แม่ทัพภาคที่ 4 ถกคณะประสานงานฯ (สล.3) ตั้งประเด็นเร่งด่วน เป็นคนกลางจัดเวทีอุตฯจะนะ เกณฑ์ทหารวันอีดได้ข้อยุติ

0
54

วันนี้ 15 กรกฎาคม 63 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมแพนดูล่า โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมพบปะประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ครั้งที่ 5 เพื่อ รับทราบสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนงานสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ตลอดจนข้อเสนอแนะให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีคณะประสานงาน 8 กลุ่มงาน คือศาสนาและวัฒนธรรม, กลุ่มงานการศึกษา, กลุ่มงานวิชาการ, กลุ่มงานพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก, กลุ่มงานเด็ก เยาวชน และสตรี, กลุ่มงานสื่อมวลชน การสื่อสารและเทคโนโลยี, กลุ่มงานยุติธรรม และกลุ่มงานปกครองท้องที่และท้องถิ่น เข้าร่วม

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4ได้ร่วมรับฟังการประชุม ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการทำงานของคณะประสานงานระดับพื้นที่ และได้ตอบข้อซักถามของผู้ร่วมประชุม โดยได้กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมาว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นความจริงเท่านั้นในการแก้ปัญหา ชีวิตพี่น้องประชาชนต้องปลอดภัย ต้องได้รับการคุ้มครอง ที่ผ่านมา คณะประสานงานระดับพื้นที่(สล.3)ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหัวใจการแก้ไขปัญหาใน จชต. ส่งผลให้สถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ มีสัญญาณที่ดีขึ้น เห็นได้จากทุกฝ่ายต้องการยุติความรุุนแรงและมีการพูดคุยตามเวทีต่างๆกันมากขึ้น เน้นการดำเนินงานของสภาสันติสุขตำบลเพราะเป็นตัวแทนของคนในพื้นที่ โดยสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการมากที่สุดคือ การปราบปรามยาเสพติด และการทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ยืนยันไม่ทิ้งเรื่องยาเสพติด และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งยังคงต้องทำต่อไป นอกจากนี้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง แจกจ่ายอาหารกล่องกว่า 300,000 กล่อง เปลี่ยนปืนเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในทุกมิติ และได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดมาที่ตู้ปณ . 41 โดยไม่ต้องลงชื่อผู้ส่ง ยืนยันแม่ทัพตรวจสอบเอง ทั้งนี้เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาดูแลบ้านเมือง และจากการมาร่วมประชุมในครั้งนี้ได้เห็นถึงความตั้งใจของทุกฝ่ายในการทำงาน ได้เห็นถึงความหวังของทุกคนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และขอให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบนำข้อเสนอในที่ประชุมไปดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ประเด็นเร่งด่วนคือ​ ปัญหาที่โครงการเมืองต้นแบบจะนะ อยากให้จัดเวทีมารับฟังความคิดเห็นหาทางออกร่วมกันทั้งคนที่คัดค้านและสนับสนุนต้องมาคุยหารือกันใช้เวทีของคณะประสานงานระดับพื้นที่เป็นโซ่ข้อกลางสร้างความเข้าใจให้ทุกๆฝ่าย ถือเป็นทางออกร่วมกันที่ดีทั้งสองฝ่าย แม่ทัพภาคที่ 4 จะมาร่วมด้วย พร้อมทั้งมีความเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่เป็นสำคัญ คนนอกไม่ควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมหรือสร้างความแตกแยก/ความไม่ไว้วางใจระหว่างกันให้เกิดขึ้น คนที่เกี่ยวข้องจริงเท่านั้นต้องมาหาออกร่วมกันและเดินไปด้วยกัน
หากเจ้าหน้าที่รัฐสร้างเงื่อนไข ไม่ต้องกังวลดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน ไม่ปล่อยไว้ ถือหลักความจริงเป็นหลักขอให้ทุกคนได้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐหากสร้างเงื่อนไขหรือใช้ความรุนแรงก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริง

ในที่ประชุม​คณะทำงาน​สล.3​ นายมันโซร สาและ​ได้เสนอประเด็นกรณีโครงการอุตสาหกรรมจะนะ​ ให้เป็นกรณีเร่งด่วน​ เนื่องจากเป็นประเด็นร้อน​ในพื้นที่​อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง​ เนื่องจากการจัดเวทีที่ผ่านมา​ เป็นการจัดแบบปาหี่​ หลอกคนดูทั้งประเทศ​ ไม่ให้ความเป็นธรรมกับอีกฝ่าย​ มีการสะท้อนปัญหาที่ไม่ครอบคลุมทุกด้าน​ มีการเกณฑ์คนให้มารับฟังเป็นหมื่นคน​  โดยเฉพาะ ศอ.บต.​เองเป็นที่พึ่งของประชาชนแต่เล่นบทบาทครั้งนี้ไม่สมควร​อย่างยิ่ง เป็นการเอาใจนายทุนและผู้ใหญ่​ ชัดเจน​ ไม่ฟังชาวบ้าน

นอกจากนี้ยังมีการสะท้อนถึงปัญหา​ การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา​เรื่องรร.ตาดีกาขอร่วมมือใช้เอกสารการเรียนการสอนจากอักษรภาษามลายูเป็นภาษาไทย​อันนี้จะเป็นการทำลายอัตลักษณ์​ทางภาษาอีกครั้ง

ต่อเรื่องนี้ พ.ต.ธิรา​ แดหวา​ เลขานุการ​คณะประสานงาน ได้กล่าวว่า​ ผมได้พูดย้ำทุกครั้ง​ว่าเวทีนี้มีบทบาทของตัวแทนของประชาชนในพื้นที่มนทุกภาคส่วน​ในที่นี้สามารถสะท้อน​ เสียง​และรับฟังความคิดเห็นของทุกคน​ และในกรณีโครงการอุตสาหกรรมจะนะ​ เรามีตัวแทนของทั้ง​2​ ฝ่าย​ ในคณะสล.3​ยินดีรับการนำข้อเสนอของทีประชุม​ ให้เป็นตัวกลาง​ จัดเวทีแสดงความคิดเห็น​ทั้ง​นักวิชาการ​ ฝ่ายชาวบ้าน​ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย​ ทั้งหมดและแกนนำ​ฝ่ายค้านและทาง​ศอ.บต.​ มาตั้งเวทีดีพูดคุยกัน​ ให้มีการเสนอความต้องการของทั้ง​2​ฝ่าย​ ให้ได้ข้อสรุป​เป็นที่ยอมรับกัน
ไม่เกิดความขัดแย้งบานปลาย
อีกเรื่องคือ​ ข้อมูลข่าวสาร​ที่ออกไปว่ามีการเปลี่ยนแปลง​ทางรร.ตาดีกา​การนำเอกสารการเรียนการสอน​ ภาษามลายูเป็นภาษาไทย​ ทำลายเอกลักษณ์​อัตลักษณ์​ของคนมนพื้นที่ เรื่องนี้เป็นการบิดเบือนข้อมูล​ ไม่ทีข้อเท็จจริง​ เราไม่มีการก้าวก่าย​ และเน้นเสมอว่าให้ทุกคนมีสิทธิ์​มีเสียง​ในตัวตนทุกฝ่าย​ ให้รักความเป็นมลายู​รักความเป็นปัตตานี​ รักความเป็นไทย
อีกเรื่องคือเรื่อง​การเกณฑ์ทหาร​ให้ตรงกับวันฮารีรายอ​เป็นการกลั่นแกล้ง​ อันนี้เป็นเรื่องที่ทางกองทัพบก​ ได้จัดเตรียม​ดำเนินการ​ไว้หลังจากเลื่อนการเกณฑ์ทหาร​มาตั้งแต่วันที่1​เมษายน​จนเลื่อนมาตรงกันพอดี​ เพราะไม่รู้ว่าวันฮารีรายอ​เกิดวันเดียวกัน​ทั้งนี้ได้​ส่งเรื่องรายงานให้ทางกองทัพยกแก้ปัญหาแล้ว​ และทางกองทัพได้รับทราบและตระหนักในเรื่องนี้​ จะทำให้ไม่เกิดผลกระทบ​ กำลังดำเนินการแก้ปัญหาไว้แล้วเป็นการขยายเวลา​ ขยายวัน​ ทางกองทัพได้ข้อสรุปว่า​เลื่อนให้ไม่ตรงกับวันจับสลากแล้ว
โดยการดำเนินงานมีผลสำเร็จที่น่าพอใจเน้นการเข้าพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเพื่อรับฟังและทำความเข้าใจถึงความต้องการของแต่ละกลุ่มซึ่งจะเป็นการนำไปสู่การสร้างกระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการโดยครอบคลุมและตอบโจทย์ต่อบริบทสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทีมข่าว@ชายแดนใต้

แสดงความคิดเห็น