ปัตตานี- แม่ร่ำไห้..คลอดลูกที่มาเลเซียแล้วกลับมาต่อวีซ่าไทย แต่พิษโควิทปิดประเทศกลับไปรับลูกไม่ได้ 3 เดือนแล้วไร้ปัญหา วอนช่วยเหลือ..มีคลิป

0
263

ปัตตานี- แม่ร่ำไห้..คลอดลูกที่มาเลเซียแล้วกลับมาต่อวีซ่าไทย แต่พิษโควิทปิดประเทศกลับไปรับลูกไม่ได้ 3 เดือนแล้วไร้ปัญหา วอนช่วยเหลือ..

แม่ไทยคลอดลูกที่ รพ .มาเลเซีย ฝากลูกเพื่อต่ออายุวีซ่า แต่เข้ามาเลเซียไม่ได้ติดโควิทมา3เดือน ทางรพเตรียมส่งสถานสงเคราะห์ แม่ร้องวอนรัฐและผู้ใจบุญช่วยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 กค ตามที่มีหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต กรุงกัลลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลkajang รัฐselagor ว่า มีหญิงไทยคลอดบุตร และทิ้งบุตรไว้ที่โรงพยาบาล มาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ทราบชื่อ นางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว อายุ 18 อยู่บ้านเลขที่ 43 /1 หมู่ 1 ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ได้คลอดลูก ที่โรงพยาบาล kajangและบุตร มีอาการป่วย จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาที่แผนกผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลดังกล่าว ต่อมา นางสาวนุรฮาลีซา ได้แจ้งกับโรงพยาบาลว่า จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย ในต้นเดือนมีนาคม 2563 เพื่อจัดการเรื่องเอกสาร ต่อพาสเปอร์ที่ด่านไทยและจะรีบกลับประเทศมาเลเซียทันที อย่างไรก็ดีโดยที่ปัจจุบันโรงพยาบาล ไม่สามารถติดต่อนางสาวนุรฮาลีซา ได้เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถติดต่อกับนางสาวนุรอารีซาได้ ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งเด็กให้สถานสงเคราะห์ เด็กในมาเลเซียต่อไป

ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านของนางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว อยู่บ้านเลขที่43/1 หมู่ 1 ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบ นางสาวนูรฮาลีซา เจะอาแว อาศัยอยู่กับสามี พ่อ และพี่สาว จึงได้เข้าไปสอบถาม จึงทราบว่าหญิงสาวดังกล่าว ได้คลอดลูกที่ประเทศมาเลเซียจริง

โดยนางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว อายุ 18 แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์2563 ตนได้เข้าไปประเทศมาเลย์เซีย เพื่อทำงานร้านอาหารต้มยำทำงานไม่กี่วันเจ็บท้อง และได้คลอดลูก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตนคลอดที่โรงพยาบาลในกรุงกัลลาลัมเปอร์เป็นการคลอดก่อนกำหนด และได้แจ้งทางโรงพยาบาลขอฝากลูกไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อเดินทางไปต่อวีซ่าที่กำลังจะหมดอายุ

ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2563 จึงได้เดินทางกลับต่อวีซ่าที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเข้าประเทศมาเลเซียนทันที แต่ไม่สามารถเข้าประเทศมาเลย์เซียได้ เพราะมาเลย์เซียได้ปิดประเทศ สาเหตุสถานการณ์โควิค19 กำลังระบาด ดังนั้นตน จึงได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดปัตตานี เพื่อตั้งหลัก และหาทางเข้ามาเลเซียแต่ก็เข้าไม่ได้ ทำให้กังวลใจ เพราะลูกคลอดก่อนกำหนด ทางโรงพยาบาลยังให้ออสซิเจนซึ่งตนได้อยู่ที่โรงพยาบาลกับลูกได้เพียง 3 วันเอง ต่อมาตนรอให้ทางมาเลย์เซียเปิดประเทศ ขณะเดียวกัน ได้ทำงานหาเงินเพื่อเตรียมไปรับลูก แต่ก็ไม่มีงานทำ ขณะนี้ตนกลับมาได้ 3 เดือนแล้ว ประเทศมาเลย์เซียก็ยังไม่เปิดประเทศ อยากให้ผู้ใหญ่ใจดีช่วยไปรับลูกที เพราะตนไม่มีเงิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบกับค่ารักษาตอนคลอดลูก เพราะต้องผ่าตัด ประมาน 48,000 กว่าบาท และค่าใช่จ่ายอื่นๆอีก รวมแล้ว 90,000 กว่าบาท ตอนนี้พึ่งจ่ายแค่ 500บาทเอง เพราะไม่มีเงินจริงๆ ขนาดหน้าของลูกตนยังไม่ได้เห็นเลย รู้เพียงว่าลูกเป็นผู้ชาย แต่ปัญหาสำคัญคือเข้าประเทศไม่ได้

นางสาว นูรฮาลีซา เผยอีกว่า ทางโรงพยาบาลในประเทศมาเลย์เซียได้ประสานทางโทรศัพท์กับตนว่า ให้มารับลูกโดยเร็วที่สุด ไม่งั่นจะส่งไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก และยังบอกว่าถ้าเด็กไปสถานสงเคราะห์จะมีปัญหา มีความยากลำบากที่จะรับเด็กกลับยังประเทศไทย ตนไม่มีทางออก งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ประเทศมาเลย์เซียก็ไม่เปิด

นางสาว นูรฮาลีซา เผยต่ออีกว่า ทางกงสุลส่งหนังสือมายังตน ว่า มีหญิงไทยได้กลับมาบ้านและทิ้งบุตรที่ประเทศมาเลย์เซีย ทั้งๆที่ตนไม่ได้ทิ้งลูก แต่ตนจำเป็นที่ว่าต้องไปต่อวีซ่าพาสปอร์ตเพื่ออยู่กับลูกที่มาเลเซีย แต่เป็นจังหวะที่เกิด covid พอดีทำให้เข้ามาเลเซียต่อไม่ได้เพราะปิดประเทศ

นางสาว นูรฮาลีซา เผยตอนท้ายว่า ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จึงวอนให้ทางรัฐช่วยประสานงานไปรับลูกที่อยู่โรงพยาบาลประทศมาเลย์เซีย หรือผู้ใจบุญช่วยเหลือด้วยตนเกรงว่าเขาจะส่งลูกไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก และล่าสุดทางโรงพยาบาลโทรเตือนมาอีก ว่าตกลงจะเอายังไง ซึ่งต้องการให้ตนไปโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ให้คำตอบไม่ได้เพราะไม่มีเงิน ประเทศก็ไม่เปิด เป็นห่วงลูกมาก

สามารถบริจาคไปยังหมายเลขบัญชี 020258628955 ธนาคารออมสิน ชื่อนางสาวนูรฮาลีซา เจะอาแว..

ภาพ/ข่าว อามีน โลหะสัญห์ ทีมข่าว @ชายแดนใต้ .ปัตตานี

แสดงความคิดเห็น