นราธิวาส – ทัพเรือภาค 2 จับกุมเรือประมงเวียดนาม รุกล้ำน่านน้ำ จับผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมปลิงทะเลเพียบ (ชมคลิป)

0
98

ทัพเรือภาคที่ 2 / ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีเรือประมงต่างชาติ เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย บริเวณ ระยะ 78 ไมล์ จากปากแม่น้ำนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จึงออกเรือดำเนินการจับกุมได้ในทันที

วันนี้ 22 ส.ค.63 ที่ท่าเทียบเรือประมงจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส น.อ.ธัชธรรม์ ณ สงขลา รองผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดนราธิวาส เป็นประธาน แถลงข่าวการจับกุมเรือประมงเวียดนาม(ลากปลิงทะเล) ผู้ต้องหา 4 ราย โดยมี น.อ.ประพันธ์ ผลประเสริฐ รองผู้อำนวยการกองยุทธการ กองบัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 2 น.อ.ฐิติพันท์ ด้วงจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและแผน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส ร.ต.ท.วัชรินทร์ กาเดร์ รอง สว.ปฏิบัติการ ตม.จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชาวประมงเวียดนาม 4 คน และ ยึดเรือประมง 1 ลำ ในฐานที่ลักลอบเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทยโดยผิดกฎหมาย

 

น.อ.ธัชธรรม์ ณ สงขลา รองผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า มีเรือประมงต่างชาติ เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยทัพเรือภาคที่ 2 / ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีเรือประมงต่างชาติ เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย บริเวณแบริ่ง 058 ระยะ 78 ไมล์ ห่างจากปากแม่น้ำนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ดังนั้น พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 และ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้สั่งการให้เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ออกเรือลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ โดยในวันที่ 21 สิงหาคม 2563 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้ตรวจพบเรือประมงต่างชาติ 1 ลำ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ บริเวณแบริ่ง 058 ระยะ 78 ไมล์ ห่างจากปากแม่น้ำนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นเรือประมงสัญชาติเวียดนาม ประเภทเรือคลาดปลิง จำนวน 1ลำ ลูกเรือ จำนวน 4 คน


“จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเรือประมงสัญชาติเวียดนาม ประเภทเรืออวนล้อม จำนวน 1 ลำลูกเรือ จำนวน 4 คน จึงได้ควบคุมเรือดังกล่าว มาทำการสอบสวนที่ท่าเทียบเรือประมงจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” น.อ.ธัชธรรม์ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับไต้ก๋งเรือ และชาวประมงสัญชาติเวียดนาม ในฐานความผิด 5 ข้อหา คือ 1. ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์ โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง 2. ทำการประมงในเขตการประมงไทย โดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือ โดยไม่ได้รับอนุญาต 3. เป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมง โดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ไม่เข้า-ออก ตามช่องด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานีหรือท้องที่ที่กำหนด ไม่เข้า-ออก ตามเวลาที่กำหนด และ 5. เข้ามาหรือออกไป โดยไม่ยื่นรายการ และไม่ผ่านการตรวจของพนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเส้นทางนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ซึ่งอาจมีโทษปรับหรือจำคุกตามแต่ข้อหา โดยมีล่ามช่วยในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ไทย แต่ยังมีเจ้าหน้าที่สถานทูตเวียดนามดูแล


“สำหรับการจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นที่ ศรชล.ภาค 2 ในปีงบประมาณ 2563ได้จับกุมมาแล้ว 13 ครั้ง รวม 26 ลำ ในการจับกุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 14 รวมทั้งหมด 27 ลำ ลูกเรือ จำนวน 170 คน ” น.อ.ธัชธรรม์ กล่าวเพิ่มเติม พร้อมทั้งได้ขอบคุณพี่น้องชาวประมง ในความร่วมมือที่ได้แจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิด ทั้งนี้ ศรชล.ภาค 2 ซึ่งมีพื้นที่ในความรับปิดชอบ ประมาณ 113,275 ตาราง
เราจะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างเต็มความสามารถ จะมิยอมให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรในการทำการประมงเป็นอันขาด ทั้งนี้ เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยต่อไป “เป็นกองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ”
“ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำไปฝากขังที่ สภ.เมืองนราธิวาส จากนั้นจะพาขึ้นศาลตามกระบวนการของกฏหมาย และสุดท้าย ก็จะเป็นเรื่องของการผลักดันกลับประเทศ”  และระบุว่า มีเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขได้ตรวจสอบโรคโควิดเบื้องต้นไปแล้ว

ภาพ/ข่าว แวดาโอะ หะไร / ปทิตตา หนูสันทัด ทีมข่าว@ชายแดนใต้ นราธิวาส

 

แสดงความคิดเห็น