรรม กวนอาซูรอ ขึ้น โดยมีเจ้าภาพจัดขึ้นตามบ้านบ้าง ตามมัสยิดหรือปอเนาะบ้าง ทั่วทุกพื้นที่ตลอดทั้งเดือนมูฮัรรอม
ในเดือนนี้ท่านศาสดามูฮำหมัด(ซ.ล.) ส่งเสริมให้ถือศีลอดสุนัต(ปอซอ)ภาคสมัครใจ ตั้งแต่วันที่ 1-10 ของเดือน หรือวันที่ 9-10 ของเดือน ถ้าไม่สามารถทำได้ ก็จงถือศีลอด(ปอซอ)ในวันที่ 10 ของมูฮัรรอม หรือปอซอทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดีได้ตลอดปี เพื่อจะได้รับผลบุญจากอัลลอฮ์และทำให้จิตใจสะอาด

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร บก.@ชายแดนใต้​ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น