สงขลา​- ชาวบ้านนาทับ​ ฟังเสียงหนุนต่อโครงการอุตสาหกรรม​จะนะ

0
328

เมื่อวานนี้​ ผู้สื่อข่าว@ชายแดนใต้ลงพื้นที่​ นิคมอุตสาหกรรมจะนะที่เป็นประเด็นในพื้นที่ชายแดนใต้ มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน ทั้งในชุมชนสามตำบลคือ นาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม รวมทั้งสังคมภายนอก ข้อมูลต่างๆ หลายด้านหลั่งไหลกันออกมา มาฟังเสียงคนในชุมชนนาทับบางส่วนที่สนับสนุนโครงการนี้กันว่า คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง
บังเสม หรือนายหะโหรน หัดหนิ วัย 60 ปี ชาวประมงบ้านปากบาง ต.นาทับ ที่ทำอาชีพนี้มาหลายสิบปีตั้งแต่เรียนจบชั้นประถม บอกเล่าว่าเมื่อก่อนมีทรัพยากรสมบูรณ์มาก แต่ตอนนี้ทรัพยากรทางทะเลเช่นปลาที่เคยหาได้มาก ลดลงจนบางวันที่ออกเรือไปไม่ได้ปลากลับมาเลย หรือได้น้อยจนต้องเก็บไว้ให้พอได้จำนวนหนึ่งแล้วจึงนำไปขาย
หากินลำบากมาก ปัญหาปากท้องอื่นตามมาอีก ตอนนี้หันมาปลูกแตงโมบ้างก็ได้พอกินในช่วงแตงโมออกผล ออกเรือไปก็ขาดทุนทั้งน้ำมันและจ่ายลูกน้องเรื่องของนิคมฯ ที่พอรู้ข้อมูลว่า อาจมีผลกระทบต่อการทำมาหากินในพื้นที่บ้าง หากมีนิคมฯ จริงน่าจะมีส่วนดีในการสร้างงานให้กับชาวบ้านในพื้นที่ สนับสนุนให้มี แม้จะไม่มีโอกาสในการทำงาน แต่ลูกหลานต้องได้ประโยชน์แน่นอน”


บังเสมบอกว่าคนในชุมชนมีทั้งสนับสนุนและต่อต้าน วันที่ 11 นี้ก็จะไปร่วมเวทีเช่นกัน คอยดูผลที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าดีกว่าเพราะจะนะได้รับการวางให้เป็นเมืองต้นแบบอยู่แล้ว และเขาหวังว่าเผื่อได้รับการเยียวยาบ้าง

ส่วนบ้งดัด หรือ นายกีดัด สะแม พ่อค้ารับซื้อปลา อายุ 54 ปี เคยทำประมง และมาทำอาชีพค้าขายปลามากว่า 25 ปี แต่ตอนนี้ไม่มีปลาให้มาขาย
“บางวันได้มาเข่งสองเข่ง ไม่มีปลาเข้า ราคาแพงขึ้นทั้งการซื้อและไปขายต่อ บางครั้งต้องไปซื้อปลามาจากปัตตานีก็ไม่คุ้ม สนับสนุนให้นิคมฯ ได้เกิดจริงเพราะคิดว่าคนในชุมชนจะได้มีอาชีพ มีรายได้ ทำมาหากินในพื้นที่มากขึ้น ชาวประมงต้องการเลิกอาชีพเพราะไม่มีทรัพยากร เลิกไปทำอาชีพอื่น ถ้านิคมฯ จะเกิดควรมีอาชีพที่หนุนคนในชุมชนด้วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน”


จากประสบการณ์ที่ทำงานในชุมชนของ นายสักรียา อะยามา คณะทำงานเมืองต้นแบบจะนะ เขารับรู้ถึงปัญหาในชุมชนนาทับที่คนกรุงเทพ คนหาดใหญ่ไม่รู้ ปัญหาในพื้นที่เมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ศอ.บต.จะมาจัดรับฟังความคิดเห็น จึงขอให้เป็นคนนาทับ คนสะกอม คนตลิ่งชันจริงๆ มาสะท้อนปัญหาในชุมชน
ปัญหาที่เกิดมาทุกเวทีคือ ถูกล้มทุกเวที ทำให้การขับเคลื่อนไปต่อไม่ได้ ไม่ปฏิบัติกันตามกฎหมาย ไปแสดงพลังด้วยการปิดเวทีบอกว่าไม่ชอบธรรม แล้วการชอบธรรมคืออะไร คือการปิดเวทีไม่ให้รัฐบาลมาสร้างโครงการต่างๆ ใช่มั้ย คนรับราชการมีเงินเดือน บอกว่าทะเลสมบูรณ์ ชาวประมงหาปลาได้คืนละสามสี่พัน ท้ากันเลยให้มาออกทะเลดูในตอนนี้ว่ามันมีปลาจริงหรือเปล่า อย่าสร้างแต่ภาพ ถ้าได้จริงไม่ต้องทำอาชีพอื่นกันแล้ว มาออกเรือหาปลากัน ความจริงลูกหลานชาวประมงไม่ได้เรียนหนังสือจำนวนมาก เขาอยากเลิกอาชีพประมง มีอาชีพอื่นที่แน่นอน เมื่อศอ.บต.ประกาศการจัดโครงการนี้ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งรอโอกาสว่า อย่างน้อยลูกหลานที่กำลังเล่าเรียนอยู่จะได้กลับมาเป็นกำลังหลักของครอบครัว มีรายได้ประจำ ช่วยเหลือครอบครัว
วันนี้เรือประมงร้อยๆ ลำ ทยอยหยุดไปเพราะไม่มีปลา ต้องไปซื้อปลามาจากปัตตานี สตูล แล้วเอามาขายที่ตลาดนัด แล้วที่บอกว่าปลาในคลองนาทับเลี้ยงคนได้ทั้งอาเซียน เอาข้อมูลที่ไหนไปบอกแบบนั้น เมื่อความจริงคือ ไม่มีปลา”
สักรียาบอกว่าอยากให้ทุกฝ่ายมานั่งคุย รับฟังปัญหาคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เปิดเวทีแล้วมาล้มหรือปิดเวที บอกว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ บอกมติครม.ไม่ถูกต้อง ขี้โกง แล้วถามว่าใครที่มีความจริงใจ รัฐให้หน่วยงานอื่นทำมาเยอะแต่ไม่ได้ผล เมื่อศอ.บต.มีกฏหมายในมือจึงให้มาทำ
เขาให้ความเห็นต่อว่า สมมุติว่าในตำบลนาทับมีคนเห็นด้วย 15,000 คน ไม่เห็นด้วย 5,000 คน ก็ต้องทำตามเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยก็ต้องคิดว่าจะดูแลกันอย่างไรโดยไม่ให้เกิดผลกระทบ ต้องฟังกันทั้งสองฝ่าย การออกข่าวทุกสื่อว่าคนนาทับไม่เอาอุตสาหกรรม แล้วมาถามทุกคนหรือยังว่าเอาหรือไม่เอา พี่น้องรอโอกาสที่ดีกว่าเดิม
“อาจมีการตั้งกองทุนเพื่อดูแลสามตำบล ไม่ให้หน่วยงานอื่นเข้ามาดูแล ให้ศอ.บต.ออกระเบียบว่า 3 ตำบล เมื่อเก็บเงินกองทุนแล้วให้มาดูแลกันเอง ไม่ซ้ำรอยกองทุนโรงไฟฟ้าจะนะที่แรกๆ ให้ชุมชนขับเคลื่อนกันเอง ซึ่งตอนนี้ยากด้วยระเบียบการต่างๆ แล้วให้นำเสนอระเบียบต่างๆ เช่น ผู้สูงอายุต้องการเงินจากกองทุนมาดูแลเดือนละ 2,000-3,000 บาท อสม.ต้องการเครื่องมืออย่างไร แล้วออกเป็น EIA ว่าเป็นความต้องการของชาวบ้าน ไม่ใช่คน 5 คนออกมาบอกพี่น้องทั้งประเทศว่าพี่น้องจะนะไม่เอานิคมอุตสาหกรรม คำว่านิคมอุตสาหกรรมไม่ได้โหดร้ายเหมือนข่าวสารในอดีต เคยไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาเลเซียใกล้ชุมชน หากเขาอยู่ร่วมกันได้ด้วยการจัดการที่ดี เราต้องการมานั่งคุยกันแบบเปิดหน้าด้วยความยุติธรรม ไม่ต้องปิดล้อมเวที เป็นสิทธิ์ของทุกคนในสามตำบลในการเข้าเวทีว่าเห็นด้วยอย่างไร ไม่เห็นด้วยอย่างไร”
“ผมสนับสนุนเพราะต้องการการสร้างงานให้เกิดขึ้นในอำเภอเรา ถ้าไม่เอาแล้วจะทำอะไร วันที่ 11 นี้ขอให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันด้วยความชอบธรรม เกิดข้อตกผลึกด้วยกัน ไม่ใช่ระดมคนมาเพื่อปิดเวที กี่ปีแล้วที่เป็นแบบนี้ อยากให้โครงการได้เดินหน้า เห็นพัฒนาการที่เกิดในนาทับที่มีท่าเรือเล็กๆ สามารถรองรับผู้ประกอบการได้จำนวนหนึ่ง แล้วคนอีกเป็นหมื่นที่มีอุตสาหกรรมารองรับก็ไปได้ดี ต้องคุยว่าเมื่อมาเปิดนิคมฯ จะรองรับการจ้างงานคนในขุมชนและดูแลอย่างไรให้ได้รับสิทธิ์ก่อนรับคนนอก เขียนข้อตกลงให้ชัด เมื่อมีข้าวปลากิน มีเงินใช้ มีคุณภาพชีวิตของครอบครัวที่ดีขึ้นจากการจ้างงาน มีงานทำ ชาวบ้านและชุมชนมีความสุข”
“มาพูดความจริงกัน ขอแค่อย่าปิดเวที อย่าใช้กำลังเหนือกฎหมาย อีกกี่ปีกว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีก”

จับตาเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 ก.ค.ที่จะมาถึงว่า จะร้อนแรงแค่ไหน

แสดงความคิดเห็น