โจรจีนบุกโรงพักเบตง ตอนที่ 6 (จู่โจม ปะทะสนั่นโรงพัก)

0
628

โดย อิสมาแอล สาเร๊ะ นักประวัติศาสตร์มลายูเบตง

หลังจากนั้น ไม่นานภรรยา ของโลเง็กซี่ก็จะมาเยี่ยม อุ้มลูกมาด้วย แต่ตำรวจไม่ให้เยี่ยม จึงด่าทอตำรวจ เมื่อบาบี้ ได้ยินเสียงของแม่ ก็ตะโกนบอกว่าอย่าด่าตำรวจ เดี๋ยวถูกจับ โชคดีที่ตำรวจฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง สุดท้ายนาง ๆ จึงยอมกลับ
ในขณะเดียวกัน คุณพระๆ ก็ให้ตำรวจไปตาม ขุนวิจิตร ที่ด่านภาษี ( ด่านศุลกากร-ผู้เขียน) และถาม ถึงภรรยา ปรากฏว่า ตกใจเสียงดัง เมื่อสักครู่หนีไปที่ด่านอีก ( อยู่ตรงข้ามที่ว่าการ อำเภอ และสถานีตำรวจ-ผู้เขียน) คุณพระๆบอกขุนวิจิตร ๆ จึงลงไปรับภรรยาเพื่อสอบสวนให้เสร็จ
มีตำรวจมาตามหลวงเจริญๆ ว่ากรรมกานรักษา ฝิ่นขอเชิญ หลว เจริญๆ ไปเบิกกุญแจ หีบเก็บฝิ่นบนสถานีตำรวจ เพื่อจำหน่ายฝิ่น ให้นาย “ลิ้มเบงฉิว” ผู้รับประมูล อนุญาต ซึ่งมาติดต่อขอซื้อเป็นประจำ หลวงเจริญๆ จึงลงจากบ้านพัก ไปที่ สถานีตำรวจตามระเบียบ การจำหน่ายฝิ่นของหลวง มีกรรมการรักษาฝิ่นประจำคือ 1 ขุนวิมนจิตรๆ ( ส่วน วิมลจิตร) สมุห์บัญชีฝิ่น 2 ขุนพิสูจนํมัชชมูล ( ลิ้ม สืบสิริวงค์) ผู้พิสูจน์ฝิ่น 3.ร.ต.อ หลวงเจริญตำรวจการ (เจริญ นวมะวัฒน์) ผู้บังคับกอง

หลังจากหลวงเจริญ ๆ ไปแล้ว นายสงวน ก็เดินทางกลับ ที่พักไปรษณีย์ ที่ห่างออกไปประมาณ 3 เส้น คือประมาณ 120 เมตร (1 เส้น เท่ากับ 40 เมตร-ผู้เขียน) ทุกอย่างดูปกติดี เมื่อถึงบ้านพัก ก็รีบเข้าครัวเพื่อจะกินข้าวขณะกินข้าวก็เล่าเรื่องให้ แม่บ้านฟังมีคุณผิน  สิกะโปดก เพื่อนบ้านมาร่วมฟังด้วย


เวลา 12.00 น พอกินข้าวไปได้ 4-5 คำ เสียงปืน จากโรงพักก็ดังขึ้นหลายนัด แล้วก็ถี่ขึ้น ไม่ขาดระย มีเสียงตูมเหมือนเสียงระเบิดด้วย
คุณ ผิน ภรรยา ขุนโลหศาลศิริกัลป์ และแม่บ้าน ของนายสงวน ต่างคนต่างตกใจ ปากคอสั่น “ มันแน่แล้ว …แล้วนี่เราจะทำยังไงกันล่ะ “

นาย สงวน แนะนำให้ทุกคน ปหลบบ้านพัก โลหกิจที่ห่างกันเพียงข้ามรั้ว จะปลอดภัยกว่าเพราะที่ไปรษณีย์ เป็นที่เก็บเงิน อาจเป็นเป้าเหมายด้วยก็ได้ หลังจากนั้นก็หยิบปืนพกสั้น แล้วแอบซุ่ม อยู่กลางกอหญ้า ระหว่างบ้านพักไปรษณีย์และบ้านพักโลหกิจ

ในขณะนั้นทางด้านสถานีตำรวจ เสียงปืน ยังคงดังไม่หยุด เสียงฝีเท้าบนสถานีดัง โครมคราม นานๆ มีเสียง ระเบิด ดัง ตูมบนถนน สอง ฟาก ร้านค้า มีคนเดิน พลุ่กพล่าน “ มีคนกลุ่มหนึ่ง แต่งตัว แปลก กว่า คนทั่วไป คือ นุ่งกางเกงดำสวมเสื้อสีดำ มีแถบผ้าสีดำพันที่แขนขวาบางคนในนั้น มีอาวุธปืนยาว มุ่งหน้า มาทาง ที่ทำการ ไปรษณีย์” ถ้ามันมาถึงที่นี คงป้องกันอะไรไม่ได้แน่คิดว่าพวกมัน คงจะไปสมทบกับพวกมันที่สถานี ตำรวจมากกว่า นายสงวน รำพึงกับตัวเอง

ทันใดนั้น พวกมันหยุด แล้วหันหน้าหันหลัง พูดคุยกันหลาย นาทีพอมาถึง หน้าไปรษณีย์ ตรงท่อลอดใต้ถนน พวกมันก็ถอยกลับ ไปทางตลาด ตามเดิม คาดว่าคงกลัวเสียงปืนที่ดัง มาจากสถานีตำรวจ

คิดว่าจะไปสถานีตำรวจไปขอปืนมาป้องกัน ที่ทำงานแต่ก็ไปไม่ได้ เสียงจากทางโรงพักยังดังอยู่ กระสุนบางนัดก็ตกใกล้ตัวไม่กี่วาเอง ต่อมาพอเสียงปืน สงบลง จึงได้วิ่งไป โรงพัก เอาผ้าขาวโพกหัวด้วย ทราบภายหลังจาก “ส.ต.อ พร ฉ่างเสนาะ” ว่าเกือบจะลั่นไกปืนยิงแล้ว ดีทีปลัด ผึ้งๆ ห้ามได้ทัน

เมื่อถึง บันไดด้านล่าง สถานีตำรวจ คุณพระๆ และหลวงเจริญ ตะโกนบอก ให้รีบ ขึ้นมาบนสถานี ตำรวจ พอถึงก็ถูกรุมถาม เรื่อง ความปลอดภัยของ “ไปรษณีย์ “ เรื่องสื่อสารนั้นสำคัญ ก็เลยเล่า ว่าก็มีพวกมันจำนวนหนึ่ง เดินเข้ามุ่งมา ที่ “ไปรษณีย์” ถ้ามาถึงและทำลาย อุปกรณ์ สื่อสาร ต้องแย่แน่ๆ คง ติดต่อภายนอกไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือกับใครก็ไม่ได้ จึงมาขอปืนสักกระบอก และขอตำรวจ 3-4 คน จะป้องกันตนเอง
ในที่ที่สุดข้อเสนอ ก็เป็นอันตกลง หลวงเจริญๆจ่ายปืนให้นาย สงวนๆ พวกเขารู้ว่า อดีต นายสงวน เป็น ทหาร รักษาวัง หลังจากนั้นก็บอกให้เลือก เอาตำรวจ ไป 3-4 คน แล้วบุ้ยปากไปทาง ด้านล่างสถานี และได้บอก หลวง ๆ เจริญด้วยว่า ถ้าได้ยินเสียงปืน ให้รีบไปช่วยด้วย หลวงเจริญๆ รับปาก หลังจากนั้น นาย สงวน ลงจากสถานี ถามตำรวจว่า มีใครอาสา ไปรักษาการณ์ที่ ไปรษณีย์ บ้าง ก็ได้ผู้สมัครดังนี้
1.ส.ต.อ พร ฉ่างเสนาะ
2.ส.ต.ท. แดง พรมช่วย(ตำรวจปัตตานีช่วยราชการ)
3.ส.ต.ท. สะและ ดูรูซน

อ่านต่อตอนที่ 7

แสดงความคิดเห็น