ปัตตานี-จุดจบ !! ปะทะเดือด วิสามัญ 2 ศพแกนนำ ผกร.ยึดเขี้ยวเล็บ 2 กระบอก โฆษกฯเผยปฏิบัติยังต่อเนื่อง ล่าอีก 3 (คลิปปะทะ)

0
770

ปัตตานี-จุดจบ !! ปะทะเดือด วิสามัญ 2 ศพแกนนำ ผกร.ยึดเขี้ยวเล็บ 2 กระบอก โฆษกฯเผยปฏิบัติยังต่อเนื่อง ล่าอีก 3

เมื่อเวลา 10.00 . วันที่ 14 สค. ..คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ..หาญพล เพชรม่วง ผล.ฉก.ทพ.43 พร้อมด้วยกำลังร่วม 3 ฝ่ายกว่า 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล .2 .กอลำ .ยะรัง .ปัตตานี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 400 เมตร หลังได้รับรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามากบดานและใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งประชุมวางแผนเพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ โดยก่อนการเข้าปฏิบัติปิดล้อมครั้งนี้ หน่วยความมั่นคงได้มีการวางแผนก่อนการปฏิบัติทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังเข้าไปปิดล้อมบริเวณป่าที่เกิดเหตุ แต่ปรากฏว่าพบกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนไหวตัวและได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนชุดแรก เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้และประชิดพื้นที่ทำให้คนร้ายล่าถอยและหลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดที่พักชั่วคราวของคนร้ายได้ ตรวจสอบพบว่ากระท่อมและมีการผูกเป้สนามไว้กับต้นไม้และอุปกรณ์บางส่วนจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา เวลา 11.00 . ..หาญพล เพชรม่วง ผล.ฉก.ทพ.43 ได้ระดมกำลังเข้าไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตามเส้นทางการหลบหนีก่อนจะทำการปิดล้อมอีกครั้งในรัศมี 200 เมตร พร้อมกับขอกำลังเสริมเข้าพื้นที่ปิดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนเรียกให้คนร้ายยอมออกมอบตัวแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนที่จะประสานไปยังผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ออกมาเจรจาให้วางอาวุธและยอมมอบตัวและเพื่อยุติการปะทะไม่ให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งการเจรจาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเกือบ 1 ชั่วโมงแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการปิดล้อมแบบเข้าประชิดอีกครั้งด้วยความระมัดระวัง ปรากฏว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวนและอาวุธที่หลบซ่อนตัวฉวยจังหวะระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง จนทำให้เกิดการยิงปะทะระลอกสองอย่างหนัก ต่างฝ่ายต่างยิงใส่กันอย่างดุเดือด โดย ..คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้วิทยุแจ้งให้ทุกหน่วยที่ปะทะให้ระมัดระวังตนเอง โดยเฉพาะความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ และให้ดำเนินการตามภารกิจเบาไปหาหนัก และหากจำเป็นก็ให้ดำเนินตามเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งการปะทะนั้นใช้เวลาร่วม 15 นาที ปรากฏว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกลำเลียงออกจากพื้นที่เกิดเหตุก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลยะรัง จำนวน 2 นายทราบชื่อ ...อนุวัฒน์ สวนโสกเชือก อายุ 31 ปี ..แสนชัย ชาติชำนาญ อายุ 27 ปีโดยทั้งสองคนมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขาขวา แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือปลอดภัย ส่วนทหารอีก 1 นายถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา เนื่องจากอาการสาหัส อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังคงมีการปิดล้อมต่อเนื่อง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวและติดอยู่ในวงล้อมของการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ ล่าสุดได้มีการขอสนับสนุนเฮลิปคอปเตอร์จากหน่วยเฉพาะกิจอโนทัยเพื่อบินตรวจทางอากาศในการค้นหาและกดดันกลุ่มคนร้ายให้ยอมมอบตัว ซึ่งการปฏิบัติครั้งนี้ล่วงเลยมาแล้ว 5 ชั่วโมงและเชื่อว่าคนร้ายไม่น่าจะมอบตัว

สำหรับการปิดล้อมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการไล่ลากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ .ปัตตานี และ .นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 สค.ที่ผ่านมา ทำให้ หน่วยความมั่นคงได้รับเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า กลุ่มคนร้ายที่เชื่อว่า เป็นกลุ่มของนายมาหามะ สะอิกับพวกประมาณ 3-4 คน หลบหนีหลบซ่อนตัวในพื้นที่ดังกล่าว

ด้าน พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ได้เปิดเผยความคืบหน้า เหตุปะทะที่ . ยะรัง .ปัตตานี ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงสนธิกำลังเข้าบังคับใช้กับกฎหมายกับกลุ่มคนร้าย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คือ ... อนุวัฒน์สวนโลกเชือก อายุ 30 ปี .. แสนชัย ชาติชำนาญ อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนยิงบริเวณขา เบื้องต้นนำตัวส่งยังโรงพยาบาลยะรัง .ปัตตานี อีกหนึ่งนาย ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ขณะที่  พลโท พรศักดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4  ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเกลี่ยกล่อมแต่ก็ไม่เป็นผล คนร้ายยังคงยิงสวนกลับมาตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังระวังป้องกันรอบนอก พร้อมใช้เฮลิคอปเคอร์บินลาดตระเวน เพื่อกดดันกลุ่มคนร้าย ควบคู่การเจรจาเพื่อให้กลุ่มคนร้ายออกมามอบตัว ลดความสูญเสีย อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันวางแผนเพื่อกระชับวงล้อมให้เข้าถึงกลุ่มคนร้ายมากที่สุด เพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุ มีสภาพเป็นทุ่งนาและมีป่าละเมาะ ทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงต้องทำทุกอย่างด้วยความละเอียดรอบคอบ

ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 . พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมรับฟังการรายงานสถานการณ์ล่าสุดจาก ..หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมเปิดเผยว่าสถานการณ์ยังคงมีการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลังเหตุปะทะครั้งแรกทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งในเวลานั้นพบว่าคนร้ายมีด้วยกัน 5 คนพร้อมอาวุธครบมือ สามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเสริมกำลังเข้าปิดล้อมอย่างหนักเพื่อกดดันและช่วงที่มีการเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัวนั้น ปรากฏว่าเกิดการยิงปะทะขึ้นอีกครั้งที่ 2 ซึ่งการปะทะครั้งที่ 2 กินเวลาร่วม 15 นาที เมื่อเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปเครีย์พื้นที่ได้ในช่วงนั้นเพราะไม่แน่ใจว่าคนร้ายหลบซ่อนตัวจุดไหนเนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนาและมีป่าละเมาะสูงและคนร้ายอาจจะฉวยโอกาสยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับเสมอว่าขอให้ปฏิบัติภารกิจจากเบาไปหาหนักซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการกระชับพื้นที่และกดดันต่อเนื่องเพื่อหวังให้คนร้ายมอบตัว

ล่าสุด ชุดปฏิบัติการณ์จู่โจมได้เข้าไปเครีย์พื้นที่จุดปะทะ ปรากฏว่าพบคนร้ายถูกวิสามัญ 2 ศพ พร้อมยึดอาวุธปืนคนร้าย 2 กระบอก ประกอบด้วย ปืนอาการ์ และปืนสั้นขนาด 9 มม. จึงได้ประสานไปยังแพทย์ รพ.ยะรัง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการชันสูตรพลิกศพ และจากการตรวจสอบของผู้ตายทั้ง 2 ศพทราบชื่อ นายมะซูกีสารูเม๊าะ อายุ 38 ปี และนายอันวา กอแล อายุ 27 ปี ทั้งสองมีหมายจับ .วิอาญา แต่อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมยังคงดำเนินต่อไปตามยุทธวิธี เพราะเชื่อว่า ยังคงมีคนร้ายที่เหลืออรก 3 คนหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ และไม่สามารถหนีไปไหนได้ไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงพื้นที่และปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิบัติต่อเนื่องของชุดจรยุทธในการไล่ล่ากลุ่มก่อความสงบที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดชุดคุ้มครองครูเมื่อวันที่ 13 สค.ที่ผ่านมา รวมไปถึงการดำเนินการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายเพื่อกดดันและปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบหรือแนวร่วมมีโอกาสออกมาก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่  

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.ปัตตานี 

แสดงความคิดเห็น