สกู้ปพิเศษ​ : เหมือนความเพ้อฝัน!! ที่จะผลิตการเรียนการสอนออนไลน์ให้เกิดขึ้นจริงในสภาวะปัจจุบัน​ ที่ชายแดนใต้

0
229

บทสัมภาษณ์​พิเศษ​ ในวันหยุดยาว​  เกี่ยวกับการประเมินการเรียนการสอนออนไลน์​ ในอนาคต​ หลังจากสถานการณ์​โควิด​19​ อะไรจะมีความเปลี่ยรแปลง​ ที่จะพอให้เห็นได้  ผู้เขียนได้มีโอกาศพูดคุยกับนักวิชาการ​มอ.​ปัตตานี​ ท่านนี้​ ได้ให้แนวคิด​ ที่มองเห็นในอนาคตอนใกล้​ เป็นอย่างไร​ ติดตามอ่านกัน

ผศ.บันฑิต​  ไกรวิจิตร​  จากคณะมนุษย​ศาสตร​ ​์​ม​หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์​ วิทยาเขตปัตตานี​ เปิดเผยว่า​ “​เป็นเสมือนความเพ้อฝันที่จะผลิตการเรียนการสอนออนไลน์ให้เกิดขึ้นได้จริงในสภาวะปัจจุบัน” ​  การจัดการเรียนคอร์ส​ออนไลน์​ ของมหาลัยฯว่า ยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ​มีข้อจำกัดและปัญหาหลายๆด้าน สำหรับตัวนักศึกษาเองที่อยู่ตามต่างจังหวัด ในหลายๆพื้นที่ห่างไกลยังไม่พร้อม ข้อแรกทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ ของนศ.เองเช่น​ โทรศัพท์ lap top  แทปเลต เครื่องมือที่มีอยู่ มีสเป็คต่ำไม่เพียงพอ​กับการใช้สื่อ​อการเรียนการสอน​  ปัญหาเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตที่ช้า จะเป็นปัญหาในการ login อีกเรื่องคือเรื่องของ มีเด็กจำนวนหนึ่ง ที่เมื่อกลับไปเรียนในหมู่บ้านแล้ว​ บ้านตนเองไม่มีเสาสัญญาณความเร็วที่มีไม่พอ และที่บ้าน WiFi อินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ทั่วถึง​  ทำให้เด็กๆที่ยังอยู่ในพื้นที่ห่างไกลลึกมี สัญญาณอินเตอร์เน็ตอ่อน ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับด้านการเรียนรู้การสอน บางคนต้องเดินทางไปอีกหมู่บ้านหนึ่งเพื่อรับสัญญาณ ที่มันแรงกว่าบ้านตนเอง เด็กต้องเดินทางไปเรียนอีกหมู่บ้านหนึ่งและกลับมา​ที่บ้าน​ ไม่ได้มีความสะดวกสบาย​ เหมือนเด็กในเมืองใหญ่ที่พร้อม โดยเฉพาะในการโหลดข้อมูลโปรแกรมวิชาหนึ่งๆนั้น เป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก ทั้งการมีส่วนร่วมของอาจารย์และเด็กนักเรียนจะมีน้อยมากในการเรียนออนไลน์ จะไม่มีการถามตอบข้อถกเถียงและการ ดิสคัทกัน

อีกเรื่องหนึ่งคือ ด้าน สภาพแวดล้อมและบรรยากาศในบ้านของนศ.เอง​ ยังไม่เหมาะสมกับการเรียนรู้ออนไลน์ ภาพรวมแล้วมีเด็กที่ไม่พร้อมอยู่ประมาณ 80% เมื่อเด็กๆเรียนที่บ้านจะทำให้แยกกิจกรรมไม่ออก​ ระหว่างการอยู่ที่บ้านกับการอยู่ในห้องเรียน ทำให้เด็กๆแยกแยะเวลาเรียนในส่วนของการทำงานช่วยเหลือพ่อแม่ที่บ้าน​ เช่นพ่อแม่ ส่วนใหญ่ มีอาชีพขายของก็จะใช้เด็กๆทำงานด้วย

ส่วนจะให้เด็กๆไปใช้สถานที่ตามร้านกาแฟ​  ที่มีจุดอินเตอร์เน็ตหรือร้านอาหารต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ในช่วงนี้ทำไม่ได้เลย เพราะเป็นช่วง ล๊อคดาวน์ อยู่​    จะเห็นได้ว่าความพร้อม ในขณะนี้ยังไม่มีความพร้อมเลย เรียนที่บ้านเด็กๆ เด็กๆไม่มีสมาธิในการเรียนเพียงพอ แต่ทำให้มองเห็นโอกาสความไม่เท่าเทียม กันและโอกาสทางด้านการศึกษาชัดมากขึ้นไปอีก
หนำซ้ำ ทางมหาลัยมีโรงเรียนยังไม่มีระบบที่สามารถรองรับหรือเสริมการเรียนการสอนให้สามารถนำพาไปได้ในช่วงวิกฤติ​นี้ ที่ทำให้เด็กสามารถ​เรียนได้ อย่างเช่นห้องสมุด​ของมหาวิทยาลัยหรือ​  ห้องสมุดตามจุดต่างๆ ควรมีอินเทอร์เน็ตให้เด็กๆเรียนได้ หรือเช่น​ พวกวารสารหรือหนังสือสื่อการเรียนการสอนต่างๆ​  มีห้องโสต ฟังการเรียนรู้แบบวีดีโอออนไลน์ ยังไม่มี แม้กระทั่ง หนังสือการเรียนการสอน ในการค้นหาข้อมูลของเด็กๆเป็นไปอย่างยากลำบาก ทำให้เห็นว่า การเตรียมพร้อม และการจัดการในด้านการศึกษานั้น ยังไม่ทั่วถึง และไม่มีความพร้อมอย่างไรเลย เป็นเสมือนความเพ้อฝันที่จะผลิตการเรียนการสอนออนไลน์ให้เกิดขึ้นได้จริงในสภาวะปัจจุบัน ถ้ารวมถึงการใช้ อัพเดทข้อมูลอื่นๆในด้านสถิติ และการใช้โปรแกรม ประยุกต์ เช่นแผนภูมิ หรือโปรแกรมเฉพาะนั้น ต้องโหลดโปรแกรมต่างๆนั้นไม่สามารถทำได้ เลย ภาพรวมในเด็กๆ 3 จังหวัดไม่มีความพร้อม​
จากประสบการณ์ของตัวเองที่ทำการสอนมา มีเพียง 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่พอไปได้ ส่วนอีก 65 เปอร์เซ็นต์ ยังตามไม่ทัน​ จะทำอย่างไรกับพวกเขา​ เราจะทิ้งเขาไว้ข้างหลังเป็นไปไม่ได้ เด็กที่เรียนปี 4 ต้องทำงานวิจัยฯ ต้องลงพื้นที่​   พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนงานวิจัยใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรก เป็นการทำวิจัยเริ่มใหม่ทั้งหมดเป็นการทำวิจัยออนไลน์ซึ่งทำให้เป็นงานที่ยากขึ้นเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับเด็กที่ต้องทำให้เสร็จก่อนซัมเมอร์นี้​   เด็กหลายๆคนกังวลว่าจะจบทันไหม​  และต้องทำอย่างไรให้เรียนจบ โดยไม่ต้องเสียเวลา เช่นการทำโครงงาน การทำโครงการเรื่องภูมิศาสตร์​  การพัฒนาชุมชน​ การลงพื้นที่ศึกษาด้านมนุษยศาสตร์ พวกเขาต้อง ปรับเปลี่ยน การทำวิจัยทั้งหมด​  จะต้องทำอย่างไรลงพื้นที่อย่างไร
ยังเป็นเรื่องใหญ่ในสถานการณ์​โควิด​ – 19 นี้ ที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหากจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมด สมมุติว่า​รัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ นศ.​ ช่วยรองรับให้เด็กๆได้มี lap top เป็นของตนเองได้เสป๊คที่ทันสมัย แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเร็ว​  เหตุการณ์​จะกลับมาเป็นปกติ​ สามารถกลับมาทำการเรียนการสอนในห้องแบบเหมือนเดิม
สิ่งที่ลงทุนไปก็จะเป็นการลงทุนที่ศูนย์​เปล่า การเรียนออนไลน์ถ้าหากปรับได้จริงๆ​  ในระดับท้องถิ่นหรืออบต.ควรรองรับ หาทางออก พัฒนาไปสู่อนาคตมีการลงทะเบียนการจำกัดเวลาแบ่งการใช้ให้ชัดเจนสำหรับนักศึกษาและการเรียนรู้อยากให้กระจายไปตามหมู่บ้านและชุมชนในด้านท้องถิ่น​   อบต. ควรเป็นแกนหลักที่จะลงทุน​  ก่อสร้างเป็นห้องจุดศูนย์รวมการเรียนรู้ในอบต.เองหรืออาจเป็นในศาลาเล็กๆที่สร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนการสอนได้​   สามารถมีอินเทอร์เน็ตซึ่งมีความเร็วและความแรงอย่างเพียงพอ อำนวยความสะดวกให้เด็กๆในหมู่บ้านต่างๆสามารถ ไปเรียนการสอนได้ จะเป็นการพัฒนา​ไปสู่ความเจริญอีกระดับได้

อีกทั้งโปรแกรมที่มีอยู่ในขณะนี้เช่นโปรแกรม Zoom teamf ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในชั้นสูง และสำหรับแอปพลิเคชันอื่นๆเช่น Messenger หรือ LINE นั้นไม่อาจตอบโจทย์​ได้​   ไม่สามารถแชร์ไฟล์ใหญ่ๆได้​ไม่ตอบโจทย์ด้านการเรียนออนไลน์ได้เลย
สำหรับมหาลัยเอง ควรมีพื้นที่เก็บข้อมูล ระดับสูง มี​ Server ที่สามารถรองรับโปรแกรมต่างๆที่มีอยู่ในมหาลัย สามารถให้เด็กๆมาโหลดได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ทางด้านของคณะอาจารย์เอง​ ควรเตรียม เอกสาร การเรียนการสอนสื่อการเรียนการสอนต่างๆจัดให้เป็น PDF ในไฟล์ที่ไม่ใหญ่จนเกินไป​   ให้สามารถเลือกดูได้​  ให้เด็กนศ.สามารถโหลดได้ ไปอ่านได้ในทันที สรุปแล้วคือยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการ จัดการด้านการศึกษาออนไลน์และการฟื้นฟู สังคมและเศรษฐกิจ

“”น้องต้า”  นายฐาปกรณ์​ กำจร​  นักศึกษาปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีกล่าวว่า​   ส่วนตัวผมเองนั้นเห็นด้วยและอยากให้มีการเรียนออนไลน์​ มันตอบโจทย์โลกอนาคต​  เพราะที่ผ่านมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์โรคระบาดไวรัส​โควิด​19​ นั้น, จะเห็นว่า​มีการเรียนการสอน​ออนไลน์มากขึ้น​แล้ว​ซึ่งเป็นเทรนใหม่ที่เริ่มมีมากขึ้นด้วย​ หลากหลายมากขึ้น​ ผมว่างานออนไลน์มันเหมาะสำหรับคลาสรูมแบบวงเล็กๆทางสถาบันการศึกษาควรมีการสร้างแพลทฟอร์ม ให้เป็นของตัวเองมากขึ้น
เช่นทางมหาลัยเอง​ ควรมีแพลตฟอร์มที่เป็นของตัวเองและจัดในเรื่องความเร็วของระบบอินเทอร์เน็ตให้ดียิ่งขึ้นปัญหาที่พบคือเวลาที่คุยอยู่มันมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และระบบในเรื่องออนไลน์ซึ่งสามารถเรียนได้เพียง 40 45 นาทีเท่านั้นไม่เพียงพอ​  ซึ่งบางครั้งเราเรียนกันถึง 3 ชั่วโมง​   แน่นอนเรื่องของความเข้าใจ​ ในการเรียนแบบปกติโดยตรงนั้นทำให้เข้าใจได้มากกว่า​ แต่เรียนออนไลน์นี้เป็นการสะดวกสบายกว่า และเหมาะสำหรับคอร์สเล็กๆประมาณ 20 คน​ได้ความเข้าใจระดับหนึ่ง​เป็นบางวิชา​ แต่สำหรับการเรียนคอร์สใหญ่ๆนั้นเห็นว่ายังไม่เหมาะสมเท่าที่ควร​ และสำหรับการปฏิบัติงานหรือการทำแลปการลงพื้นที่หลักปฏิบัติต่างๆ​นั้น​ จะหายไปเลยไม่สามารถทดแทนได้หมด
หากเป็นไปได้อยากแนะนำให้กระทรวงศึกษาธิการ​  ต้องสนใจและทุ่มเท​วางแผนการศึกษา​ในด้านออนไลน์มากขึ้น​  ควรมีแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ทุกคน​ แบบง่ายๆ​เหมาะสม​  ไม่เพียงเฉพาะนักศึกษาเท่านั้นแต่สำหรับนักเรียนทั่วไปให้เป็นระดับเดียวกันระดับมาตรฐานเดียวกัน เปรียบเสมือนเป็นการเรียนขั้นพื้นฐานสำหรับทุกคน​  ทั้งด้านอินเทอร์เน็ตต้องจัดให้เท่าเทียม สร้างประโยชน์ได้มากขึ้น เป็นการประหยัดด้านค่าใช้จ่ายไม่ต้องเดินทาง​ มีความปลอดภัย และทำให้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ด้าน​ นส.​ ซูไมยะห์​ มะดากะ​ นศ.ปี​ 1คณะ​สถาบัน​อิสลาม​และ​อาหรับ​ศึกษา มหาวิทยาลัย​นราธิวาส​ราช​นครินทร์​ ให้ความเห็นว่า​ เรียนออนไลน์เป็นสื่งที่ดีในสถานการณ์ตอนนี้ แต่จะมีความเหลื่อมล้ำ ด้านเทคโนโลยี สำหรับบางคนที่มีอินเตอร์ที่รวดเร็ว ถือเป็นโชคดีของเขา ส่วนทางด้านคนที่มีเน็ตไม่แรง อาจมาจากปัจจัยต่างๆที่ไม่สามารถมีเน็ตแรงได้ และบางพื้นที่ เป็นพื้นที่อับสัญญาณ สัญญาณยังเข้ามาไม่ถึง เป็นความเลื่อมล้ำที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลเหล่านี้เป็นอย่างมาก ยิ่งสถานการณ์ ณ ตอนนี้ที่มีปัญหาโรคระบาด ทำให้เศรษฐกิจ ระบบการศึกษาต้องหยุดชะงัก นักศึกษาต้องเรียนออนไลน์  อินเตอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากและมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบการเรียนออนไลน์ แต่หากอินเตอร์เน็ตช้าหรือล่มไป ในการเรียนออนไลน์ หรือสอบออนไลน์ ก็จะส่งผลกระทบมากมาย เรียนออนไลน์นั้นถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะแก้สถานการณ์การศึกษาในช่วงนี้ได้ดีที่สุด หากต้องมีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่านี้ จะส่งผลให้การเรียนออนไลน์จะสำฤทธิ์ผลมากขึ้น และประสบผลมากที่สุด

สุกรี​  มะดากะกุล​ รายงาน

แสดงความคิดเห็น