ยะลา​ นราธิวาส​ เริ่มละหมาดวันศุกร์วันแรก หลังประกาศมาตราการผ่อนปรน​ ตรวจประเมินมัสยิดที่มีความพร้อม

0
44

นราธิวาส​ เริ่มกลับมาละหมาดวันศุกร์วันแรก หลังตรวจประเมินมัสยิดที่มีความพร้อม 448 แห่ง ที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจภายใต้แนวทางปฏิบัติของจุฬาราชมนตรี
วันนี้ 22 พ.ค. บรรยากาศที่มัสยิดประจำจังหวัดนราธิวาสเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางมัสยิดได้เตรียมความพร้อมรับการละหมาดวันศุกร์ โดยมีการตั้งจุดคัดกรองบริเวณประตูทางเข้า ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้ามัสยิด จัดวางเจลล้างมือแอลกอฮอล์ไว้บริเวณประตูทางเข้ามัสยิด พร้อมทั้งลงทะเบียนแจกบัตรคิวให้นั่งตามลำดับที่กำหนด และจัดทำ เครื่องหมายจุดละหมาดระบุตำแหน่งเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละจุด 1.5 เมตร โดยได้ขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาละหมาดนำผ้ารองละหมาดมาเอง เพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดของโรค และผู้เข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ทุกคน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และอาบน้ำละหมาดจากที่บ้าน ซึ่งในการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ ได้กระชับเวลาให้ไม่เกิน 20 นาที


ทั้งนี้ ในการตรวจประเมินพิจารณาผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ของจังหวัดนราธิวาส มีมัสยิด ในจังหวัดรวมทั้งสิ้น 676 มัสยิด มัสยิดที่พร้อมปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ จำนวน 448 มัสยิด ไม่พร้อม 228 มัสยิด โดยมัสยิดที่มีความพร้อมจะต้องปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติของจุฬาราชมนตรี ทั้งสำหรับมัสยิด ผู้เข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ และการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์
สำหรับการละหมาดวันศุกร์ครั้งแรกในจังหวัดนราธิวาสหลังจุฬาราชมนตรีผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 จังหวัดนราธิวาสดำเนินการละหมาดวันศุกร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการคัดกรองและลงทะเบียนทุกราย
ด้าน ดร.อิบรอเฮง ดอเลาะ หัวหน้าสาขากฎหมายอิสลาม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า สำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศข้อปฏิบัติในการปฏิบัติศาสนกิจ ซึ่งมีหลายประการแต่ขอเน้นย้ำชาวมุสลิมสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำของจุฬาราชมนตรี และสาธารณสุขทุกครั้ง ให้นำผ้าปูละหมาดมาเอง สวมหน้ากากอนามัย อาบน้ำละหมาดมาจากที่บ้าน ยืนห่างกัน 1.5 เมตร แม้จะแตกต่างจากช่วงปกติแต่เป็นกรณีพิเศษที่ต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันตามมาตรการของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานสาธารณสุข ซึ่งมัสยิดประจำจังหวัดนราธิวาสได้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ส่วนจ.ยะลา​ ที่มัสยิดกลางอำเภอยะหา กว่า 400 คน ร่วมละหมาดวันศุกร์ หลังจุฬาฯผ่อนปรน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


บรรยากาศการละหมาดวันศุกร์วันนี้ 22 พฤษภาคม 2563 ที่มัสยิดกลางอำเภอยะหา จังหวัดยะลา เป็นวันแรกที่มีการผ่อนปรนให้ละหมาดวันศุกร์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้มัสยิดทุกแห่งห้ามให้ละหมาดวันศุกร์ จนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลายลง กระทั่งล่าสุดสำนักจุฬาราชมนตรี ในฐานะผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลามในประเทศไทย ออกประกาศให้แต่ละพื้นที่พิจารณาตามความเหมาะสม แต่ให้รักษาไว้ซึ่งมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

คอเต็บ ประจำมัสยิดกลางอำเภอยะหา เผยว่า มีมัสยิดจำนวน 124 แห่งในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่ขอขึ้นทะเบียนทำการละหมาดวันศุกร์ ซึ่งสัปปุรุษมัสยิดกลางยะหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการป้องกันก่อนและหลังการละหมาด ตื่นตัวรับรู้ต่อสถานการณ์โรคระบาดเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ในการอ่านคุตบะห์ละหมาดวันศุกร์ ยังแทรกเนื้อหาให้ความรู้และการป้องกันของเชื้อระบาดโควิด 19 อีกด้วย

“ในการละหมาดวันศุกร์วันนี้มีการเข้มงวดตามปกติ มีการลงชื่อก่อนเข้ามัสยิดโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งจุดคัดกรองบริเวณด้านหน้ามัสยิด ตรวจวัดอุณหภูมิและแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกคน ก่อนเข้าไปทำพิธีละหมาดในมัสยิด พร้อมได้ตั้งจุดเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลประมาณ 1 เมตร ทั้งภายในและด้านนอกมัสยิด และแนะนำให้ผู้ที่มาละหมาดใช้พรมปูละหมาดของตนเอง นอกจากนี้น้ำละหมาดให้สัปปุรุษทุกคนทำมาจากที่บ้านของตนเองอีกด้วย” โตะอีหม่ำ มัสยิดกลางอำเภอยะหา กล่าว

ทีมข่าว​@ชายแดนใต้​

แสดงความคิดเห็น