ปัตตานี- ผู้ว่าฯ ไฟเขียวละหมาดวันศุกร์ 22 พ.ค.นี้ ย้ำ !! มัสยิดต้องบริหารจัดการตามกรอบของจุฬาราชมนตรี ส่วนโควิดมั่นใจ..คุมได้

0
1010

ปัตตานี- ผู้ว่าฯ ไฟเขียวละหมาดวันศุกร์ 22 ..นี้ ย้ำ !! มัสยิดต้องบริหารจัดการตามกรอบของจุฬาราชมนตรี ส่วนโควิดมั่นใจ..คุมได้

วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมพญาตานี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายไกรศรวิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี   ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานีครั้งที่ 13/2563 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ  COVID -19 ของจังหวัดปัตตานี ในขณะนี้อยู่ในสถาวการณ์ที่สามารถความคุมได้ มียอดผู้ติดเชื้อคงอยู่ที่ 91 ราย เป็นเวลา 14 วัน ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงบาลในจังหวัด 5 คน กลับบ้านแล้ว 85 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน ส่วนประเด็นสำคัญอื่น คือเรื่องการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ ตามประกาศของจุฬาราชมนตรีฉบับที่ 5/2563 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมกับกรรมการประจำมัสยิด ว่ามีความพร้อมในการจัดละหมาดตามกรอบที่กำหนดได้เมื่อไหร ในส่วนคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั้น เห็นชอบว่าเวลาที่เหมาะสม ที่จะละหมาดวันศุกร์ได้  คือ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมัสยิด ที่จะจัดการละหมาดวันศุกร์ให้เกิดความเรียบร้อย  โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ หากมีการไปร่วมละหมาดเกินจำนวนที่ทำเครื่องหมายไว้ เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 – 2 เมตร  จะทำอย่างไร ทางกรรมการอิสลามต้องเตรียมการไว้ ตั้งแต่การเข้าออกมัสยิด ว่าจะมีการจัดการอย่างไร การบริหารเวลาละหมาดที่เหมาะสม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวถึงประเด็นการผ่อนผันตามมาตรการของรัฐบาล  ตั้งแต่เรื่องตลาด  ร้านน้ำชา ร้านอาหาร สนามกีฬา ที่ออกกำลังกายได้ ในตรงนี้ ก็เห็นว่าเป็นสีขาว ก็จะเริ่มการผ่อนผันได้ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยต้องดำเนินการตามมาตรการหลัก และมาตรการเสริม ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม การล้างมือ ตามวิธีปฏิบัติที่สอดคล้องกัน ของกิจการแต่ละประเภท รวมถึงในการละหมาดวันศุกร์ มีความจำเป็นถือว่าได้บุญมาก ในห้วงเดือนรอมฎอน และในการประชุมวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ได้อนุมัติการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินการในเชิงป้องกันหรือระงับยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้กับอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เป็นครั้งที่ 5  ในวงเงินประมาณ 1 ล้าน 7 แสนบาทด้วย.

สุไลมาน ปัตตานี

แสดงความคิดเห็น