สุรินทร์ ปาลาเร่ ยื่นหนังสือ ร้องความเป็นธรรมในการจัดการศึกษา แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

0
442

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

17 มิถุนายน 2563 ท่าน สส.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.เขต 8 จ.สงขลา ยื่นหนังสือเรียกร้องจากสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จ.สงขลา เกี่ยวกับความเป็นธรรมในการจัดการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด 19) แก่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่รัฐสภากรุงเทพมหานคร
หมายเหตุ
สำหรับข้อเรียกร้องตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเปิดเรียนของสถานศึกษาในสังกัด และในการกำกับ กระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๙ วรรคหนึ่ง(๔) ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย ปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่า ด้วย ปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘ และข้อ ๗(๓) ของระเบียบคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วย ปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษาเอกชน พ.ศ.๒๕๖๓ จึงให้ สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในการกำกับของ กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเรียนในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓

โดยให้สถานศีกษา จัดให้มีการเรียนการสอนให้ สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ หรือโรค โควิด๑๙และจากทรี่ัฐบาลมีนโยบายในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาแก่พลเมืองไทยจากทุกเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังซึ่งจะทาให้ความไม่เท่าเทียมด้านเศรษฐกิจและสังคมลดลง ใน ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้สนับสนุนมาตรการต่างๆทั้งบุคคลากร และงบประมาณอย่างเต็มกาลังความสามารถ แก่โรงเรียนสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กลับละทิ้งการหนุนเสริมทั้งบุคลากรและ งบประมาณกับโรงเรียนสังกัดสานักงานการศึกษาเอกชนและสถาบันอื่นๆที่ไม่อยู่ภายใต้สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งๆที่ผู้เรียนเป็นพลเมืองไทยเหมือนกัน ในขณะเดียวกันกลับต้องการ ผลสัมฤทธิ์ในมาตรการทางสาธารณสุขเกี่ยวกับโควิด ๑๙ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้าการบริการการจัด การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และหากโรงเรียนในสังกัดสานักงานการศึกษาเอกชน มิสามารถปฏิบัติตาม มาตรการดังกล่าวอันจะส่งผลต่อสถานการณ์โควิด ๑๙ ในภาพรวมของประเทศ ใครจะรับผิดชอบหรืออย่าง น้อยที่สุดสังคมก็จะประณามโรงเรียนเอกชนอย่างแน่นอนว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา ในการนี้ในนามสมาคม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดสงขลา จึงขอเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในการได้รับบริการจาก รัฐบาลอย่างเท่าเทียมเป็นธรรมให้กับโรงเรียนเอกชนและสถาบันต่างๆที่เป็นการศึกษาทางเลือกของชุมชนทั่ว ประเทศเหมือนกับโรงเรียนที่อยู่ภายใต้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทางสมาคมโรงเรียน เอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดสงขลา จึงขอเรียกร้องใน ๔ ประเด็นดังนี้
๑. พิจารณามาตรการป้องกันโรคโควิดซึ่งอนุญาตให้ความจุของนักเรียน ๒๐/ห้อง สลับวันเรียนซึ่งไม่ สอดคล้องกับสภาพคามเป็นจริงต่อจานวนนักเรียนและหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนเอกชน
๒. พิจารณางบกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับสถานศึกษาโรงละ๔๐๐,๐๐๐–๕๐๐,๐๐๐บาทตามขนาดของ โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๓. พิจารณาจัดสรรอุปกรณ์อนามัยสนับสนุนเหมือนกับสิ่งที่ทางรัฐบาลให้กับสถานศึกษาในสังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดังนี้
– หน้ากากผ้าอนามัย นักเรียนคนละ ๔ ชิ้น
– faceshield คนละ ๑ อัน

– ที่วัดอุณหภูมิตามขนาดโรงเรียน
– เจลแอลกอฮอลน์ตามขนาดโรงเรียน
– ที่พ่นน้ายาฆ่าเชื้อตามขนาดโรงเรียน
– น้ายาฆ่าเชื้อ
– หน้ากากอนามัยสารอง
– ถุงมือ ผู้มีหน้าที่คัดกรอง
๔. พิจารณาเงินเยียวยาโควิด ๑๙ แก่ครูและบุคคลกรในโรงเรียนเอกชน

สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดสงขลา ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) Shukur2003@yahoo.co.uk (รายงาน)

แสดงความคิดเห็น