นราธิวาส – ไฟป่าพรุบาเจาะคลี่คลาย หลังฝนตกลงมาต่อเนื่อง แต่ยังต้องเฝ้าระวังดับไฟในแนวดิ่งใต้ดินที่ยังไม่สนิท

0
25

นายไพศาล ขุนศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารารณภัยจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จากการที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นป่าไม้ส่วนกลางร้อยละ 20 นิคมสหกรณ์บาเจาะ หมู่ที่ 6 บ้านโคกมาแจ ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส สร้างความเสียหายประมาณ 2,240 ไร่ โดยไม่มีพื้นที่เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งไฟได้เริ่มไหม้มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 63 จนถึงวันนี้ (10 มิ.ย. 63) สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไม่ให้ลุกลามได้มาตั้งแต่ 5 วันที่ผ่านมา โดยได้รับผลดีจากฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ แต่ต้องมีการเฝ้าระวังไฟในแนวดิ่ง โดยไฟที่ไหม้ป่าพรุมีการไหม้สองทิศทาง คือ ในแนวดิ่งใต้พื้นดิน และแนวราบบนพื้นดิน ซึ่งสามารถควบคุมไฟในแนวราบได้แล้ว

สำหรับไฟในแนวดิ่งได้ใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลเข้าไปดับ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าในพื้นที่เข้าไปดับไฟ ในช่วงนี้การดับไฟป่าพรุมีการใช้ทรัพยากรบุคคลของหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา , โครงการชลประทานนราธิวาส , สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส , หน่วยพิทักษ์ภัย ศ.อปพร.จังหวัดนราธิวาส , สถานีควบคุมไฟป่าพรุโต๊ะแดง , อปพร.อบต.บาเระเหนือ , อปพร.อบต.โคกเคียน , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารารณภัยจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดับไฟป่าพรุบาเจาะใช้กำลังคนในการดับไฟแต่ละวันประมาณ 200 คน เดินเข้าไปดับไฟในป่าเป็นการควบคุมเฉพาะในแนวดิ่ง แต่คาดว่าจะสามารถจัดการให้เรียบร้อยได้ภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ซึ่งจากการบินโดรนสำรวจเหลือพื้นที่อีก 3 จุดที่ยังไหม้อยู่ใต้ดิน เป็นจุดเล็กๆที่มีควันขึ้นมา จะต้องพยายามดับให้หมดเพราะหากสถานการณ์ความแห้งแล้งเข้ามาก็อาจมีความเสี่ยงที่จะปะทุขึ้นมาได้อีกจึงต้องแน่ใจว่าดับได้สนิทแล้ว ซึ่งฝนที่ตกลงมาในพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ไฟป่าไม่ลุกลามและคลี่คลาย


โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้สั่งการในเรื่องการดับไฟให้ได้โดยเร็ว และการดูแลสุขภาพของประชาชนกรณีเกิดไฟไหม้ป่า เนื่องจากกระแสลมจะพัดควันไฟเข้าสู่ชุมชนหมู่บ้านในเขตเมือง รวมทั้งเกิดฝุ่น PM 2.5 ในจังหวัดนราธิวาสที่มีการเฝ้าระวังในเรื่องนี้ ซึ่งตั้งแต่เกิดไฟไหม้ป่าพรุค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ยังไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับมาตรการระยะยาวและมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันดูแลป่าพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านระบบนิเวศ เป็นแหล่งทำกิน แหล่งอาหาร รวมทั้งมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องร่วมกันดูแลเพื่อใช้สามารถประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร บก.@ชายแดนใต้จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น