สงขลา-หมอโฟสเฟสบุ๊คเตือน”กินเมล็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ”

0
100

สงขลาหมอโฟสเฟสบุ๊คเตือนกินเมล็ดกระท้อนลำไส้ทะลุผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ได้เขียนข้อความว่าค่ำมืดดึกดื่น ต้องตื่นมาผ่าตัด กับโรคที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้… “เมล็ดกระท้อนตำไส้ทะลุ 

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่โรงบาลหาดใหญ่และได้ติดต่อสอบถามเจ้าของเฟสบุ๊คJirat Jiratham-opas ทราบชื่อ นพ. จิรัชย์ จิรธรรมโอภาส ชำนาญการแผนกศัลยกรรมโรงบาลหาดใหญ่ มีการแชร์ภาพและข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ได้เขียนข้อความว่าค่ำมืดดึกดื่น ต้องตื่นมาผ่าตัด กับโรคที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้… “เมล็ดกระท้อนตำไส้ทะลุโรคนี้ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูนี้ เนื่องจาก ผู้สูงอายุ ไม่มีฟัน เวลากินกระท้อน ชอบดูดเมล็ด ดูดเพลิน เมล็ดหลุดลงคอ เนื่องจาก Reflex ของร่างกาย หรือความอร่อยเกินเหตุถ้าเป็นเมล็ดผลไม้อื่น คงไม่มีปัญหา แต่ไอ้เมล็ดกระท้อนเจ้ากรรม ดันเรียว หัวแหลม ท้ายแหลม ชอบไปกองในใส่ และทิ่มทะลุไส้แตกประจำความสุขในการกินเป็นเรื่องของคนกิน แต่ความซวยจากลำไส้เป็นเรื่องของกรูไม่รู้เป็นอะไร ชอบแตกกลางคืน หรืออาจจะแตกกลางวัน แต่ลูกหลานว่างช่วงเย็น กลับบ้านถึงมา ยายปวดท้องทั้งวันไม่ดีขึ้น เลยพามารพ. กว่าจะมาถึง รพ. กว่าผลเลือด ผลเอกซเรย์ จะออก กว่าจะได้คิวผ่าตัด หมอผ่าตัดเลยต้องผ่ากันกลางค่ำกลางคืน และต้องเฝ้าคนไข้ต่อ

คนไข้มาถึงรพ. ส่วนใหญ่ อาการมักจะรุนแรง เนื่องจากขี้แตกเต็มท้อง บางรายความดันตก ต้องให้ยากระตุ้น บางรายอาจจะไปไม่ถึงเตียงผ่าตัดถ้ารอดถึงห้องผ่าตัด คนไข้ต้องมีแผลผ่าตัดยาวกลางท้อง ตัดไส้ที่แตกออก ล้างขี้ในท้อง และต้องยกทวารเทียมแผลผ่าตัดไม่สามารถเย็บปิดได้ เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง ต้องทำแผลทุกวัน เช้าเย็นทรมาณอีกเป็นอาทิตย์กว่าจะเย็บปิดได้

     หลังผ่าตัด ต้องนอนพะงาบคาบท่อช่วยหายใจในห้อง ICU (ถ้ามี) ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีหรอก เครื่องช่วยหายใจแน่นอนว่า เป็นเจ้า Bird ตัวเขียว Volume ศัลยกรรมไม่ใช่เจ้าของ ให้น้ำเกลือจนตัวบวม ยาฆ่าเชื้อ ยากระตุ้น ใส่สายจมูก สายสวนปัสสาวะ ทีมบุคลากรต้องเฝ้าไข้ตลอด 24 ชั่วโมง แน่นอนว่า จะมีหมอคนนึง ไม่ได้นอน เนื่องจากต้องเจอ ผี Urine ซึ่งพยาบาลจะโทรรายงานเกือบทุกชั่วโมง แถมคนไข้ จะมีรูพรุน จากการเจาะเลือด และปรับยาจนกว่าการติดเชื้อจะดีขึ้น โดยหวังว่า คนไข้มีสัญญาณชีพปกติ

     ถ้ารอดกลับบ้านไป คนไข้ต้องอยู่กับการถ่ายทางหน้าท้อง อย่างน้อย 6 เดือน แล้วต้องกลับมาเจ็บตัวอีกรอบ เพื่อผ่าตัดปิดทวารเทียม โชคดีก้อผ่าส่องกล้อง หนักหน่อยก้อเปิดแผลยาวประมาณเดิม เข้าไปลุ้นว่า ผังผืดจะเยอะแค่ไหน? เลาะลำไส้ แล้วต่อ ปิดท้อง มารอลุ้นว่า จะรั่วรึป่าว? รอดรอบแรก ตายรอบสองก้อมี ถ้าไม่ผ่า คนไข้ก้อต้องมีทวารเทียม ถ่ายทางหน้าท้องตลอดชีวิต

     เอาจริง เลยนะ รักบรรพบุรุษอย่าซื้อกะท้อนให้กิน ถ้าจะให้กินควักเมล็ดออก แต่ถ้าอยากได้มรดกจัดไป

 

นพ. จิรัชย์ จิรธรรมโอภาส ชำนาญการแผนกศัลยกรรมกล่าวว่า ผมได้รับคอลดีไฟล์  จากน้องเรสซิเดนท์ประมาณสองสามทุ่มคนไข้อายุประมาณ 78 ปีไม่มีประวัติผิดปกติเรื่องของการขับถ่าย มาด้วย เรื่องของการท้องอืด   ปวดท้องและมีการเอ็กซเรย์มีลมรั่วอยู่ในช่องท้องตอนนั้นอาการที่คิดสงสัยก็คือน่าจะเป็นอาการ ลำไส้หรือ   ระบบทางเดินอาหาร ทะลุนะครับส่วนใหญ่เลยคนอายุเยอะเยอะและไม่เคยมีประวัติในเรื่องของการขับถ่ายที่ผิดปกติมาก่อน และช่วงนี้ก็เป็นหน้ากระท้อนด้วยก็เลยคิดว่าน่าจะมีสาเหตุจากตัวกระท้อนตอนนั้นก็มีการเอ็กซเรย์และก็ดู ยืนยันว่าคนไข้มีลำไส้ทะลุจริงและก็มีสิ่งแปลกปลอมมีลักษณะคล้ายเม็ดกระท้อน หัวเลี้ยวท้ายแหลมจากตัว See ทีสแกนตอนนั้นก็ตัดสินใจเข้าห้องผ่าตัดเพื่อไปผ่าตัดคนไข้เนื่องจากคนไข้มีลำไส้ทะลุถ้าไม่ผ่าตัดคนไข้ก็จะเสียชีวิตได้หลังจากที่ผ่าตัดไปก็เจอว่าคนไข้ลำไส้ทะลุจริงก็มีการตัดลำไส้ส่วนที่เป็นปัญหาออกมีการเย็บปิดลำไส้ส่วนปลายและ ยกธวารเทียมขึ้นมาเปิดให้คนไข้ถ่ายทางหน้าท้องส่วนในช่องท้องก็มีอุจจาระกระจายอยู่ในช่องท้องก็ทำการล้างทำการเช็ดแล้วก็ปิดช่องท้แงแต่ยังเปิด แผลไว้เพราะ ช่วงนี้แผลยังสกปรกทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายหลังจากผ่าตัดคนไข้ก็มานอนห้องไอซียูเป็นหออภิบาลผู้ป่วยหนัก ก็มีการประเมินเรื่องสารน้ำชีพจรความดันไข้ดูการหายใจแล้วก็คนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจ    แล้วก็ดูเรื่องของปัสสาวะที่ออก ทุกชั่วโมงครับอันนี้ก็เป็นเฟดแรกที่เราเจอหลังจากนั้นคนไข้ก็จะมีปัญหาของเรื่องสารน้ำที่ผิดปกติเนื่องจากคนไข้กลุ่มพวกนี้มักจะมาด้วยอาการช็อคเพราะฉะนั้นคนไข้ช็อคมามีความดันตกและมีอาการเสียน้ำในช่องท้อง เนี่ยเราก็จะมีการให้สารน้ำเป็นตัวพยุงความดันคนไข้ก่อนหลังจากนั้นพออาการดีขึ้นสารน้ำกลุ่มพวกนี้มันก็จะกลับเข้ามาในหลอดเลือดก็อาจทำให้เกิดภาวะของน้ำเกินหรือน้ำขังนะครับ อันนี้เราก็ต้องรักษากันต่อไปโดยการเช่น น้ำเกินเราก็ให้ยาขับปัสสาวะถ้าน้ำขาดเราก็อาจจะมีการให้สารน้ำเพิ่มเติมรอจนทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี เราก็จะพยายามเอาเครื่องช่วยหายใจออกหลังจากเอาเครื่องช่วยหายใจออกปุ๊บเราก็จะมาดูเรื่องอาหารการกินก็อาจจะค่อยๆให้เริ่มจากการกินอาหารเหลวเป็นพวกสารน้ำแล้วก็เริ่มกินอาหารอ่อนเช่นจำพวกข้าวต้ม แล้วค่อยขยับเป็นของแข็งส่วนเรื่องแผลก็จะต้องทำแผลแล้วก็ดูว่ามีการติดเชื้อหรือเปล่าถ้าคนไข้มีอาการติดเชื้อก็ทำแผลแต่ถ้าคนไข้ไม่มีอาการติดเชื้อเราก็ทำการเย็บปิดแผลตรงบริเวณที่เราผ่าตัดหลังจากนั้นก็ต้องรอคนไข้ประมาณ 6 เดือนเพื่อให้การอักเสบในช่องท้องมีอาการดีขึ้นแล้วก็มาทำการผ่าตัดอีกครั้งนึงเพื่อจะปิดตัวทวารเทียมเอาลำไส้เดิมไปต่อกับที่เราตัดไว้เพื่อให้คนไข้ถ่ายอุจจาระได้ตามปกติครับ ตอนนี้คนไข้น่าจะผ่านเกือบประมาณอาทิตย์นึงโดยภาพรวมคนไข้สามารถเอาเครื่องช่วยหายใจออกได้ครับแล้วก็ย้ายออกจากหออภิบาลผู้ป่วยหนักมีภาวะน้ำเกินนิดหน่อยเราก็ได้รักษาโดยการให้ยาขับปัสสาวะไปส่วนเรื่องการกินก็อยู่ในช่วงที่เรากำลังพยายามให้คนไข้เริ่มกินในตอนนี้ก็สามารถกินน้ำได้กินข้าวต้มได้ส่วนในเรื่องของแผลเรายังไม่พบอาการติดเชื้อแต่แผลยังเปิดต้องทำแผลต่อครับคนไข้ที่พบบ่อยส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุผมว่าน่าจะเป็นในลักษณะของพฤติกรรมการรับประทานอาหารคนส่วนใหญ่ผู้สูงอายุฟันมักจะไม่ค่อยมีเพราะฉะนั้นคนไข้ก็มักจะกินอะไรที่นิ่มส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างเล็กนิดนึงอย่างเช่น มะละกอดิบ ในกลุ่มพวกนี้ ส่วนในเรื่องจองเม็ดกระท้อนเท่าที่ทราบก็คือเป็นเม็ดกระท้อนบ้านครับซึ่งก็เจอในช่วงนี้และก็เจอได้ตามทั่วไปลักษณะของเม็ดที่มีหัวแหลมท้ายแหลมเพราะฉะนั้นคนไข้ก็คือใช้วิธีโดยการดูดพอดูดก็เพลินกรึบก็กลืนลงคอไปเลยนะครับโดยส่วนใหญ่ก็จะทำให้ลำไส้ทะลุจริงๆถ้าเราเข้าไปดูข้อมูลในทางอินเตอร์เน็ตก็จะมีอาจารย์หลายท่านและ อาจารย์  แพทย์หลายคนกล่าวถึงผมว่าก็ต้องเป็นการระวังกลืนเม็ดกระท้อนผมว่าต้องมีวิธีการทานแบบอื่นอย่างเช่นการขูดหรือเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดอื่นน่าจะดีกว่าก็ถ้าคนไข้อาการมีปัญหาส่วนใหญ่คนไข้มักมาด้วยอาการลำไส้ทะลุคนไข้ก็จะมีอาการปวดท้องท้องอืด  และเป็นไข้ครับและอาจจะมีภาวะช็อคได้ถ้ามีอาการดังกล่าวก็ให้มาพบแพทย์ครับ.

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ .สงขลา

แสดงความคิดเห็น