ยะลา – COVID-19 ไม่กระทบมูซานคิงส์เบตง ทุเรียนชื่อดัง ราคาดียอดสั่งพุ่ง เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว!!

0
275

ยะลา -ชาวสวนทุเรียนยะลาเฮ คาดปีนี้ราคาทุเรียนขยับสูง หลังรัฐบาลไทยมีการเจรจากับประเทศจีนและมาเลเซียเปิดด่านเพิ่มเพื่อส่งออก หลังสถานการ์ไวรัส COVID-19 ระบาด ด้าน เกษตรกร ผู้ปลูกทุเรียนพันธุ์ โดยคุณศักดิ์ศรี สง่าราศี เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนมูซานคิงส์ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา บอกไม่กระทบยอดจองผ่านออนไลน์ส่งทั่วไทยผลผลิตออกไม่ทันผู้บริโภค


เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 63 ที่สวนศักดิ์ศรี เลขที่ 113/2 ม. 2 ต. ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา นายศักดิ์ศรี สง่าราศี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าใน เดือน มี.ค.- พ.ค. ของทุกปีถือเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนของไทยออกสู่ตลาด ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีที่การส่งออกทุเรียนของไทยเผชิญความท้าทายตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนอันดับหนึ่งของไทย อย่างปี 2562 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 97.6 %จากปีก่อน ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว
นายศักดิ์ศรี บอกว่า ใน ปีนี้ กระแสทุเรียนฟีเวอร์ มากครับเหมือนทุกปีและมี ราคาดีขึ้นไปด้วย วันนี้จะพาไปดูทุเรียนพันธุ์มาเลเซีย หรือที่เรียกในหมู่นักบริโภคว่าทุเรียน มูซานคิงส์ ซึ่งปีนี้กิโลกรัมละ 550 บาทต่างจากปีก่อนที่ขายกิโลกรัมละ 200 ถึง 300 บาทต่อกิโลกรัม เพราะว่าปีนี้มีนักบริโภคชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ไม่สามารถเดินทางมาที่สวนได้เหมือนทุกปี จากสถานการณ์โควิด-19 ลูกค้าชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ที่เคยลิ้มรสชาดปีนี้ไม่ได้เดินทางมา จึงโทรสั่งจองตั้งแต่เริ่มออกผลผลิตแล้วในราคากิโลกรัมละ 600 – 800 บาท ซึ่งเป็นราคาขายในมาเลเซีย โดยปกติหากสถานการณ์ปกติไม่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงทุเรียนออกผลผลิตในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนจะมีกรุ๊ปทัวส์ และ กลุ่มครอบครัว ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางมาซื้อถึงสวนเลยทีเดียวไม่ว่าจะมานั่งกินใต้ต้นทุเรียนและนำกลับไปฝากญาติที่มาเลเซียด้วย


นายศักดิ์ศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลผลิตทุเรียนมูซานคิงส์ ในสวนปีนี้ค่อยข้างดีกว่าปีที่ผ่านมา ทางสวนได้เริ่มตัดทุเรียนทยอยส่งให้ลูกค้า ซึ่งมียอดจองมาแล้วกว่า 1,500 ลูก โดยทางสวนมีการควบคุมดูแลคุณภาพตั้งแต่เริ่มออกดอก โดยเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมีภายในสวน ทำให้ลูกค้าติดใจในคุณภาพถึงขนาดจองข้ามปี ในการตัดทุเรียนนั้นจะตัดลูกที่แก่จัดนั้นจะสังเกตที่ขั้วผลอวบๆร่องพูสีน้ำตาล เส้นพูชัดเจน ในส่วนคนที่ซื้อทุเรียนแบบตัดไปทานนั้น จะต้องรอให้มีกลิ่นหอม ขั้วผลเริ่มแยกหรือหลุด หรือเคาะผลดู ถ้าหลวมๆก็สามารถผ่าทุเรียนกินได้เลย
นายศักดิ์ศรี สง่าราศี เจ้าของสวนศักดิ์ศรี ผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์ทุเรียนเหมาซานคิงและอีกหลายสายพันธุ์ทุเรียน บอกอีกว่า ปัจจุบัน เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนพันธุ์เหมาซานคิง กันเป็นจำนวนมาก รวมถึงในพื้นที่ปลูกทุเรียนหลัก ในแถบภาคตะวันออก อย่าง จังหวัดจันทบุรี และระยอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก จะหันมาปลูกทุเรียนพันธุ์ เหมาซานคิงกันเยอะมาก เกือบ 80% เพราะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักในการส่งออกทุเรียนจากประเทศไทย มีความต้องการบริโภคทุเรียนพันธุ์นี้ ดังนั้น จากความต้องการและราคาที่สูงอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกษตรกรสนใจหันมาปลูกทุเรียนพันธุ์นี้ เป็นจำนวนมาก

ส่วนราคากิ่งพันธุ์ ในขณะนี้ มีราคาตั้งแต่ 260 บาท 350 บาทไปจนถึง 400 บาท และ 500 บาท แล้วแต่ขนาดและอายุของกิ่งพันธุ์ ส่วนที่มาของกิ่งพันธุ์ ก็มีทั้งนำเข้าจากมาเลเซีย ทั้งพันธุ์แชมป์เปี้ยน และพันธุ์ทั้วไป ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในประเทศไทย ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และจังหวัดใกล้เคียง ที่เริ่มตอนกิ่งพันธุ์ ที่เป็นสายพันธุ์แท้ ของเหมาซานคิง ออกมาจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจกันแล้วโดยมีการสั่งจองสายพันธุ์จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ภูเก็ต และ อีกหลายจังหวัดที่สั่งเข้ามา หากสนใจในสายพันธุ์ทุเรียนมูซานคิงส์ สามารถโทรสั่งได้ที่คุณศักดิ์ศรี สง่าราศี โทร. 098- 061- 2806 098-871-4889
ขณะที่สำนักงานพาณิชจังหวัดยะลา นางผุสสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา เปิดเผยว่าในภาพรวมของทุเรียนในปีนี้ของ จ.ยะลา มีผลผลิตประมาณ 5 หมื่น 2 พัน ตัน ซึ่งเพิ่มจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้วประมาณ 4 หมื่น 2 ตัน สำหรับในปีนี้ทุเรียนคาดว่าจะสามารถส่งออกประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตทั้งหมดของจังหวัด ตลาดที่ส่งออกก็คือตลาดจีนเป็นหลัก ตอนนี้ก็มีบริษัทตัวแทนมารับซื้อเป็นผู้ส่งออก สนใจเข้ามา สำหรับการขนส่งถ้าในเรื่องของการส่งออกคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะว่าในช่วงนี้ทุเรียนของจันทบุรีที่เริ่มออกสู่ตลาดซึ่งในช่วงแรกจากปัญหาของ COVID -19 ทำให้การส่งออกจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เพราะว่า การส่งออกไปประเทศจีนต้องผ่านด่านที่ประเทศลาวซึ่งเป็นปัญหาเรื่องการกักตัวของพนักงานขับรถที่ไปส่งสินค้าไปยังประเทศจีนด้วย
นางผุสสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา ยังเปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาโดยการเมื่อถึงประเทศลาวที่จะส่งผ่านไปประเทศจีนก็จะมีการเปลี่ยนคนขับรถเป็นชาวลาวเพื่อให้การขนส่งสามารถไปส่งปลายทางที่ประเทศจีนสะดวก นอกจากนั้นทางกระทรวงเกษตรได้มีการเจรจากับทางประเทศจีนให้มีการสามารถที่จะส่งออกเพิ่มได้อีกหนึ่งด่าน จากเดิมที่จะส่งออกผลไม้ไปประเทศจีนก็ผ่านด่านตงชี ของประเทสจีนก็เพิ่มอีก 1 แห่ง ของประเทศจีน ส่วนด่านทางภาคใต้ก็คือด่านสะเดา จ.สงขลา ทางนายจุรินทร์ หลักษณ วิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ก็ได้มีการเจรจากับทางรัฐบาลมาเลเซียให้มีการเปิดด่านที่ปาดังเบซาที่จำกัดเฉพาะส่งออกยางพารา หลังมีการเจรจาก็สามารถส่งออกเพิ่มขึ้น ส่งออกผลไม้ เครื่องอุปโภคบริโภคจากที่มีข้อจำกัดจากสถานการณ์ COVID-19 เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ทุเรียนของ จ.ยะลา สามารถขยายส่งออกทางด่านปาดังเบซาร์
ส่วนด่านเบตง จ.ยะลา ก็ได้มีการส่งออกทุเรียน มังคุด เงาะ โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน ราคาทุเรียนปีนี้ น่าจะมีแนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านมาเพราะความต้องการของต่างประเทศสูง
ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย ทีมข่าว @ชายแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น