ยะลา​ -​ด่านเบตงคุมเข้มอีกรอบ​ แนวชายแดนไทยมาเลย์สกัดโควิดหลังพบระบาดรอบใหม่ที่มาเลเซีย

0
49

เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง โรงพยาบาลเบตง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบตง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 จนท.กอ.รมน.ภาค 4 สน. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง เพิ่มความเข้มในการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านการตรวจสแกนอย่างละเอียด สกัดโควิด-19 หลังพบการระบาดรอบใหม่ในมาเลเซียใกล้พรมแดน
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 17 ส.ค.63 ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา ติดต่อกับฝั่งมาเลเซีย ด่านบูกิตบือราปิต รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซียเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง โรงพยาบาลเบตง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบตง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 จนท.กอ.รมน.ภาค 4 สน. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ได้ทำการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านการตรวจสแกนอย่างละเอียด ซึ่งการเดินทางเข้าพรมแดนเบตงของคนไทยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคนไทยหลังพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ตามแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย หลังทางมาเลเซียพบการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด -19 รายใหม่ กระจายอยู่ใน รัฐ เคด้า เปอร์ลิส Pulau Pinong (พูเลา ปีนัง) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดชายแดนไทย และยังมีช่องทางธรรมชาติ ที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้ โดยทางการมาเลเซีย ได้ประกาศล็อคดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่มีการระบาดแล้วโดยไม่มีการปิดพรมแดนระหว่างรัฐ ทำให้ สถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าจากมาเลย์เข้ามายังฝั่งไทยและแรงงานต่างด้าวที่อาจลักลอบเข้ามา


พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยดีขึ้นมากโดยเฉพาะในพื้นที่อ.เบตง ไม่พบการแพร่ระบาด ด้วยเพราะทุกฝ่ายช่วยกันดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกัน ของ ศบค. และรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย พบว่า มีการระบาดรอบใหม่เกิดขึ้น และเป็นพื้นที่ติดกับชายแดนภาคใต้ ห่างจาก อ.สะเดา จ.สงขลา เพียง 18 กิโลเมตร และ ห่างจากตัวเมือง อำเภอเบตง อีก 7 กม ทางทิศใต้ติดกับรัฐเปรักและรัฐเคดะห์ของประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีช่องทางธรรมชาติ ที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามา จึงได้วางแนวทางในการป้องกัน โดยเฉพาะมาตรการการป้องกันขนส่งรถสินค้าจากมาเลเซียเข้ามาประเทศไทย ตลอดจนการสกัดกั้นป้องกันแรงงานต่างด้าวที่ลับลอบเข้าเมือง ผ่านช่องทางตามแนวชายแดน ซึ่งมักจะมีกลุ่มนายหน้าทั้งฝั่งไทยและมาเลย์ดำเนินการนำเข้ามา ตรงนี้ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 และตำรวจ ประสานการทำงาน ดำเนินการกับกลุ่มนายหน้าดังกล่าว ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน


นายอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง หากพบมีใครหลุดเข้ามา ก็ขอให้แจ้งข่าว แจ้งเบาะแส มายังเจ้าหน้าที่ และเน้นย้ำเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนัก การ์ดอย่าตก เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นแบบอย่าง ให้ประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ มาเลเซียยังไม่อนุญาตให้คนไทยเข้าประเทศ แต่ถ้าเป็นกรณีคนไทยที่อยู่ในมาเลเซียประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยก็สามารถเดินทางมาพร้อมกับยานพาหนะของตนได้ โดยต้องประสานกับกงสุลใหญ่เมืองปีนัง โดยคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับไทยทางด่านพรมแดนยังคงต้องมีเอกสารดังนี้
1. หนังสือรับรองการเดินทาง โดยลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ที่ https://dcaregistration.mfa.go.th
2. ใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า “fit to travel” ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง


ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะยังคงให้บริการออกใบรับรองแพทย์แก่คนไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายที่ รพ. ที่กำหนดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองยะโฮร์บารูต่อไป ดังนี้ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สามารถขอรับใบรับรองแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 09.30-12.30 น. โดยให้มายื่นคำร้องที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แล้วจึงไปรับบริการที่โรงพยาบาล ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ต่อไป ส่วนเมืองยะโฮร์บาห์รู สามารถขอใบรับรองแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่โรงพยาบาล Regency Specialist Hospital, 1, Jalan Suria, Bandar Baru Seri Alam, 81750 Masai, Johor วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น.

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย​ทีมข่าว@ชายแดนใต้​  จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น