แม่ทัพภาค 4 แถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จชต. ยึดยาไอซ์ 250 กิโลกรัม เผยขบวนการค้ายานรกในภาคใต้มีส่วนสนับสนุนขบวนการก่อเหตุความไม่สงบ

0
2228

แม่ทัพภาค 4 แถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จชต. ยึดยาไอซ์ 250 กิโลกรัม เผยขบวนการค้ายานรกในภาคใต้มีส่วนสนับสนุนขบวนการก่อเหตุความไม่สงบ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร .ยะรัง .ปัตตานี พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วย พล.. จตุพร   กลัมพสุต ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  พล... ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นาย พงศธร ธรรมชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 พล... สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพล... ดุษฎี ชูสังกิจ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1.หรือยาไอซ์ จำนวน 250.กิโลกรัม และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการบริเวณด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด .จะนะ .สงขลา และทำการขยายผลจนสามารถจับกุม เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ในพื้นที่ .นราธิวาส ซึ่งความสำเร็จ

ของการปฏิบัติในครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธร ภาค 9 และอีกหลายหน่วยงานในพื้นที่

โดย พล.. จตุพร   กลัมพสุต ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ชี้แจงผลการปฏิบัติว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.. 63 เวลา22.30 . เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ติดตามบังคับใช้กฎหมายกับผู้ต้องหา จำนวน1.ราย ทราบชื่อ นายกอเซ็ง  เจะหะ อยู่บ้านเลขที่ 17 .1 .กายูบอเกาะ .รามัน .ยะลาพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1. (ยาไอซ์) น้ำหนัก 250 กิโลกรัม บริเวณด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด .คลองเปียะ .จะนะ .สงขลา เหตุเกิดขณะที่ นายกอเซ็งฯ ขับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 – 1693 ยะลา พร้อมซุกซ่อนยาไอซ์บริเวณกระบะท้าย เข้ามายังด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด ซึ่งมีลักษณะต้องสงสัยเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถพร้อมทำการตรวจสอบโดยละเอียด พบถุงปุ๋ยสีขาวจำนวน12 กระสอบ ข้างในบรรจุยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อสอบสวนขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ผลจากการซักถามผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าไอซ์ดังกล่าวเป็นของตนเอง มีนายมะดิง  รูเป๊ะ เป็นผู้ว่าจ้าง โดยไปรับยาไอซ์ มาจาก .ลาดหลุมแก้ว .ปทุมธานี

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มิ.. 63 เวลา 15.00 . เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายกอเซ็งฯ ผู้ต้องหามาควบคุมตัวที่ ฉก.ทพ.46 เพื่อดำเนินการขยายผลในการจับกุม นายมะดิง  รูเป๊ะ ตามที่ให้การซักทอด โดยได้ให้ นายกอเซ็งฯ ติดต่อกับ นายมะดิงฯ เพื่อรับส่งยาเสพติด และให้ติดต่อกับบุคคลที่เรียกว่า บาบอ ทราบชื่อภายหลังคือ นายยูโซ๊ะ  กามา และได้นัดหมายรับยาเสพติดบริเวณแยกลำพู .เมือง .นราธิวาส และในเวลาประมาณ 22.00 . เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายยูโซ๊ะฯ ได้ในขณะที่มารับยาเสพติดในบริเวณดังกล่าว และได้นำตัวไปตรวจค้นบริเวณบ้านพัก เลขที่ 70 .5 .ลำพู .เมือง .นราธิวาส ผลการตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม และเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบหนึ่งรายการ คือ รถยนต์มิตซุบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆก 4139 กทม.

จากนั้นเมื่อวันที่ 27 มิ.. 63 เวลา 23.15 . เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายมะดิง  รูเป๊ะ ที่อยู่68/1 .12 .ลำไพ .เทพา .สงขลา ขณะกำลังจะหลบหนีได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/5 .4 .มูโนะ .สุไหงโกลก .นราธิวาส หลังจากจับกุมได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 1 ของนายมะดิงฯ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมจึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย

1. รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 1434 นราธิวาส จำนวน 1 คัน 2. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กด 4051 นราธิวาส จำนวน 1 คัน3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 บัญชี  4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง  5. สร้อยข้อมือลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 2 เส้น ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิ.. 63 เวลา 00.30 . เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ .1 .นานาค .ตากใบ .นราธิวาสซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 2 ของนายมะดิงฯ ได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ จำนวน 6 รายการ ประกอบด้วย

   1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน 2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง 3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 3 บัญชี   4. โฉนดที่ดิน จำนวน 1 ฉบับ5. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ Compact (ไม่มีทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก   6. เครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 6 นัด

ในวันเดียวกัน เวลา 06.30 . เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 36/4 .1 .นานาค.ตากใบ .นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาว นุรซุรีซาฯ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ จำนวน 7 รายการ ประกอบด้วย 1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทาแดง หมายเลขทะเบียน 1 กฐ 3361 นราธิวาส จำนวน 1 คัน2. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 คัน3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 1 กฎ 674 นราธิวาสจำนวน 1 คัน

  4. รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บจ 4064 นราธิวาส 5. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแอคคอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 6361 สงขลา  6. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซุบิชิ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กจ 7487 นราธิวาส  7. สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 2 บัญชี  และจากการสืบสวนติดตามการขยายผล ก็พบเบาะแสว่า กลุ่มขบวนการยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีการจ่ายค่าคุ้มครองให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งสนับสนุนเงินส่วนหนึ่งในการปฏิบัติการก่อเหตุในพื้นที่มาโดยตลอด เพื่อเป็นช่องว่างในการดำเนินการขนย้ายยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่

ขณะที่ พล... ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า การปฏิบัติดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากเครือข่ายกลุ่มนี้เป็นเครือข่ายยาเสพติดที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ทำการสืบสวนและมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเครือข่ายกลุ่มนักค้ายาเสพติดทางภาคใต้ที่มีข้อมูลอยู่ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์โควิด 19 ระบาด มีการออกมาตรการ ล๊อกดาวว์ปิดด่านพรมแดนระหว่างประเทศของรัฐบาล ซึ่งทำให้นักค้ายาเสพติดได้หันไปส่งยาเสพติดทางระบบโลจิสติกส์และเมื่อสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง การขนส่งมีความสะดวกขึ้น ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงได้เพิ่มความเข้มข้นและให้ความสำคัญในการสกัดการลำเลียงยาเสพติด และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบรถในกลุ่มเป้าหมายมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว จึงทำการสืบสวนและติดตามจนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เคยต้องโทษในคดียาเสพติด โดยได้รู้จักกันในเรือนจำสงขลาและเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 5 ปี และเมื่อออกจากเรือนจำก็ยังมีการกระทำความผิดซ้ำแบบเดิมอีก พฤติการณ์กลุ่มนักค้ายาเสพติดกลุ่มนี้จะใช้รถบรรทุกขึ้นไปรับยาเสพติดและลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ปริมณฑลเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยรับค่าจ้างครั้งละ 1 ล้านบาทจากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 สามารถขยายผลนำไปสู่การยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยมีทั้งรถยนต์ รถบรรทุก โฉนดที่ดิน ทองคำ โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สินและขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มนี้ต่อไป

ด้านพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ระบุว่า ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญ ในด้านการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด โดยมุ่งเน้นใช้มาตรการทางกฎหมายสำหรับผู้ค้า และมาตรการทางสังคมสำหรับผู้เสพ ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างจริงจัง  ตลอดจนเน้นการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติ ให้อภัย ใช้บทบาทของศาสนาในการลดปัญหายาเสพติด

และการแพร่ระบาดยาเสพติดในหมู่บ้าน อีกทั้งน้อมนำการใช้ศาสตร์พระราชาและยุทธศาสตร์คนดี ในการสร้างความยั่งยืนในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อส่งคืนบุตรหลานสู่อ้อมกอด อันอบอุ่นของครอบครัว โดยการดำเนินการที่ผ่านมาได้ผลเกินความคาดหมาย มีผู้สมัครใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 16,611 รายโดยมีการปฏิบัติ

ที่สำคัญ ดังนี้  1. ด้านการป้องกัน มุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันและภูมิป้องกันยาเสพติดให้ครอบคลุม 5 ลุ่มเป้าหมาย คือ ในหมู่บ้าน ชุมชน  ในสถานศึกษา นอกสถานศึกษา..ตาดีกา และสถาบันการศึกษาปอเนาะ โดยใช้แนวทางการสร้างชุมชนเข้มแข็ง และจิตอาสาญาลันนันบารูเข้าดำเนินการ ปัจจุบันสามารถฝึกอบรม และจัดตั้งกลุ่มพลังจิตอาสาประชารัฐได้แล้วกว่า 10,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ 37 อำเภอ 200 ตำบล 1,500 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยพลังของชุมชน ให้เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังได้ขับเคลื่อนงานสร้างภูมิคุ้มกัน ผ่านมวลชนญาลันนันบารูและญาลันนันบารูจูเนียร์ ที่ผ่านการฝึกอบรมและจัดตั้งแล้วกว่า 20,000 คน

   2. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย  มุ่งดำเนินการต่อผู้ค้าในระดับต่างๆ โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนกับผู้ค้ารายย่อย  ซึ่งเป็นปัญหาและสาเหตุหลัก ของการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน    3. ด้านการบำบัดรักษา มุ่งเน้นใช้มาตรการทางสังคม โดยใช้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน จำนวน 242 ชุด เข้าดำเนินการในหมู่บ้าน ภายใต้กระบวนมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้นำสี่เสาหลัก และเวทีสภาสันติสุขตำบล เพื่อค้นหาผู้เสพเข้ารายงานตัว สู่กระบวนการคัดกรอง, บำบัดรักษา, ติดตามดูแลในชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยแบ่งระดับความรุนแรงเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ใช้, กลุ่มผู้เสพ และกลุ่มผู้ติดเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา 4. ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต มุ่งดำเนินการต่อผู้ผ่านการบำบัด และหายขาดจากการติดยาเสพติด มาฝึกอบรมวิชาชีพตามความต้องการ และความสมัครใจ มีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป รวมถึงมาตรการทางกฎหมายกับผู้ค้ารายใหญ่ จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ ควบคู่กับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด โดยจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เข้าพบปะผู้นำ สี่เสาหลักเพื่อขอความร่วมมือ ในการชักชวนผู้ติดสารเสพติดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต  และส่งเสริมอาชีพอย่างต่อเนื่อง

มูกะตา หะไร ทีมข่าว@ชายแดนใต้ .ยะลา

แสดงความคิดเห็น