ชาวนราธิวาสเปิดโครงการซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ ร่วมทำความดี เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

0
31

วันนี้ 28 ก.ค.63​ นายเอกรัฐ  หลีเส็น  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ. ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ตอนกอตอ-ปูต๊ะ เขตเทศบาลตำบลต้นไทร อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส  พร้อมด้วยนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  ปลัดจังหวัดนราธิวาสท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส. คณะจิตอาสาพระราชทาน พร้อมใจกันร่วมพิธีเปิดโครงการซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใย และทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ จังหวัดนราธิวาสร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส จึงได้ดำเนินโครงการจัดทำซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยได้มีการคัดเลือกรูปแบบซุ้มประตู พร้อมทั้งเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


หลังจากที่ได้ทำการเปิดโครงการซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมได้ปลูกต้นทองอุไร   บริเวณเกาะกลาง ใต้ซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติ บริเวณดังกล่าวด้วย

ที่อำเภอสุไหงปาดี​  ศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้
เปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยุวจิตอาสาสาธารณสุข สู้ภัยโควิด-19  เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 68 พรรษา

ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโดยยุวจิตอาสาสาธารณสุข  บ้านใหญ่   หมู่ 12 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส  พันเอก โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ปฏิบัติรชการแทน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้  จิตอาสา 904  รหัส 4A-023  เป็นประธาน เปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโดยยุวจิตอาสาสาธารณสุข สู้ภัยโควิด-19  เพื่อเทิดพระเกียรติ และ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 68 พรรษา  เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนที่สนใจในการศึกษาเรียนรู้การทำเกษตร “ทฤษฎีใหม่” โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส และ พระราชปณิธานในการ สืบสาน รักษา ต่อยอด ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย โดยมีจิตอาสาพระราชทาน 904, ประชาชนจิตอาสาและยุวจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

พันเอก โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ปฏิบัติรชการแทน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้  จิตอาสา 904  รหัส 4A023 กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโดยยุวจิตอาสาสาธารณสุข สู้ภัยโควิด-19 จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ดำเนินโครงการยุวจิตอาสาสาธารณสุขร่วมกับเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ที่ผ่านการอบรมโครงการยุวจิตอาสาสาธารณสุขได้มีส่วนร่วมในการช่วยสร้างความเข้มแข็งในชุมชนเพื่อสู้ภัยโรคโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันโลกได้ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโรคโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป เกิดการเจ็บป่วยและขาดแคลนแหล่งอาหารในการอุปโภค บริโภค โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปลูกฝังเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม ด้วยการน้อมนำเศรษฐกิพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส และพระราชปณิธานในการ สืบสาน รักษา ต่อยอด เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชอิาวไทย ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

และที่อำเภอเจาะไอร้อง​ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพร้อมกัน  ณ บริเวณที่สร้างศาลาทรงงาน ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ ณ วัดปิเหล็ง ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พันเอก เอกพล เลขนอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 พร้อมด้วยกำลังพล และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก และปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  28 กรกฎาคม 2563พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดา ในการใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
สำหรับหญ้าแฝกเป็นพืชที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้มีการนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดียิ่งขี้น เนื่องจากเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย มีรากที่ยาวแผ่กระจายตรงลงไปในดิน เป็นแผงและง่ายต่อการรักษา ทั้งนี้กิจกรรมปลูกหญ้าแฝก และต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล มีการปลูกหญ้าแฝกจำนวน 10’000 ต้น และต้นรวงผึ้งจำนวน 20 ต้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนคนไทย ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

ทีมข่าว​ @ชายแดนใต้​ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น