นราธิวาส​ -​ คืบหน้า​ ข่าวแพร่ทางโซเชี่ยล​แชร์ว่อน​ อ้างจนท. รัฐ แชทชวนมีสัมพันธ์สาวสถานกักกัน​ ที่แท้​แอบอ้าง!!

0
385

จากกรณีมีการแชร์ จนท.แชทหาสาวในสถานกักตัวโควิด นราธิวาส นัดเจอ-ชวนมีเซ็กซ์ ผู้ว่าจังหวัดนราธิวาส สั่งตรวจสอบ​กอ.รมน.ชี้แจงแล้ว

วันนี้ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ ต.รือเสาะ อ.เสาะ จ.นราธิวาส จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่แชทการสนทนาระหว่างหญิงสาวที่กลับจากประเทศมาเลเซียและถูกกักตัวอยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้
ล่าสุดนายเอกรัตน์ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว(ทางโทรศัพท์) จากประเด็นที่มีการกล่าวถึง หลังจากทราบเรื่องเมื่อวานนี้ (11มิ.ย.) ได้มอบหมายให้ นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ นายอำเภอรือเสาะ ตรวจสอบพบว่าในส่วนของศูนย์ lq ที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ มีทั้งหมด 4 อาคาร แต่ละอาคารจะมีปลัดอำเภอดูแล รับแรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย ทั้งหมด 180 คน เป็นผู้หญิงล้วน และกลุ่มที่ผู้หญิงที่มีประเด็น ได้เข้ารับการกักตัวตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งจะครบในวันที่ 17 มิถุนายนนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายได้มีการแชทผ่าน Application badoo คือ​ แชทหาคู่ซึ่งแชทนี้มีรัศมีในการพูดคุยมากกว่า 10 กิโลเมตร สามารถเล่นได้ข้ามจังหวัด บุคคลที่ใช้โปรไฟล์ว่าสต๊าฟมีการสนทนาพูดคุยด้วยข้อความดังกล่าวกับผู้ที่อยู่ในศูนย์กักกัน โดยมีข้อความที่ไม่เหมาะสมข้อความเชิงชู้สาว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าคนที่ทักมาอยู่ในศูนย์ก็เลยหวาดกลัวกลัวว่าคนที่แชท อยู่ทักมาจะอยู่ที่ศูนย์ เป็นห่วงว่าจะไม่มีความปลอดภัย แต่เท่าที่ไปตรวจสอบในศูนย์กักกันของอำเภอรือเสาะ ผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกแต่งตั้งโดยนายอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่อส. จากปกครองและสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ทำหน้าที่ศูนย์กักกัน ไม่มีเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ เข้ามาดูแลแต่อย่างใด ซึ่งแต่ละอาคารจะมีปลัดอำเภอดูแลตลอดเวลา  มีกฎระเบียบควบคุมดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ในทุกระดับ เพราะฉะนั้นข้อความในแชทดังกล่าวไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่อย่างไร ต้องเร่งสืบสวนต่อไป

เพื่อนของผู้เสียหายได้เปิดเผยว่า เพื่อนๆพร้อมตนเองได้เข้ากักตัวตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่โรงเรียนนี้  เริ่มต้นก็คือตนเองและเพื่อนนะเล่นแชทผ่านแอพพลิเคชั่น badoo เราก็มีคนเข้ามาแชทเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาช่วงเวลา 21.00 น.กว่าๆซึ่งมีข้อความตามที่แชทหลุดไป เริ่มต้นก็มีการพูดคุยด้วยข้อความธรรมดาหลังจากนั้นก็ใช้คำพูด ในเชิงชู้สาวแล้วก็ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ เชิญชวนนัดไปเจอกันหลังตึก​  จากนั้นตนเองก็เลยต่อว่าไปตามข้อความตามแชทที่หลุดไปแล้วผู้ชายคนนี้ก็ไปแชทกับเพื่อนๆเขาซึ่งทราบว่าก็คุยอีกประมาณ 3 คนในศูนย์ lq นี้ด้วย
ด้านกอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงกรณีชายกล่าวอ้างเป็น จนท.ทหารแชทคุยเชิงชู้สาว
กับผู้ถูกกักกันตัวในพื้นที่รือเสาะ นราธิวาส แท้จริงเป็นการแอบอ้าง

วันนี้​ พ.อ.วัชรกร  อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.
เปิดเผยว่าภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสรุปได้คือ

1. จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ผู้ที่ถูกคุกคาม เป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากการทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกพื้นที่ จชต. และเข้ารับการกักกันตัวภายในศูนย์กักกันตัวของทาง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ในเฟสที่ 2 รอบที่ 3 ซึ่งมีจำนวนผู้ถูกกักกันตัว จำนวน 180 คน ก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับภูมิลำเนา ตามมาตรการควบคุมของกระทรวงสาธารณะสุข

2. สำหรับการสนทนาข้อความเชิงชู้สาวดังกล่าวพบว่า เป็นการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่น “badoo” โดยใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “Staf” และใช้รูปของ อส.ทพ. ปฐมพงศ์  พรหมศรี สังกัดกรมทหารพรานที่ 48 เป็นรูปโปรไฟล์ หน่วยจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จากผลการสอบสวนเจ้าตัวได้ให้ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักและใช้โปรแกรมดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์ผ่านทาง Apple Id พบว่าเจ้าตัวไม่เคยเข้าใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจริง ซึ่งถ้ามีการใช้จริงในระบบจะยังคงบันทึกประวัติข้อมูลการใช้ดังกล่าวอยู่ ปัจจุบันเจ้าตัวได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เจาะไอร้อง เพื่อเป็นหลักฐานไว้แล้ว

3. แอพพลิเคชั่น “badoo” เป็นแอพพลิเคชั่นในลักษณะหาคู่ ซึ่งสามารถใช้รูปใครก็ได้มาเป็นรูปโปรไฟล์เพื่อพูดคุยโดยไม่เห็นหน้าไม่เหมือนลักษณะการแชทผ่าน video call ซึ่งจะเห็นคู่สนทนาว่าเป็นใคร จึงมักจะมีการแอบอ้างในลักษณะเช่นนี้อยู่บ่อยๆ

4. ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. รู้สึกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ถูกคุกคามเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ภายหลัง หากมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกแล้วพบว่า ผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นกำลังพลของ กอ.รมน.ภาค 4.สน. ก็จะมีการลงโทษทั้งทางวินัย และอาญาทหารขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มีนโยบายกวดขันวินัยกำลังพลมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ยุทธศาสตร์คนดีคัดเลือก ผู้ที่มาปฏิบัติงาน และกฎเหล็ก 9 ข้อ โดยเฉพาะเรื่องชู้สาว รวมไปถึงการปฏิบัติตนตามแบบธรรมเนียม และวินัยทหาร อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน จึงขอให้สังคมได้มีความมั่นใจว่ากองทัพจะไม่ปกป้องผู้ที่กระทำความผิดในทุกกรณี และหากพบเห็นเจ้าหน้าที่ทหารกระทำความผิดหรือสร้างความเดือดร้อน ขอให้แจ้งหน่วยต้นสังกัดทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และพิจารณาลงโทษต่อไป

ข่าว​ปทิตตา​ หนูสันทัด​  มูกะตา​ หะไร​ ทีมข่าว​ @ ชายแดนใต้​

แสดงความคิดเห็น