มาเข้าใจเรื่องการศึกษาที่มาเลเซียกัน 

0
3143


การศึกษาของมาเลเซียอยู่ที่อันดับ2ใน10ชาติอาเซียน เป็นรองก็เพียงสิงคโปร์  เท่าที่ฟังๆจากพ่อแม่ผู้ปกครอง มีแต่เสียงด่ามากกว่าชม นี่ขนาดอันดับ 2 น่ะ ครับ อันดับท้ายๆในกลุ่มอาเซียนพ่อแม่ผู้ปกครองคงจะถึงกับแช่งเลยกระมัง
ปีการศึกษาใหม่ของที่นี่จะเริ่มต้นเดือนมกราคมกันเลย  4 รัฐ ที่ไม่หยุดต้อนรับปีใหม่อย่างเช่น Kelantan, Terengganu, Kedah และ Johor โรงเรียนเริ่มปีการศึกษาใหม่ตั้งแต่ 1มกราคม ส่วนรัฐที่หยุดวันปีใหม่ จะเปิดโรงเรียนช้าไป1วัน คือเริ่มวันที่ 2มกราคม
ในระดับประถมและมัธยม จะแบ่งเป็นสองเทอม ทุกครึ่งเทอมจะหยุดเรียนหรือปิดกลางเทอม นาน1สัปดาห์ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม แล้วก็มีปิดเทอมหรือหยุดระหว่างเทอม1กับเทอม2 อีก2สัปดาห์ซึ่งจะตรงกับสัปดาห์ที่2ของเดือนมิถุนายน ส่วนปิดระหว่างเทอมที่2จะอยู่ประมาณต้นสิงหาคม ปิดปลายปีหรือหมดปีการศึกษาจะอยู่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน
ในระดับประถมและมัธยม พอจะแยกระบบการศึกษาได้4สาย
1 โรงเรียนระบบการศึกษากระแสหลัก ใช้ภาษามลายูในการเรียนการสอน ยกเว้นวิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ จะใช้ภาษามลายูควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ แต่จะเน้นอังกฤษเป็นหลัก
2 โรงเรียนระบบการศึกษาภาษาจีน ใช้ภาษาจีนแมนดารินเป็นสื่อในการสอนทุกวิชา ยกเว้นวิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ จะใช้ภาษาจีนควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ
3.โรงเรียนระบบการศึกษาภาษาทมิฬ ( India)ใช้ภาษาทมิฬเป็นสื่อในการสอนทุกวิชา ยกเว้นวิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ จะใช้ภาษาทมิฬควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ สายนี้เริ่มได้รับการตอบรับจากสังคมน้อยลง บางแห่งถึงกับต้องปิดกิจการหรือเปิดเป็นหลักสูตรภาษาจีนกลางตามข้อที่2 แต่ยังคงชื่อเป็นโรงเรียนสายภาษาทมิฬ อันนี้พบได้ในอำเภอ Cameron Highland
4 โรงเรียนสายศาสนา จะเป็นโรงเรียนที่มีวิชาที่ต้องเรียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับ3สายแรกที่ได้กล่าวถึง เพราะนอกจากจะต้องเรียนวิชาสามัญเหมือนๆกับโรงเรียนตามข้อที่หนึ่งแล้ว ยังต้องมาเพิ่มวิชาภาษาอาหรับและศาสนาตามหลักสูตรโรงเรียนมัธยมตามมาตรฐานหลักสูตรของ มหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์ อีกด้วย ทุกระบบต้องผ่านการสอบข้อสอบกลาง ซึ่งจะจัดข้อสอบกลางครั้งแรกให้กับนักเรียนชั้นประถม 6 เพื่อคัดเด็กเรียนดีเขาไปอยู่ในโรงเรียนประจำแบบกินนอนรัฐบาลดูแล ใครที่ได้คะแนนไม่ดีพอก็เรียนในโรงเรียนมัธยมใกล้บ้าน ค่อยมาแก้ตัวกับข้อสอบกลางในชั้นมัธยม 3 ถ้าคะแนนสอบได้ดีในระดับมัธยม 3 ก็มีสิทธิเข้าไปเรียนในโรงเรียนประจำแบบกินนอนในชั้นมัธยม4 ส่วนผู้ที่ได้คะแนนไม่ดีก็ยังมีสิทธิแก้ในชั้นมัธยม5 หรือบางคนถอดใจ จบ ม3 ก็ย้ายไปเรียนอนุปริญญาในวิทยาลัยอาชีวะ ศึกหนักที่สุดก็ข้อสอบกลางสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม5 หรือที่เรียก SPM (Sijil Pelajaran Malaysia) การสอบจะมีในเดือนพฤศจิกายน ผลสอบจะออกในเดือนมีนาคมปีถัดไป เด็กที่ได้คะแนนดีต้นๆจะถูกคัดไปเรียนในMatriculation College ของกระทรวงศึกษาธิการนานสองปีมีเบี้ยเลี้ยงให้สองปีห้าพันเหรียญ บางส่วนทางมหาวิทยาลัยคัดไปเรียนFoundation ที่มหาวิทยาลัยจัดการเองสองปีเช่นกันเพื่อปูทางเรียนในคณะต่างๆ
พวกที่ได้คะแนนรองลงไป แต่ไม่เลวเกินไปก็ จะมีทางเลือกให้เรียนในระดับอนุปริญญาตามมหาวิทยาลัย ซึ่งมีไม่กี่มหาวิทยาลัยที่ยังจัดการเรียนการสอนในระดับอนุปริญญา
พวกที่ได้คะแนนรองลงไปอีก หากไม่สามารถที่จะเรียนต่อในชั้นเตรียมมหาวิทยาลัย อีกทางเลือกหนึ่งก็เข้าสู่สายแรงงานตามสถาบันฝึกหัดแรงงานของรัฐ เช่น ILP (Institut Latihan Perindusterian) IKBN (Institut Kemahiran Belia Nasional) ซึ่งพอจบออกมาก็แทบไม่มีใครว่างงาน โดยจะเข้าไปทำงานในภาคอุตสากรรม

พวกที่ได้คะแนนรองลงไปอีกก็เรียนชั้นเตรียมมหาวิทยาลัยตามโรงเรียนมัธยมใหญ่ๆนานสามเทอม (ในอดีตจะเรียก Lower Six กับ Upper Six หรือมัธยม6ต้นกับ6ปลาย)เพื่อสอบข้อสอบกลางอีกครั้งในระดับ STPM (Sijil Tinggi Pelajaran Malaysia) ได้คะแนนดีๆก็สามารถเข้าเรียนต่อในคณะต่างๆตามมหาวิทยาลัยของรัฐ
ข้อดีของของผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตร STPM ก็คือทาง กพ. จะรับรองประกาศนียบัตรใบนี้ หากไม่เรียนต่อในระดับสูงต่อไป ก็สามารถที่จะหางานทำกับใบประกาศนียบัตรใบนี้ได้ ในขณะที่ผู้ที่จบจาก Matriculation College กับ Foundation ตามมหาวิทยาลัยต่างๆนั้น ทาง กพ. ไม่รับรองใดๆทั้งสิ้น คนกลุ่มนี้ต้องเรียนต่อในระดับปริญญาเท่านั้น
ในสายศาสนานั้นนอกจากจะต้องสอบข้อสอบกลางพร้อมกับนักเรียนสายอื่นๆแล้ว ยังมีข้อสอบกลางเฉพาะทางในชั้นมัธยม 2 และ 4 แต่มีข้อดีก็คือ หลังจากชั้นมัธยม5แล้ว นักเรียนสายนี้จะเรียนแค่เพียงปีเดียวเพื่อเตรียมสอบ STAM (Sijil Tinggi Agama Malaysia) เป็นข้อสอบตามมาตรฐาน มหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์

ใครทำคะแนนได้ดีก็สามารถที่จะเรียนต่อตามคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและในตะวันออกกลาง นักเรียนกลุ่มสุดท้ายคือพวกที่พลาดจากการสอบชั้นมัธยม 5 ทำคะแนนได้แย่มากจนไม่มีสถาบันไหนรับที่จะไปดูแลต่อ ส่วนหนึ่งจะเข้าไปสู่วงจรอุบาท ค้าของเถื่อนทำงานใต้ดินทุกอย่างสร้างสมบารมี แล้วมาเป็นนายหัวคุมกลไกใต้ดินบนดินหรือแม้แต่นักการเมืองต่างๆ สบายโก๋

ขอบคุณ บทความโดย แบเย็ง ผู้ชาย 4 ฤดู