รายงานพิเศษ :”โครงการอภิมหาโปรเจ็ค อุตสาหกรรมจะนะ”นักวิชาการ 2 ฝั่ง ต้าน-หนุน ใครได้ใครเสียกันแน่?

0
77

โครงการอุตสาหกรรม​จะนะ​เมืองต้นแบบที่​4​ เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายล้วนจับตามอง เมื่อโครงการพัฒนาอภิทหาโปรเจ็ค​กลับมา​ ลงเอยในพื้นที่จะนะ​ ท่าเรือน้ำลึกแห่งที่2​ จ.สงขลา​ โรงงานอุตสาหกรรม​ขนาดใหญ่​ โรงไฟฟ้า​และอื่นๆ​ ล้วนเป็นการลงทุนที่มหาศาล​
เมื่อมติครม.เห็นชอบแล้ว​ ทางศอ.บต.รับลูกทันที ได้มีการระดมความคิดเห็น​ ทำสำรวจ​ในช่วง​ไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา​ อีกทั้งเหมือนกับว่า​จับเอาแหล่งโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการมาอัดกันไว้​เพื่อเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยัง ปีนัง​ มาเลเซีย​ หรือ​ ชลบุรี
เพราะอาศัยความใน “มาตรา 10” ของ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 หรือที่มักเรียกขานกันว่า พ.ร.บ.ศอ.บต. ประกาศให้ อ.จะนะเป็น “เขตพัฒนาเฉพาะกิจ” และเสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่พัฒนาเฉพาะกิจเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา” มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีคณะกรรมการตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบไม่เกิน 8 คน โดยให้ ศอ.บต.ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นกรรมการและเลขานุการ

เนื้อหาระบุไว้ว่า ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) อาจกำหนดให้เขตพื้นที่ใดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 จังหวัดนั้นเป็น เขตพัฒนาเฉพาะกิจ และกำหนดกรอบแนวทางการบริหารและการพัฒนาในเขตพื้นที่นั้นได้
คือไฟเขียว​สามารถทำเบิกงบประมาณ​รายจ่ายได้ทันที
ขณะเดียวกันที่กลุ่มฝ่ายค้าน​ คนรักษ์จะนะ​และNGO. กลุ่มเดิมๆ เดินหน้าเปิดโปงโครงการอุตสาหกรรมจะนะเมืองต้นแบบ​ ยื่นหนังสือทั้งเดินสายคัดค้าน  ฟ้อง un และองคกรต่างประเทศให้ยุติ​รื้อโครงการ​ทบทวนใหม่ ชี้ว่าเป็นการพัฒนาและการเริ่มโครงการใหม่ที่ไม่มีเหตุผล​ เป็นโครงการเร่งด่วน​ ส่อไม่ชอบมาพากล​ เกิดข้อกังขามากมาย​ โดยเฉพาะ​ศอ.บต.​ไม่ควรเป็นตัวหลักเข้าแบกรับผลักดันโครงการนี้
ฝ่ายคัดค้านสรุปว่า​ โครงการอุตสาหกรรมจะนะ​ สร้างผลกระทบต่อประชาชน​วงกว้าง​ ไม่เพียงคนในพื้นที่เอง​ คนรอบๆบริเวณใกล้เคียงก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย ในแง่ทำลายธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​ วิถีชีวิต​วัฒนธรรม​และศาสนา เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวให้เป็นสีม่วง​ มีการให้ข้อมูลที่ไม่รอบด้าน​ โครงการนี้เห็นได้ชัดว่ารับใช้​ เอื้อต่อนายทุนใหญ่​ ที่มีทั้ง​ นักการเมือง​ทั้งระดับบิ้ก​ ระดับใหญ่​ กลาง ไปจนถึงตัวเล็กท้องถิ่น​ที่เตรียมอ้าแขนรับ​ผลประโยชน์​ที่จะตามมา​ นายทุนรัฐบาล​ ชัดเจนแล้ว​ว่า​ คือ 2​ บ.ยักษใหญ่ pti.และ​ บ.ทีพีไอโพลีพาวเวอร์
TPIPP  ฝ่ายค้านซัดว่าไม่ให้ประโยชน์​กับประชาชนท้องถิ่น​อย่างแท้จริง​ โดยเฉพาะวันที่ 11 ก.ค. มีการจัดเวทีที่ไม่ชอบธรรม อาจส่งผลให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในอนาคต
​ โครงการใหญ่ขนาดนี้​ ลต้องการให้มีการศึกษาให้รอบคอบทุกด้าน ก่อนที่จะดำเนินการผลักดันต่อไป​ ต้องเปิดให้ชัดเจน
นโยบายการพัฒนา​อย่างนี้​ ทำไมต้องลงเอยที่จะนะ​ซึ่งอาจจะนำไปสู่หายนะ​ เป็นความขัดแย้งรอบใหม่

ซึ่งโครงการนี้ ต้องการใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน และ ต.สะกอม อ.จะนะ จำนวน 16,753 ไร่ ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยอ้างว่าจะจัดสรรพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม 6 ประเภท คือ

1.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา 4,253 ไร่
2.พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก 4,000 ไร่
3.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า 4,000 ไร่ จำนวน 4 โรง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์
4.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ 2,000 ไร่
5.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า 2,000 ไร่
6.พื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย 500 ไร่

มาฟังเสียงฝ่ายคัดค้าน​ อ.เกื้อ ฤทธิบูรณ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า​ เพราะด้านความสมบูรณ์ของอ.จะนะ เป็นการอ้างของรัฐอยู่ตลอดเวลา​ ว่าจะมีการพัฒนา​ มีการจ้างแรงงานคนในพื้นที่กว่าแสน​ตำแหน่ง​ ให้ลืมตา​อ้าปากได้
บริบทของคนจะนะยังต้องพึ่งพิงธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ​ ระบบนิเวศฯเป็นการให้บริการ คุณภาพ​ชีวิต​ที่ดีและมากกว่า​ นี้่คือชีวิตความเป็นอยู่​ที่ดีของประชาชนอยู่แล้ว​ มันมีมูลค่ามากกว่าทางเศรษฐกิจ​ ตามที่มนุษย์​จะคิดได้​ หากเราจะเปลี่ยนพื้นที่ให้กลับไปเป็นป่าชายเลนสักแห่ง​ ต้องใช้ทรัพยาการมากถึง 3 เท่า​ในการเรียกคืนกลับมา​ เราจะพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ​ โดยทำลายและเปลี่ยนแปลง​ธรรมชาติ​ ไปเพื่ออะไรหากระบบเสียหายไปแล้ว เราจะเอาคืนไม่ได้​ ึ
ท่าเรือ​น้ำลึกที่เกิดขึ้น​ จะทำลายชีวิตวิถีชาวประมงดั้งเดิม​ และ​ ปัญหาคลื่นกัดเชาะชายฝั่ง​เป็นปัญหาที่แก้ไขยาก มีโครงการท่าเรือน้ำลึกที่ผ่านมาก็พับแผนไปแล้วที่สตูล รัฐควรศึกษาให้ข้อมูลที่ให้ความเชื่อมั่นทั้ง​สองฝ่าย ทั้งสองข้างได้​ ฝ่ายเท่าเทียมกัน ต้องมีการตั้งโจทย์​ร่วมกัน​ มีคำตอบที่ชัดเจน​ ให้นำไปสู่พลังแห่งการตัดสินใจร่วมกันเช่นผลตอบแทน​การจ้างงาน​ เท่าไหร่​ ใครได้​ ใครเสีย ต้องให้ข้อมูลที่จริง​ ให้ผลประโยชน์​รัฐต้องคุยให้ชัดเจน​ มีการให้ความยั่งยืนอย่างไร​ การตอบแทนด้านทรัพยากร​ ด้านวัฒนธรรม​วิถีชีวิต​ หาทางปรึกษาหารือเพื่อได้ทางเลือก​ที่เป็นของพลังทางเลือกทั้งหมดร่วมกัน”

ด้านที่เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องบางมาตรา​ อ.ธีรวัฒน์ ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ตั้งไว้​ 3 ประเด็นคือ “1.การวางกฎหมายวางผังเมือง​ จากเอกสารที่ศอ.บต.ให้ไว้​ แท้จริงแล้วคือการกำหนดผังเมืองใหม่​ ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว​ และอยากทราบว่ามันเป็นแบบร่างหรือถูกกำหนดประกาศมาใช้แล้ว​หรือยัง ถ้าเป็นไปตามผังเมืองเดิมแล้ว​ ไม่สามารถเป็นเขตอุตสาหกรรม​ได้​ผิดเต็มๆ​ แต่มีกำหนดข้อยกเว้นว่า​ เขตพัฒนาเศรษฐกิจ​พิเศษ​เฉพาะกิจ​ ถึงสามารถ​เปลี่ยนแปลงได้
การดำเนินการเรื่องนี้​ มีการแสดงข้อมูลวิชาการไม่สอดคล้อง​กับวิชาการผังเมือง​
พื้นที่ถูกกัน​ไว้ 50% ที่ถูกปรับเป็นสีม่วง​ พื้นที่ที่เหลือ​ ถูกมองข้ามไป

ประเด็นที่​ 2 ภายใต้ขอบข่ายสิ่งแวดล้อม​
ทำไมไม่ใช้คำกำหนดนิคมอุตสาหกรรม​ เพราะการพัฒนาจะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายการพัฒนาของการสร้างนิคม​ อยู่ภายใต้​พรบ.นิคมฯ​ การสร้างประชาคม​ EIA และ EHIA หรือการทำเฉพาะ
ไม่มีการมองผลกระทบในภาพรวมว่าเป็นอย่างไร

3​.ใครมีส่วนร่วม ใครได้ใครเสีย ตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดแบบไหน การมองที่ผลประโยชน์​การมองเรื่องสิทธิ​ชุมชน​
ทุกคนควรมีสิทธิ์​ในการร่วมกันตั้งข้อสังเกตุ​และหาทางออกให้ครบถ้วน​รอบด้าน
ถ้ามีแล้วดีอย่างไร​ เสียอย่างไร​ การแก้ไขปัญหา​ การมีมาตรการแก้ปัญหาที่ตั้งไว้แล้ว​ เวทีวันที่11 นี้ ทำไมไม่เปิดให้คนจะนะในพื้นที่อื่นเข้าด้วย ให้เพียงคนในชุมชน 3 ตำบลเท่านั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นหากมีการตั้งเวทีคู่ขนานได้หรือไม่ ภายใต้​พรก.ฉุกเฉิน​ และนอกจากนี้ยังมีมิติทางกฎหมายอีกหลายจุดที่ยังดูทะแม่งๆ อยู่

ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ นิยมบัณฑิต คณบดี คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าโจทย์ใหญ่คือคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่จะเกิดโรงงานอุตสาหกรรมจะนะ คือ ต.สะกอม ,นาทับ และตลิ่งชัน นั้น คนส่วนใหญ่มีปัญหาความยากจนเกือบทุกคนจะทำอาชีพวิถีประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิม ซึ่งต่อไปในอนาคตอาจเลี้ยงตัวเองได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งกับมีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในมาเลเซียต้องกลับบ้านเข้ามารวมกันอีกในขณะนี้จึงเกิดปัญหาความว่างงานมากขึ้น

ทุกรัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมอาชีพ และตัวของสถาบันเราเองก็ควร เข้าไปให้ความรู้ให้การศึกษาและสร้างงาน เราทำแบบก่อนหน้านี้คือทำอาชีพประมงเล็กพอในช่วงมรสุม 4 เดือนก็จะว่างงานคิดว่าความเหมาะสมคือ ช่วยเรื่องอุตสาหกรรมการเกษตและการแปรรูปเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่ ให้ชาวบ้านสามารถลืมตาอ้าปากด้วยน่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด
ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงองค์ความรู้ ให้การศึกษาต่อกลุ่มคน และเพิ่มศักยภาพให้บุคคลที่สนับสนุน
สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบนั้น รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือ ในเรื่องชดเชยต่างๆ เรื่องการทำให้มีงานทำ การหาทางออกใหม่ให้สร้างงานใหม่ หน่วยงานของรัฐทั้งหมดและรวมทั้งบริษัทผู้สนับสนุนต้องช่วยสร้างความรู้เพิ่มความรู้หาทางรอดให้กับทุกคน ไม่รวมแต่พื้นที่นี้เป็นสิ่งที่ต้องแก้ปัญหากับสังคมไทยทั้งหมดด้วย
ส่วนผลประโยชน์ที่ไม่เกิดขึ้นหรือเป็นผลเสียนั้นก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหากันต่อไปในอย่างเช่นโครงการไฟฟ้าจะนะที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีก่อนนั้นก่อนที่จะเกิดขึ้นพวกเราก็ทะเลาะกันแต่เมื่อมีการไฟฟ้าเกิดขึ้นแล้วเราก็จะเห็นประโยชน์ตามมาเอง

สังคมโดยรวมทั้งหมดต้องช่วยกันหาทางออกให้ได้ ส่วนตัวมองเห็นประโยชน์มากกว่าว่าโรงงานอยู่ในเขตอุตสาหกรรมดีกว่า ถ้ามีโรงงานแบบไม่กำหนดเขตอุตสาหกรรมแล้วจะเสียหายมากไปกว่านี้
แต่ถ้ากำหนดไว้ว่าเขตอุตสาหกรรมเราไว้จะได้ตัดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะต้องทำตามข้อกำหนด ข้อบังคับ มีระบบระเบียบไม่มีการปล่อยน้ำเสีย มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างความเดือดร้อนผมเชื่อว่า รัฐบาลต้องการแก้ไขให้โครงการนี้เกิดผลประโยชน์โดยรวมอยู่ในท้องที่ ชาวบ้านต้องมีอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งต้องเปลี่ยนวิธีคิดการประมงแบบใหม่ให้กับเขาด้วย ในส่วนที่ได้รับผลกระทบ ต้องชดเชยเขาให้มีรายได้ที่แน่นอน และในแง่ของความยั่งยืน

นายพจนาถ มากรักษ์ผอ. โรงเรียนบ้านตลิ่งชันอำเภอจะนะสงขลา กล่าวว่าผมมองว่าเป็นโครงการที่ดีของรัฐแต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอ ณประชาสัมพันธ์ทางด้านการศึกษา หน่วยงานที่รับผิดชอบควรให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้อย่างถูกต้องและถ่ายทอดให้กับนักเรียนและเยาวชนให้เข้าใจต่อไป ส่วนในของโรงเรียนนี้ ต้องวางแผนและเตรียมิเพิ่มขึ้นคาดว่าถ้ามีเหตุโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นคนก็จะเข้ามาในชุมชนมากขึ้นเพราะคนเข้ามาทำงานมีคนนอกย้ายเข้ามาเพราะฉะนั้นโรงเรียนต้องเพิ่มและขยายโรงเรียนด้วยสำหรับโรงเรียนบ้านตลิ่งชันปัจจุบันสอนอยู่ในระดับชั้นมัธยมปีที่ 3 เราคาดว่าจะให้โรงเรียนต่อสายหรือส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนสายอาชีพเพื่อเตรียมให้เขาเข้าไปเรียนด้านอาชีพเพื่อตอบสนองกับแรงงานให้สอดคล้องกันได้ ผลลัพธ์ของโครงการนี้คือ ทุกโครงการน่าจะมีประโยชน์ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนการจะมีการวิจัยการประเมินมีการศึกษาต่างๆเพราะเขาต้องลงทุนอย่างมาก  

ส่วนผลกระทบที่เสียหายที่มีนั้น ต้องควรมีชดเชย เราต้องชดเชยอย่างไรและจะทำอย่างไรให้กับปัญหา ผลที่ได้รับจากผลการทดรอบด้าน สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยแต่เป็นสายคัดค้านนั้นอยากให้หันเข้ามาพูดคุยกันสร้างความเข้าใจกันด้วยดี อย่า อย่ารังเกียจกันและยืนกันคนละฝั่งขอให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกันและหาทางออกเข้าใจปัญหาร่วมกันแก้ปัญหาและแสวงหาทางออกให้มันดีขึ้น
สุกรี มะดากะกุล บก.@ชายแดนใต้

แสดงความคิดเห็น