ยะลาจับมือปิดทองหลังพระฯ เปิดลังรับซื้อทุเรียนคุณภาพ หลังโควิด-19.คลี่คลาย ประเดิมล็อตแรก 160 ล้านบาท

0
125

เมื่อวานนี้ที่ตลาดกลางยางพารายะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมกับ หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้แถลงข่าวการเปิดแหล่งรวบรวมและกระจายผลผลิตทุเรียนคุณภาพ จังหวัดยะลา ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนใต้หรือโครงการทุเรียนคุณภาพประจำปี 2563

โดยนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลาได้ร่วมกับปิดทองหลังพระฯดำเนินโครงการทุเรียนคุณภาพฯ มาตั้งแต่ปี 2561 และพัฒนาระบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในปี 2563 โดยหลักคิดในการดำเนินโครงการฯ ยังคงเน้นการนำศาสตร์พระราชามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ โดยมุ่งหวังให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน “พึ่งพาตนเองได้” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในที่สุด ด้วยการพัฒนาทุเรียนซึ่งเป็นไม้ผลพื้นถิ่นให้มีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ มีกระบวนการผลิตที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Excellent และมีตลาดต่างประเทศรองรับ

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าทุเรียนของโครงการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ปี 2563 นี้จะให้ผลผลิตอยู่ที่ 1,778ตัน ซึ่งจะมีปริมาณทุเรียนส่งตลาดถึง 80 ตัน ทั้งนี้ จังหวัดที่ผลิตทุเรียนมากที่สุดคือ ยะลา 1,690 ตัน จะทำให้เกษตรกร 3 จังหวัดชายแตนใต้ จะมีรายได้ปี 2563 ประมาณ 160 ล้านบาท

ขณะที่ หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2563 สถาบันฯ เริ่มเข้ามาดำเนินโครงการ “ทุเรียนคุณภาพ” ร่วมกับจังหวัดยะลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีรายได้เพิ่มจากการพัฒนาให้ทุเรียนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน โดยเริ่มที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นแห่งแรกในฐานะพื้นที่ต้นแบบของทางสถาบันฯเนื่องจากได้รับความสนใจจากเกษตรกรใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จึงได้ขยายความร่วมมือเพิ่มขึ้นทั้งในยะลา นราธิวาส และปัตตานี

ทั้งนี้ ในปีนี้มีทุเรียนที่อยู่ในโครงการจำนวน 29,201 ตัน เกษตรกร 625 ราย ผลผลิตทุเรียนประมาณ 17 ตัน โดยเกรด AB ที่เป็นมาตรฐานส่งออกจะมีประมาณร้อยละ 85 และ หนอน เป็น 0 เปอร์เซ็นต์ โดยตลาดหลักคือประเทศจีน คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 160 ล้านบาท ประมาณ 2 เท่าของปี 2562 ผลผลิตทุเรียนคุณภาพปีนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2562 แต่รายได้ที่สูงขึ้นมาจากคุณภาพของทุเรียนที่เกษตรกรปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด

ข่าว​มูกะตา​ หะไร​  ทีมข่าว@ชายแดนใต้​ จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น